บทที่ 2 คนรักหรือ ท่านไม่ใช่คนรักข้า

บทที่ 2

คนรักหรือ ท่านไม่ใช่คนรักข้า

หรงเล่อนั่งเล่นอยู่หน้าเรือนด้วยใบหน้าที่มีสีเลือดมากขึ้น ร่างกายก็ดีขึ้นมาก เรี่ยวแรงมากกว่าตอนที่ฟื้น ที่ผ่านมาเพราะนางป่วย ช่วงที่ตื่นขึ้นมาจึงบำรุงตนเองมากหน่อย นางอยากให้นางกลับมาอวบอิ่ม หาใช่ผอมแห้ง

ในมือถือหนังสือนิยายประโลมโลกที่นางชอบอ่าน ในนิยายทุกอย่างจบงดงาม แต่โลกความเป็นจริง ทุกสิ่งหาใช่เช่นนั้น มันมีทั้งความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานต่าง ๆ นานาเทียบกับสิ่งที่เขียนไม่ได้เลย

“คุณหนู คุณชายม่อเหยียนมาขอพบ”

หรงเล่อวางหนังสือลงข้างตัว นางไม่คิดว่าสายข่าวเขาจะแย่ ทั้งที่พอนางฟื้นก็มาเลย แต่ว่าเขามาช้า เพราะที่นางฟื้นมันคือสามวันที่แล้ว นี่ล่วงเข้าวันที่สี่ ชายที่เคยพูดว่ารักห่วงใยอยากจะคบหากลับเพิ่งจะมาปรากฎตัว

มันไม่ช้าไปหน่อยหรือ

แต่ก็ช่างเถอะ เพราะจากนี้นางจะกลายเป็นศัตรูเขาแล้ว ควรจะให้โอกาสฟังคำเขาสักหน่อย อยากจะรู้ว่าอะไรบ้างที่เขาจะพ่นออกมาให้นางฟัง

“เชิญเขามาที่นี่”

หรงเล่อเป็นบุตรสาวคนเดียวของราชเลขาที่ขึ้นตรงต่อฝ่าบาท ทำงานรับใช้คำสั่งฝ่าบาท

เป็นมือเท้าหูตา นับว่าความสำคัญตำแหน่งเสนายังเทียบเคียงไม่ได้ หากถามเรื่องความไว้วางใจ บิดานางคือคนที่ฝ่าบาทไว้ใจมากที่สุด

ด้วยไม่เลือกข้าง เป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด

ส่วนบุตรสาวอย่างนาง ก็ควรทำตัวให้ไม่ลำบากบิดาได้แล้ว หากนางเลือกฝ่าย บิดานางเองจะเป็นคนลำบาก หรงเล่อแต่ก่อนมองทุกสิ่งในแง่ดี นางไม่เข้าใจเรื่องการเมือง มองว่ามันเป็นเรื่องบุรุษซึ่งสตรีที่ดีไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรมาก

ไม่ควรแสดงความคิดเห็น ไม่ควรวางท่าเหนือบุรุษ เป็นสตรีหลังบ้านที่คอยดูแลงานในจวน หากสามีมีอนุหรือภรรยารอง นางที่เป็นภรรยาเอกต้องเมตตาดูแล หากพวกนางมีบุตร นางก็ต้องรักบุตรทุกคนของสามีอย่างเท่าเทียม เชื่อฟังสามีทุกอย่างไม่ตั้งคำถามไม่หึงหวงไร้สาระ

ด้วยเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ ทุกจวนมองว่าไม่แปลกที่จะมีหลายภรรยา เพราะว่าบุรุษมากอำนาจ นางเองก็เกิดมาในตระกูลสูง ทำให้ถูกสั่งสอนเรื่องพวกนี้มาก็มาก แม่นมที่ตกตายเมื่อปีก่อนเฝ้าสั่งสอนนางเรื่องหลังบ้าน เกี่ยวกับการแต่งงานว่าควรกระทำตัวอย่างไร

ด้วยมารดาของนางตกตายตั้งแต่ที่คลอดนางได้เพียงหนึ่งปี ผู้ที่เลี้ยงดูจึงเป็นแม่นมกับบิดาที่เอาใจใส่ บิดานางไม่เหมือนคนอื่น มารดานางตายไปนานหลายสิบปีจนนางอายุสิบห้า บิดานางไม่เคยมองสตรีอื่น หรือคิดแต่งใครเข้ามาแทนที่

มารดานางช่างโชคดีที่ได้บุรุษอย่างบิดานางมาเป็นสามี แต่ว่าโชคชะตากลับตัดลมหายใจของมารดานางลง

เมื่อวานนางได้คุยกับบิดาเรื่องคู่ครองแล้ว บิดานางเอ่ยว่านางมีอิสระเต็มที่ เพราะมารดาได้เอ่ยขอไว้ก่อนจากไป ว่าขอให้นางมีชีวิตที่เลือกเองได้ ไม่ใช่หมากทางการเมือง บิดาจึงลงแรงร้องขอราชโองการให้นางเลือกคู่เองมาไว้เมื่อสี่ปีก่อนเพื่อให้อิสระแก่บุตรสาวตนเอง

ซึ่งไม่มีใครบีบนางให้แต่งได้ แม้แต่ฝ่าบาทเอง

หรงเล่อน้ำตาซึมที่บิดาคิดถึงนางมากขนาดนี้ แต่ว่าเป็นนางที่เชื่อคนง่าย มองแง่ดีเกินไป จนกลายเป็นตัวตลกหลายหนทำลายชื่อเสียทั้งตนเองและตระกูลมาหลายปี

หรงเล่อมองเงาร่างของผู้ที่มาหาด้วยรอยยิ้มเย็นชา นางเกลียดทุกคนที่ทำให้นางกลายเป็นตัวตลกในสายตาผู้อื่นจนบิดานางลำบากมาหลายครั้ง

“หรงเล่อ เจ้าหายดีแล้วหรือ ไยถึงมานั่งหน้าเรือนเช่นนี้ วันนี้ลมแรงเจ้าไม่ควรออกมา”

“ข้าหายดีแล้ว ขอบคุณที่ท่านเป็นห่วง คุณชายม่อเหยียน”

ม่อเหยียนรู้สึกว่าคนตรงหน้าแปลกไป เขาเข้ามานั่งด้านข้างนาง ก่อนจะเห็นว่านางไม่ได้ปักปิ่นเหลียนฮวาที่เขาให้ไว้ ปกติตั้งแต่ได้ไปนางถือว่ามันคือของสำคัญ นางจะปักมันทุกครั้งด้วยซ้ำ

“หรงเล่อ วันนี้เจ้าลืมปักปิ่นเหลียนฮวาหรือ”

หรงเล่อทำสีแปลกใจเอื้อมไปจับมวยผมก่อนจะหัวเราะเสียงหวาน ดวงตาของนางมองบุรุษตรงหน้าด้วยท่าทางโง่งมเช่นที่ทำมาตลอด

“อ่อ เรื่องปิ่น ข้าทำมันตกแตกไปเมื่อวันที่ฟื้นนะ เลยไม่ได้ปักมัน”

ม่อเหยียนแทบไม่อยากเชื่อ นางทำมันแตกหักทั้งที่ผ่านมา นางดูแลมันดีมาก มากเสียจนกลายเป็นของมีค่าสำหรับนาง แล้วนางมาบอกว่ามันตกแตก

ม่อเหยียนทำหน้าบึ้งเล็กน้อย เพราะเขาซื้อมันมาด้วยราคาที่แพงมากเพื่อมาเอาใจอีกฝ่าย แต่นางกลับดูแลไม่ดีทำมันพังเช่นนี้

“เอาเถอะ ข้าจะซื้อให้ใหม่ เจ้าอย่าทำตกแตกอีกละ”

“ข้าไม่รบกวนท่านหรอกเจ้าค่ะ เพียงปิ่นชิ้นเดียวข้าซื้อหาเองได้อยู่แล้ว ยิ่งเป็นปิ่นหยกที่สลักเหลียนฮวาที่หาได้ง่าย ๆ ราคาก็ไม่ได้แพงอะไร ถ้าข้าต้องการเดี๋ยวข้าจะให้คนออกไปซื้อหาเอง”

คำตอบของหรงเล่อเหมือนตบหน้าม่อเหยียน เขาเป็นคุณชายคนที่สามของตระกูลม่อ เป็นบุตรของฮูหยินรอง ราคาปิ่นหยกชั้นดีจึงทำให้เขาตัดใจซื้อยากด้วยราคามันหนักอยู่ แล้วนางมาเอ่ยว่ามันราคาไม่แพง ไหนจะเรื่องที่ว่าอยากได้จะซื้อเอง มันจะเหมือนกันได้อย่างไร

ปิ่นที่เขาซื้อให้คือของแทนใจที่มีต่อกัน แต่นางกลับเอ่ยออกมาหน้าตาย

“หรงเล่อ มันไม่เหมือน เจ้าคงลืมไปแล้วว่าข้าให้ปิ่นหยกไปเพราะอะไร”

“ก็เพราะเป็นของขวัญวันเกิดข้า อีกอย่างวันนั้น ขาได้ปิ่นมาเป็นสิบ ๆ งดงามก็มาก ที่ข้าเลือกปักปิ่นที่ท่านให้เพราะเห็นว่ามันเรียบง่ายดูดี แต่ตอนนี้พอมันแตกข้าก็รู้สึกเบื่อแล้ว จึงคิดว่าจะเลือกปิ่นชิ้นอื่นมาใช้แทน”

ม่อเหยียนรู้สึกว่าเขากำลังโกธรที่นางเอ่ยเช่นนี้ หากว่าเขาไม่ต้องการเส้นสายในอนาคต เขาก็ไม่ทำในสิ่งที่มารดาสั่งเช่นนี้ไม่เชื่ออันลี่ นางออกจะโง่ แต่เพราะครอบครัวนางร่ำรวย มากอำนาจ หน้าตานางก็งดงาม เขาจึงมองข้ามความซื่อบื้อโง่เง่าของนางไป

แต่นางมาเอ่ยเช่นนี้

“ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะพูดออกมาแบบนี้ เช่นนั้นข้าขอตัว”

หรงเล่อมองตามเงาร่างที่เดินออกไป คงคิดว่านางจะรู้สึกผิดแล้วตามไปเอ่ยขอโทษอย่างที่ผ่านมาสินะ

เสียใจด้วยม่อเหยียน ข้าไม่ได้จริงใจใสซื่อเหมือนที่ผ่านมาแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป