บทที่ 11 พยศ
บทที่ 11 พยศ
หนี่เส้าจวินตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เขาเหยียดกายขึ้นมองเผิงฟู่หลินที่ยังคงหลับด้วยความอ่อนเพลีย ขอบตาคล้ำของนางแสดงให้เห็นว่าเผิงฟู่หลินคงมิได้นอนแทบทั้งคืน เขาเอื้อมมือขึ้นลูบไล้เส้นผมที่ปรกลงตรงใบหน้าขาวนวล ร่องรอยรักตามลำตัวที่เขาฝากไว้ยังคงเป็นรอยแดงจ้ำไปทั่วเนื้อนวลเป็นจุด ๆ มือใหญ่เผลอลูบไล้ไปตามรอยดังกล่าวอย่างแผ่วเบา
เผิงฟู่หลินที่รู้สึกรำคาญตัว นางปัดมือใหญ่ออกห่างจากตัว พร้อมลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ ก่อนที่เผิงฟู่หลินจะต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาวาววับของหนี่เส้าจวินที่จ้องมองเธออยู่ นางสะบัดมือของเขาออกจากตัวอย่างอัตโนมัติทันที เผิงฟู่หลินรีบกระถดหัวไปที่ขอบเตียงอย่างหวาดหวั่น ใบหน้ายังมีคราบน้ำตาที่รินไหลเกือบทั้งคืน เผิงฟู่หลินจ้องมองหน้าหนี่เส้าจวินด้วยแววตาอาฆาตดั่งจะกินเลือดกินเนื้อ
“ท่านคิดจะทำอะไรข้า” เผิงฟู่หลินโวยวายใส่หนี่เส้าจวินทันที แม้ว่าเมื่อคืนหนี่เส้าจวินจะหยุดการกระทำอันน่ารังเกียจนั้นกับตน แต่สายตากรุ้มกริ่มที่มองนางเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้เผิงฟู่หลินอดหวาดระแวงไม่ได้
“หลินเอ๋อร์ เจ้าคิดว่าข้าต้องการทำสิ่งใดเล่า” หนี่เส้าจวินโน้มกายเข้ามากระซิบข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงยียวน ก่อนจะโน้มตัวเข้าหาเผิงฟู่หลินอีกครั้ง ริมฝีปากประกบให้กับริมฝีปากบางอย่างถือวิสาหะ เผิงฟู่หลินได้แต่ดิ้นอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่หนี่เส้าจวินจะยอมผละจากปากหวานนุ่มตรงหน้า เขายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ “หลินเอ๋อร์ เจ้าหลับต่อเถิด ดูท่าทางเจ้าคงไม่ได้นอนมาทั้งคืนสินะ” หนี่เส้าจวินพูดพร้อมส่งสายตาล้อเลียนให้กับเผิงฟู่หลินอย่างนึกสนุกก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นลงจากเตียง
เผิงฟู่หลินได้แต่มองหนี่เส้าจวินด้วยสายตาเคืองแค้น เป็นเพราะใครกันเล่าที่ทำให้นางต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ แต่เมื่อเห็นหนี่เส้าจวินมิได้คิดวุ่นวายกับตนเองอีก นางก็ค่อยผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้งอย่างมิอาจทนความอ่อนล้าที่มีได้อีก
หนี่เส้าจวินเดินออกจากห้องไปในช่วงบ่ายด้วยความรู้สึกสดชื่น รอยยิ้มกว้างที่ฉายบนใบหน้าเด่นชัดจนบ่าวไพร่ได้แต่ก้มหน้ากระซิบกระซาบกันไปมา
หลังจากที่หนี่เส้าจวินจากไปแล้ว เจ้าจูก็รีบเข้ามาภายในห้องทันที นางรีบเข้ามาประคองเผิงฟู่หลินที่พยุงตัวลุกขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลีย ดวงตาเศร้าหมองอย่างรู้สึกสังเวชตนเอง เจ้าจูมองนายหญิงของตนด้วยความรู้สึกเห็นใจ ก่อนจะประคองเผิงฟู่หลินไปยังห้องอาบน้ำในเวลาต่อมา
เจ้าจูใช้ผ้าบางลูบไล้ไปตามผิวบางของเผิงฟู่หลินอย่างทะนุถนอม รอยแดงเป็นจุด ๆ ตามตัว ทำเอาเจ้าจูอดจินตนาการและรู้สึกปวดใจแทนเผิงฟู่หลินไม่ได้
“ท่านอ๋องทำเช่นนี้ เกินไปแล้วจริง ๆ” เจ้าจูบ่นอุบออกมา ก่อนจะรีบปิดปากสนิทเพราะไม่ต้องการกระทบกระเทือนใจ
เผิงฟู่หลินได้ฟังก็แค่นยิ้มออกมาโดยไม่ปริปากอันใด นางคร้านจะแก้ต่างสิ่งใดออกไป แม้ว่าหนี่เส้าจวินจะมิได้ข่มเหงนางในที่สุด แต่รอยช้ำตามเนื้อตัวก็เป็นหลักฐานของความหยาบคายที่หนี่เส้าจวินกระทำต่อตน
หลังจากที่เผิงฟู่หลินแต่งตัวเสร็จ นางจ้องมองตัวเองในเงาอย่างคนที่รู้สึกสิ้นหวัง
“คุณหนูท่านเป็นอะไรหรือไม่” เจ้าจูพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย
เผิงฟู่หลินยิ้มเยาะให้กับโชคชะตาของตัวเอง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างคนขาดสติ ความรู้สึกขัดเคืองใจทำให้เผิงฟู่หลินไม่อาจระงับอารมณ์ตัวเองได้อยู่อีกต่อไป
“เหตุใดชีวิตข้าจึงเป็นเช่นนี้ ข้าจะไม่ยอมรับโชคชะตานี้เป็นอันขาด” เผิงฟู่หลินกัดฟันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แค้นเคืองยิ่งนัก นางหยัดกายขึ้นยืนก่อนจะยกมือทั้งสองกวาดข้าวของลงบนพื้นด้วยความสะใจ ข้าวของมีค่าของหนี่เส้าจวินที่แตกกระจายไปทั่วทำให้นางค่อยรู้สึกผ่อนคลายความคับข้องใจลงไปได้บ้าง มือบางหยิบแจกันเคลือบราคาแพงโยนลงพื้นจนแตกละเอียดกระจัดกระจายไปทั่วห้อง การอาละวาดของนางทำให้เจ้าจูถึงกับตกใจกันเป็นอย่างยิ่ง
“คุณหนู หยุดเถอะ” เจ้าจูพยายามเข้าไปห้ามเผิงฟู่หลินเอาไว้ แต่นางก็สะบัดตัวออกจากการเกาะกุม พร้อมเขวี้ยงปาข้าวของในห้องอย่างไม่สนใจมูลค่าอันแสนแพงเหล่านั้น
“พระชายาได้โปรดอย่าทำเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ” สาวใช้ที่อยู่ด้านนอกร้องออกมาด้วยความกังวล
“ใครกล้าขวางข้า ข้าจะลงโทษมันเสีย” เผิงฟู่หลินกวาดสายตามองสาวใช้เหล่านั้นด้วยสีหน้าดุดัน คำขู่ของนางทำให้สาวใช้ทั้งหลายได้แต่ยืนชะงักงั้นอยู่เพียงหน้าประตูห้อง
“ท่านอ๋องแย่แล้วเจ้าค่ะ พระชายาอาละวาด เขวี้ยงปาข้าวของเสียหายหมดแล้ว พวกบ่าวพยายามห้ามปรามแต่ก็ไม่ได้ผล ขอท่านอ๋องโปรดช่วยด้วย” สาวใช้ตาลีตาเหลือกวิ่งเข้ามารายงานหนี่เส้าจวินด้วยท่าทางร้อนรน
หนี่เส้าจวินเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร พร้อมเพ่งมองสาวใช้ที่คุกเข่าด้วยท่าทีงกงัน เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรง พร้อมปัดมือไล่สาวใช้ออกจากห้องไป
“หลินเอ๋อร์ เจ้าช่างพยศนัก” หนี่เส้าจวินคำรามออกมา ก่อนที่เขาจะเดินตรงกลับไปยังห้องของนาง สภาพภายในห้องที่เต็มไปด้วยข้าวของที่แตกกระจาย ระเกะระกะไปทั่วห้องไม่ต่างจากเพิ่งผ่านศึกสงครามมากระนั้น ทำให้เขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ หนี่เส้าจวินย่างเท้าเข้ามาหาเผิงฟู่หลินอย่างไม่พอใจ
“พวกเจ้าออกไปให้หมด” หนี่เส้าจวินตะคอกเสียงดังสนั่น ทำเอาสาวใช้ต่างพากันถอยหนี เจ้าจูทำท่าทีลังเลอยู่ด้านข้างเผิงฟู่หลิน แต่เมื่อได้สบตาคมกริบของเขา นางก็ได้แต่เดินคอตกออกจากห้องไปทันที
เมื่อได้อยู่ตามลำพังหนี่เส้าจวินก็ตะคอกใส่เผิงฟู่หลินทันที “เจ้ากำลังทำบ้าอะไรกัน
เผิงฟู่หลินมองหน้าเขาด้วยความสะใจที่ได้เห็นหนี่เส้าจวินหัวเสียเช่นนี้ “ข้าก็กำลังทำให้ท่านนึกเสียใจอยู่อย่างไรเล่า” นางเชิดหน้าขึ้นพร้อมพูดประชดประชันออกมาด้วยความรู้สึกสะใจ
หนี่เส้าจวินเห็นท่าทางมากพยศของเผิงฟู่หลิน เขากลับทำเพียงยกยิ้มมุมปากด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ “เช่นนั้นหรือ หากเจ้าต้องการทำลายข้าวของเหล่านี้ เจ้าก็จงทำเสียเถิด ในจวนของข้ายังมีของอีกหลายสิ่งให้เจ้าทำลาย” เขาไม่เพียงพูดเปล่ากลับเดินตรงเข้ามาหานาง พร้อมดึงเผิงฟู่หลินเข้าสู่อ้อมกอดอีกครั้ง หนี่เส้าจวินโน้มตัวกระซิบข้างหูของนางอย่างแผ่วเบาและเนิบนาบ “แต่ว่า...ของที่เจ้าทำเสียหาย เจ้าต้องชดใช้ให้ข้าด้วยเช่นกัน”
“ท่าน...ท่านจะทำอะไร หยุดเดี๋ยวนี้นะ” เผิงฟู่หลินร้องเสียงหลง พลางก้าวถอยหลัง ในจังหวะนั้นเองที่เท้าของเธอเกือบเศษเหยียบกระเบื้องที่แตก หนี่เส้าจวินจึงรีบก้าวเข้ามาคว้าร่างบางลอยขึ้นแนบไว้กับตัว เผิงฟู่หลินร้องออกมาด้วยความตกใจ ด้วยกลัวตนเองจะตกลงไปกองกับพื้น ทำให้นางเผลอยกแขนขึ้นโอบรอบคอเขาไว้แน่น
“เจ้าดื้อเช่นนี้ ต่อไปคงได้เจ็บตัวอีกหลายหนเป็นแน่” หนี่เส้าจวินกระซิบเผิงฟู่หลินเข้าที่ข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารถใบหน้านวล ทำเอานางถึงกับหน้าแดงก่ำ
“ปล่อยข้านะ ปล่อยข้าได้แล้ว” เผิงฟู่หลินเริ่มดิ้นรนออกจากวงแขนแกร่งอีกครั้ง สัญญาณอันตรายเตือนให้นางรีบถอยห่างออกจากตัวเขาให้เร็วที่สุด
“หากข้าปล่อยเจ้า เจ้าจะยังดื้ออีกหรือไม่” หนี่เส้าจวินยังคงพูดจายียวน พร้อมกระชับร่างบางบดเบียดลำตัวเขาเพิ่มมากยิ่งขึ้น
“ไม่...ไม่...ข้าไม่ทำแล้ว” เผิงฟู่หลินร่ำร้องออกมาอย่างขวัญเสีย ทำเอาหนี่เส้าจวินหัวเราะชอบใจออกมา
“เด็ก ๆ เข้ามาเก็บกวาดที่นี่ให้เรียบร้อย” หนี่เส้าจวินตะโกนสั่งสาวใช้ ก่อนที่จะเดินอุ้มเผิงฟู่หลินลงมานั่งที่เตียง เขายังคงไม่ผละออกจากนาง แต่กลับโน้มตัวเข้าหาใกล้ขึ้น จนแทบได้ยินเสียงหัวใจของนางที่เต้นแรงรัวไม่หยุด “ข้ายังมีงานที่ต้องสะสาง หากเจ้าไม่ดื้อ คืนนี้ข้าจะมีรางวัลให้” เขากระซิบพร้อมถือโอกาสหอมแก้มนางอีกหนึ่งที ก่อนจะลุกขึ้นหัวเราะชอบใจแล้วเดินจากไปทันที
“กรี๊ดดดด....” เสียงกรีดร้องดังไล่ตามหลังหนี่เส้าจวินออกมา เขาได้แต่ยกยิ้มบนใบหน้าก่อนจะเดินกลับห้องทำงานด้วยความอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
