บทที่ 1 มือที่สามเข้ามาในบ้าน
คฤหาสน์ศิขรินทร์ ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวอยู่ในย่านคฤหาสน์หรูบนเนินเขาที่ราคาที่ดินแพงที่สุดของเมือง
ชาลิณีลากสังขารอันอ่อนล้ากลับจากโรงพยาบาลเพียงลำพัง มายังเรือนหอของเธอกับธนพล
ใบหน้าของเธอซีดเผือดไร้สีเลือด มือเรียวผลักบานประตูเข้าไปอย่างหมดเรี่ยวแรง
บนพรมหรูที่โถงทางเข้า รองเท้าส้นสูงสีแดงสดวางระเกะระกะสะดุดตา ตัดกับรองเท้าหนังตัดเย็บพิเศษของธนพลที่วางคู่กันอยู่อย่างเป็นระเบียบ
ป้าแก้ว แม่บ้านเก่าแก่กำลังสั่งงานสาวใช้สองคนให้เก็บกวาดโต๊ะรับแขก เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา เปลือกตาของหญิงสูงวัยก็แทบไม่ขยับ น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ดังขึ้น "คุณผู้หญิงกลับมาแล้วเหรอคะ"
ชาลิณีไม่ตอบรับ สายตากวาดมองไปรอบห้องนั่งเล่น
ทุกอย่างดูเหมือนจะปกติเหมือนตอนที่เธอออกไป แต่ร่องรอยความเป็นเจ้าของของเธอกลับถูกรุกล้ำจนไม่เหลือชิ้นดี
ถ้วยกระเบื้องโบนไชน่าใบโปรดที่เธอใช้ประจำ มีรอยลิปสติกสีแดงฉูดฉาดประทับอยู่ที่ขอบแก้ว ถูกวางทิ้งไว้อย่างไม่ไยดีที่มุมโต๊ะ
ผ้าคลุมไหล่แคชเมียร์ที่เธอพาดไว้บนโซฟา ถูกขยำเป็นก้อนยัดไว้ในซอกหลืบ
แม้แต่ดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ที่เธอเป็นคนจัดใส่แจกันด้วยตัวเอง ก็ถูกเปลี่ยนเป็นกุหลาบสีแดงสดที่ดูฉูดฉาดบาดตา
ทุกตารางนิ้วในพื้นที่นี้ กำลังประกาศศักดาว่ามีนายหญิงอีกคนเข้ามาแทนที่
"ป้าแก้ว... ตอนที่ฉันไม่อยู่ มีแขกมาที่บ้านเหรอ?" เสียงของชาลิณีแผ่วเบา แต่แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็น
ป้าแก้วยืดตัวตรง น้ำเสียงเจือไปด้วยความจองหองที่ปิดไม่มิด "คุณอริสาค่ะ คุณผู้ชายพาเธอเข้ามาเอาเอกสาร ก็เลยนั่งพักอยู่ครู่หนึ่ง"
แค่ครู่หนึ่งงั้นเหรอ?
ชาลิณีก้าวเท้าขึ้นบันได ผลักประตูห้องนอนใหญ่ออก
โต๊ะเครื่องแป้งของเธอถูกรื้อค้นจนข้าวของกระจัดกระจาย ลิปสติกหลายแท่งถูกเปิดฝาทิ้งไว้ ประตูห้องแต่งตัวเปิดแง้มอยู่ และชุดนอนผ้าไหมสีขาวนวลจันทร์ที่เธอใส่เป็นประจำได้หายไป
ที่หน้าหน้าต่างบานใหญ่จรดพื้น ชุดนอนสีแดงไวน์ตัวหนึ่งกองยับยู่ยี่อยู่บนพื้น
ชาลิณีเดินเข้าไป ก้มลงหยิบมันขึ้นมา
นี่คือของขวัญที่ธนพลสั่งตัดพิเศษจากแบรนด์หรูในวันครบรอบแต่งงานปีแรก มีเพียงสองชุดในโลก ชุดหนึ่งคือสีขาวนวลจันทร์ที่เธอใส่ประจำ ส่วนอีกชุดคือสีแดงไวน์ตัวนี้
เธอไม่เคยใส่มันเลยสักครั้ง
เพราะธนพลเคยพูดว่า คนจืดชืดอย่างเธอ ใส่สีนี้ไม่ขึ้นหรอก
แต่ตอนนี้ บนชุดนอนตัวนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำหอมหวานเลี่ยนของอริสา และยังมีเส้นผมสีดำขลับที่สั้นและแข็งของผู้ชายติดอยู่สองสามเส้น
บนชั้นวางหนังสือชั้นบนสุด สมุดภาพรุ่นลิมิเต็ดที่เธอหวงแหนก็หล่นลงมาอยู่ที่พื้น มุมกระดาษถูกพับอย่างหยาบคาย
เสียงซุบซิบของพวกสาวใช้ที่กำลังทำความสะอาดดังแว่วเข้ามา แม้จะพยายามลดเสียงลงแต่ก็ยังได้ยินชัดเจน
"คุณท่านนี่โอ๋คุณอริสาจริง ๆ นะ ตอนเธอเขย่งเท้าหยิบหนังสือ คุณท่านก็เอามือประคองเอวไว้..."
"นั่นสิ คุณอริสาบ่นว่าอยากพาสุนัขเดินเล่น คุณท่านที่เป็นคนรักความสะอาดขนาดนั้น ยังยอมลงไปเดินเป็นเพื่อนทั้งที่ยังไม่ได้เปลี่ยนรองเท้าเลย!"
ภาพบาดตาฉายชัดขึ้นในหัวของชาลิณีทันที ธนพลโอบเอวอริสา แววตาที่มองหญิงอื่นเต็มไปด้วยความตามใจในแบบที่เธอไม่เคยได้รับ
บนโต๊ะหัวเตียงมีกล่องของขวัญหรูหราวางอยู่ พร้อมการ์ดที่เขียนด้วยลายมือหวัด ๆ แต่ดูมีจริต
[พี่ชาลิณีคะ ได้ยินพี่ธนพลบอกว่าพี่ไม่ชอบชุดนอนตัวนี้ หนูเลยถือวิสาสะลองใส่ดูแทน สวยมากเลยนะคะ ลิปสติกสีนี้ก็เข้ากับพี่ดี หวังว่าพี่จะชอบนะคะ —— อริสา]
ความรู้สึกอัปยศอดสูถาโถมเข้าใส่ชาลิณีจนชาไปทั้งร่าง
บุกรุกเข้ามาถึงในบ้าน สวมเสื้อผ้าของเธอ ใช้ของของเธอ นอนกับสามีของเธอ แล้วสุดท้ายยังมาทำท่าทีเหมือนผู้ให้ทาน เพื่อเยาะเย้ยความพ่ายแพ้และความน่าสมเพชของเธอ
"คุณผู้หญิงคะ คุณอริสาเขาก็หวังดี ปกติคุณแต่งตัวจืดชืดเกินไป ผู้หญิงเราก็น่าจะสดใสบ้างนะคะ" ป้าแก้วเดินตามขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ยืนกอดอกอยู่ที่หน้าประตู น้ำเสียงยังคงราบเรียบแต่เสียดแทง
สาวใช้อีกคนรีบผสมโรง "ใช่ค่ะคุณผู้หญิง คุณอริสาเธอนิสัยดีมากเลยนะคะ ยังซื้อขนมมาฝากพวกเราด้วย เธอบอกว่าชีวิตคู่ของคุณกับคุณธนพล สิ่งสำคัญที่สุดคือความเข้าใจค่ะ"
ชาลิณีก้มหน้า หัวเราะในลำคออย่างขมขื่น "เข้าใจเหรอ? เข้าใจว่าสามีพาเมียน้อยเข้ามาเริงรักกันในเรือนหอของเราน่ะเหรอ?"
สีหน้าของป้าแก้วเปลี่ยนไปทันที หน้ากากแห่งความเกรงใจจอมปลอมถูกฉีกกระชากออก เหลือเพียงความดูถูกเหยียดหยามอย่างเปิดเผย "คุณผู้หญิงคะ พูดจาให้มันระวังหน่อย คุณธนพลเป็นใคร? แล้วคุณเป็นใคร? ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลของคุณล้มละลาย..."
"สถานะของฉัน มันไม่ใช่เรื่องที่พวกขี้ข้าอย่างพวกเธอจะมาวิจารณ์ได้"
ชาลิณีสวนกลับทันควัน แววตาเย็นเยียบทำให้ป้าแก้วชะงักและหุบปากฉับด้วยสัญชาตญาณ
แต่เพียงครู่เดียว ป้าแก้วก็ยืดตัวตรงอีกครั้ง ราวกับมีคนหนุนหลัง "คุณมาเก่งกับป้าจะมีประโยชน์อะไร? แน่จริงก็ไปพูดกับคุณท่านสิคะ ในคฤหาสน์ศิขรินทร์นี้ ใคร ๆ ก็รู้ว่าคนในใจของคุณท่านคือคุณอริสา คุณนั่งทับตำแหน่ง 'คุณนาย' อยู่ ก็ควรจะมีเจียมเนื้อเจียมตัวบ้าง"
นั่นสินะ เธอควรจะเจียมตัวตั้งนานแล้ว
นับตั้งแต่วินาทีที่เธอจรดปากกาเซ็นสัญญาทาสฉบับนั้น ชาลิณีก็เป็นได้แค่แม่บ้านระดับพรีเมียมที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์หรู เป็นคุณนายแค่ในนามเท่านั้น
เธอสูดหายใจเข้าลึก เมื่อเอ่ยปากอีกครั้ง น้ำเสียงของเธอก็สงบจนน่ากลัว
"ไปเอาถุงขยะมา"
ป้าแก้วชะงัก "คุณผู้หญิงจะทำอะไรคะ?"
ชาลิณีไม่พูดให้ยาว แย่งถุงขยะสีดำใบใหญ่มาจากมือสาวใช้ แล้วหันหลังเดินลงบันได ตรงไปที่โต๊ะรับแขก หยิบแก้วคู่รักของเธอกับธนพลขึ้นมา เดินตรงไปที่ถังขยะ แล้วปล่อยมือ
"เพล้ง!"
แก้วกระเบื้องราคาแพงแตกละเอียดคาถัง
เธอถือถุงขยะเดินกลับขึ้นไปชั้นบน กวาดชุดนอนสีแดงไวน์พร้อมกล่องและเครื่องประดับทั้งหมดลงถุง
ตามด้วยเครื่องสำอางบนโต๊ะเครื่องแป้งที่ถูกรื้อค้น "ของขวัญ" ที่อริสาทิ้งไว้บนหัวเตียง หมอนอิงบนโซฟาที่ถูกนั่งทับ แก้วน้ำที่มีรอยลิปสติก...
เธอทำทุกอย่างด้วยความเงียบงัน แต่เด็ดขาด เธอตามเก็บทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านหลังนี้ที่มีกลิ่นอายของอริสาติดอยู่ โยนลงถุงขยะสีดำทีละชิ้น ทีละชิ้น
พวกคนรับใช้ยืนมองตาค้าง อยากจะเข้าไปห้าม แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเธอทำให้ไม่มีใครกล้าขยับ
สุดท้าย ชาลิณีเดินช้าๆ ไปที่โถงทางเข้า ก้มลงใช้เพียงปลายนิ้วคีบรองเท้าส้นสูงสีแดงคู่นั้นด้วยความรังเกียจ แล้วโยนมันออกไปนอกประตูใหญ่พร้อมกับถุงขยะที่อัดแน่นจนล้น
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ เธอพุ่งตัวเข้าไปในห้องน้ำของห้องนอนใหญ่ ล้างมืออย่างบ้าคลั่ง แล้วฟุบลงกับอ่างล้างหน้า โก่งคออาเจียน แต่กลับไม่มีอะไรออกมา นอกจากน้ำย่อยขมปร่าที่ตีตื้นขึ้นมาเป็นระลอก
เธอมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก จู่ๆ ก็รู้สึกแปลกหน้าเหลือเกิน
ห้าปีที่ผ่านมา... เธอทนเพื่ออะไรกันแน่?
ทันใดนั้น ท่อนแขนแข็งแรงของชายหนุ่มก็โอบรัดเอวเธอจากด้านหลัง ดึงร่างบางเข้าไปแนบชิดอกแกร่ง
กลิ่นอายเย็นเยียบที่คุ้นเคยห่อหุ้มตัวเธอไว้
ชายหนุ่มใช้แผ่นหลังกว้างดันประตูห้องน้ำปิดลง แล้วอุ้มเธอวางลงในอ่างอาบน้ำ
ชาลิณีหันกลับไปสบตากับสามีของเธอ... ธนพล
เขาสวมชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีดำ สาบเสื้อเปิดกว้างเผยให้เห็นไหปลาร้าได้รูป
บนตัวเขามีกลิ่นจางๆ ของแอลกอฮอล์และความเย็นเยียบของอากาศยามดึก ผสมปนเปกับกลิ่นน้ำหอมหวานเลี่ยน... และกลิ่นสาบสุนัขโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ตัวโปรดของอริสา
เขาเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำเรื่องความสะอาดขั้นรุนแรง ทุกวันหลังเลิกงาน เขาต้องลากเธอมาอาบน้ำด้วยกัน
วันนี้ก็เหมือนกัน
ชาลิณีคิดเตลิดไปว่า เขาอาจจะเคยอาบน้ำกับอริสาในห้องนี้มาก่อน ความคลื่นเหียนตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอหอย เธอผลักอกธนพลอย่างแรง ดิ้นรนจนหลุดจากอ้อมแขนเขา
"คุณเป็นบ้าอะไร?"
เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องน้ำที่ว่างเปล่าผิดปกติ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าเรียบเฉยของชาลิณี
ป้าแก้วคงจะรีบไปฟ้องแล้วสินะ
ชาลิณีไม่ตอบ เพียงแค่เงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและเงียบงัน
ธนพลเริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีของเธอ
"เรื่องที่อริสามาที่นี่ ผมจะจัดการเอง" เขาข่มอารมณ์โกรธ อธิบายด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
"จัดการยังไงคะ? จะเตือนเธอว่าคราวหน้าให้ระวังหน่อย เก็บกวาดร่องรอยให้สะอาด อย่าให้เหลือหลักฐาน หรือจะเปลี่ยนไปพลอดรักกันในที่ที่มิดชิดกว่านี้?"
สีหน้าของธนพลมืดครึ้มลงทันที "ชาลิณี ระวังคำพูดของคุณด้วย"
ชาลิณีลุกขึ้นยืน ประจันหน้ากับเขา ดวงตาคู่สวยที่เคยเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ บัดนี้เหลือเพียงความตายด้าน
"ในสัญญาของเรา ไม่ได้ระบุว่าฉันต้องทนให้เมียน้อยของคุณมานอนบนเตียงฉัน ใส่เสื้อผ้าฉัน และใช้ของของฉัน"
"เธอไม่ได้นอนบนเตียงคุณ"
ทันทีที่พูดจบ ธนพลก็ชะงักไปเอง ทำไมเขาต้องแก้ตัวเรื่องนี้ด้วย?
ชาลิณียิ้ม แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ดูเจ็บปวดยิ่งกว่าการร้องไห้ "งั้นเหรอคะ? งั้นฉันต้องขอบคุณเธอด้วยไหมที่ยังมีความเมตตา?"
ธนพลคว้าข้อมือเธอ กระชากร่างบางเข้ามาประชิดตัว
เขาก้มลง ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินผิวแก้มของเธอ แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "อย่าลืมสิ ว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่"
ประโยคเดิมอีกแล้ว ทุกครั้งที่เขาต้องการ แต่ขี้เกียจจะเล้าโลมเอาใจ เขาจะใช้ประโยคนี้เตือนเธอว่าถึงวันตกไข่แล้ว
เตือนให้เธอรู้ว่า คุณค่าสูงสุดของเธอมีแค่เป็นมดลูก เป็นเพียงเครื่องมือที่มีไว้เพื่อการตั้งครรภ์
หัวใจของชาลิณีเย็นเยียบจนชาหนึบ
เธอหลับตาลง เลิกขัดขืน ปล่อยตัวตามสบายราวกับตุ๊กตาที่ไร้วิญญาณ
"ฉันรู้ค่ะ" เธอเอ่ยเสียงเบา "เริ่มเถอะ"
ท่าทีที่ยอมจำนนแต่กลับต่อต้านอยู่ในทีแบบนี้ ยิ่งทำให้ธนพลรู้สึกเดือดดาลยิ่งกว่าการทะเลาะตบตี
ความโกรธเกรี้ยวผสมปนเปกับอารมณ์บางอย่างที่เขาเองก็อธิบายไม่ถูก ทำให้การกระทำของเขาดิบเถื่อนและขาดการยั้งคิด
ไม่มีจูบ ไม่มีการสัมผัสที่อ่อนโยน
เขาใช้เซ็กส์ในรูปแบบที่ดิบที่สุดเพื่อระบายโทสะและแสดงความเป็นเจ้าของ
ชาลิณีกัดริมฝีปากแน่น สองมือยันขอบอ่างอาบน้ำที่เย็นเฉียบ กลืนก้อนความเจ็บปวดและความอัปยศลงไปในอก
เธอลืมตาโพลง มองแสงไฟสีนวลบนเพดาน แสงสว่างจ้าจนทำให้เธอแสบตา
เธอคิดในใจ... ให้มันจบแค่นี้เถอะ นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
