บทที่ 5 ใครให้ความกล้ากับคุณ?

เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าเอาแต่เหม่อลอย น้ำเสียงของนายแพทย์หนุ่มจึงเจือไปด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย

ชาลิณีสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาว่างเปล่า "คะ? อ๋อ... ค่ะ ทราบแล้วค่ะ ไม่แอดมิทได้ไหมคะ?"

เธอตอบรับไปอย่างส่งเดช ทั้งที่ใจลอยคว้างไปไกลแสนไกล

คุณหมอมองท่าทีขอไปทีของคนไข้แล้วขมวดคิ้ว แต่สุดท้ายก็ยอมสั่งยาและออกใบส่งตัวให้เธอไปรับน้ำเกลือ "ไม่แอดมิทก็ได้ครับ แต่ต้องทานยาให้ตรงเวลา และมาตรวจซ้ำทุกสัปดาห์ ร่างกายของตัวเอง คุณต้องใส่ใจเองนะครับ"

"ขอบคุณค่ะคุณหมอ"

ชาลิณีรับใบสั่งยาเดินไปชำระเงินด้วยอาการมึนงง ราวกับร่างไร้วิญญาณ ก่อนจะพาตัวเองไปนั่งในห้องฉุกเฉิน ปล่อยให้พยาบาลเจาะเข็มน้ำเกลือเข้าที่เส้นเลือด

เมื่อของเหลวใสไหลผ่านสายยางหยดลงมาทีละหยด เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลง พยายามสลัดภาพสีเหลืองสว่างจ้าที่คอยรบกวนจิตใจออกไปจากสมอง

ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็สั่นขึ้นขึ้นมาอย่างขัดจังหวะ

บนหน้าจอปรากฏชื่อ "คุณแม่บูรณิมา"

หัวใจของชาลิณีดิ่งวูบลงไปที่ตาตุ่ม เธอรีบกดรับสาย และทันทีที่สัญญาณเชื่อมต่อ เสียงแหลมบาดหูของบูรณิมาก็ดังสวนออกมา

"นังชาลิณี! แกหายหัวไปตายที่ไหน? รีบไสหัวกลับมาเดี๋ยวนี้!"

ชาลิณีกำโทรศัพท์แน่น เธอไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป

เสียงของบูรณิมายิ่งทวีความเกรี้ยวกราด "ฉันจะบอกให้นะ ฉันอุตส่าห์เชิญอาจารย์คง ผู้ศักดิ์สิทธิ์มาทำพิธีที่บ้าน ถ้าแกทำเสียฤกษ์เสียยาม ฉันจะฉีกอกแก! รีบกลับมาเดี๋ยวนี้!"

"ได้ยินไหม! ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าแกยังไม่รีบกลับมา..."

"ทราบแล้วค่ะ" ชาลิณีตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นชา แล้วกดวางสายทันที

เธอมองขวดน้ำเกลือที่ยังเหลืออยู่เกินครึ่งอย่างไม่ลังเล หญิงสาวกระชากเข็มน้ำเกลือออกจากหลังมืออย่างแรง

หยดเลือดสีแดงสดพุ่งออกมาทันที เธอใช้เพียงสำลีกดไว้อย่างลวก ๆ คว้ากระเป๋าแล้วลุกขึ้นเดินหนี

"คุณคะ! น้ำเกลือยังไม่หมดเลยนะคะ!" พยาบาลร้องทักด้วยความตกใจ

แต่ชาลิณีไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง

เธอจะกลับไป...ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่เพื่ออดทนอีกแล้ว

เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลจันทน์อาภรณ์ บรรยากาศในห้องรับแขกเต็มไปด้วยความอึมครึมและกลิ่นควันธูปที่ชวนเวียนหัว

ชายวัยกลางคนแต่งกายประหลาดคล้ายหมอผี ใบหน้าพอกแป้งขาววอก กำลังทำพิธีอย่างขะมักเขม้น มือข้างหนึ่งสั่นกระดิ่งทองเหลือง อีกข้างถือขันน้ำมนต์ ปากพึมพำคาถาอาคมที่ฟังไม่ได้ศัพท์ บนพื้นมีโต๊ะหมู่บูชาชั่วคราววางอยู่ เศษขี้ธูปและกระดาษยันต์สีเหลืองปลิวว่อนไปทั่ว

บูรณิมานั่งพนมมืออยู่บนโซฟาข้าง ๆ ด้วยสีหน้าเลื่อมใสศรัทธาอย่างที่สุด

เมื่อเห็นชาลิณีเดินเข้ามา หล่อนก็ชักสีหน้าใส่ทันที "ยังรู้จักกลับมาอีกเหรอ? ไร้มารยาท! ปล่อยให้ผู้หลักผู้ใหญ่รอตั้งนาน!"

ชาลิณียืนนิ่งอยู่ที่โถงทางเข้า ใบหน้าเรียบเฉย มองดูฉากละครปาหี่ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา

คนที่เป็น 'อาจารย์ผู้ศักดิ์สิทธิ์' วางกระดิ่งลงก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "คุณนายบูรณิมาครับ ท่านนี้คือสะใภ้เล็กใช่ไหม? ดูท่าทางจิตใจไม่ศรัทธา ความเชื่อไม่บริสุทธิ์ มิน่าล่ะถึงมีลูกยาก"

สีหน้าของบูรณิมายิ่งดูแย่ลงไปอีก หล่อนลุกขึ้นเดินปรี่เข้าไปหาชาลิณี ชี้หน้าด่ากราด "ได้ยินไหม? ฉันบอกแล้วว่าแกมันตัวซวย! แต่งเข้าตระกูลจันทน์อาภรณ์มาตั้งนาน ยังไม่มีวี่แววว่าจะท้อง เลี้ยงไก่ยังได้ไข่ เลี้ยงแกไว้เปลืองข้าวสุกจริง ๆ!"

ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามเหล่านี้ ชาลิณีกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป... บางทีอาจเป็นเพราะใจมันด้านชาไปหมดแล้ว

หมอผีจอมปลอมประคองถ้วยกระเบื้องเดินเข้ามา ในถ้วยมีน้ำสีเหลืองขุ่นคลั่ก กับขี้เถ้าจากยันต์ที่ลอยฟุ้งอยู่เต็มไปหมด

"คุณนายเล็ก นี่คือน้ำมนต์ขอลูกที่อาจารย์ตั้งใจทำพิธีให้ ดื่มซะ รับรองว่าปีนี้ตระกูลจันทน์อาภรณ์จะได้อุ้มหลานชายตัวอ้วนจ้ำม่ำแน่นอน" หมอผีพูดพลางยื่นถ้วยไปจ่อที่ปากของชาลิณี

กลิ่นเหม็นไหม้ของขี้ธูปผสมกับกลิ่นอับชื้นตีเข้าจมูก

ชาลิณีรู้สึกพะอืดพะอมจนแทบอาเจียน เธอถอยหลังหนีหนึ่งก้าว

"จะหลบทำไม?" บูรณิมาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอแล้วออกแรงบีบราวกับจะบดกระดูกให้แตก "นี่มันของดี เป็นบุญวาสนาของแก! รีบกินเข้าไปเดี๋ยวนี้!"

หมอผีก็ช่วยสำทับ ดันถ้วยเข้ามาใกล้ "ใช่ครับคุณนายเล็ก ถ้าใจศรัทธาปาฏิหาริย์ก็ย่อมเกิดขึ้น ดื่มเถอะครับ!"

ขอบถ้วยแทบจะแตะริมฝีปากของชาลิณี

ห้าปีแล้ว...

นับตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานเข้าตระกูลจันทน์อาภรณ์ เธออดทนมาตลอด

อดทนต่อการกลั่นแกล้งสารพัดของบูรณิมา อดทนต่อความเย็นชาและขี้ระแวงของธนพล

เธอเคยคิดว่าขอแค่ทนรอจนกว่า 'เทมป์' จะออกมา ทุกอย่างก็จะจบสิ้น

แต่ตอนนี้ ความหวังเดียวของเธอพังทลายลงแล้ว

ชาลิณีเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยตายด้าน พลันลุกโชนด้วยไฟโทสะ

เธอสะบัดมือออกไปอย่างแรง

"เพล้ง!"

ถ้วยกระเบื้องร่วงกระแทกพื้นแตกกระจาย น้ำมนต์สกปรกสาดกระเซ็นไปทั่ว เลอะเปรอะเปื้อนชุดหรูของบูรณิมาจนเปียกโชก

อากาศภายในห้องเหมือนถูกแช่แข็งชั่วขณะ

"แก... นังเด็กทรพี! แกกล้าดียังไง!" บูรณิมาได้สติก่อนใคร ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจัด หล่อนชี้หน้าชาลิณี "แกกล้าปัดถ้วยน้ำมนต์ทิ้งเหรอ? สงสัยแกคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ!"

สิ้นเสียง หล่อนก็ง้างมือขึ้นหมายจะตบหน้าชาลิณีให้หายแค้น

ชาลิณีไม่หลบ เธอยืนจ้องหน้าแม่สามีด้วยสายตาเย็นเยียบ ใบหน้าซีดเซียวฉายแววเด็ดเดี่ยว

ทว่าความเจ็บปวดที่เตรียมใจรับไว้กลับส่งมาไม่ถึงตัว

มือหนาที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนคว้าข้อมือของบูรณิมาเอาไว้กลางอากาศ

"คุณแม่จะทำอะไรครับ?"

เสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งดังขึ้นกลางห้องรับแขก

ไม่มีใครรู้ว่าธนพลกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเมินเฉยต่อสภาพเละเทะบนพื้นและหมอผีกำมะลอที่ยืนตัวสั่นงันงก สายตาคมกริบจับจ้องไปที่ชาลิณีเพียงผู้เดียว

เมื่อเห็นใบหน้าที่ไร้สีเลือด แต่กลับดูดื้อรั้นผิดปกติของภรรยา แววตาของเขาก็วูบไหวและดำมืดลงทันที

ฝ่ายบูรณิมาเมื่อเห็นลูกชายกลับมา ก็รีบตีโพยตีพายทันที "ตาพล! กลับมาก็ดีแล้ว! ดูเมียตัวดีของแกสิ มันจะทำให้อกแม่แตกตายอยู่แล้ว! แม่หวังดีอุตส่าห์ทำพิธีขอลูกให้ มันไม่สำนึกบุญคุณไม่พอ ยังกล้าปัดถ้วยน้ำมนต์ทิ้ง นี่มันคิดจะปีนเกลียวแม่ชัด ๆ!"

คิ้วเข้มของธนพลขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม เขาปล่อยมือบูรณิมา แล้วขยับเนกไทที่คออย่างหงุดหงิด

เทมป์กำลังจะออกจากคุก

เพราะอย่างนี้สินะ... เธอถึงได้ร้อนรนอยากจะไปให้พ้น ๆ จนไม่เห็นหัวแม่ของเขาอีกแล้ว?

ไฟโทสะที่ไร้ที่มาลุกโชนขึ้นในใจของธนพล เผาผลาญสติสัมปชัญญะจนมอดไหม้

เขาก้าวเข้าไปประชิดตัว คว้าข้อมือเล็กบางของชาลิณีไว้แน่น "ตามฉันขึ้นไปข้างบน"

น้ำเสียงของเขาปราศจากความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง

ชาลิณีถูกกระชากจนตัวเซ ความเจ็บปวดแล่นพล่านที่ข้อมือ เธอพยายามขัดขืน แต่กลับถูกชายหนุ่มบีบแน่นกว่าเดิม

"ธนพล! ปล่อยฉันนะ!"

ธนพลทำหูทวนลม ลากเธอขึ้นบันไดไปทีละก้าว นัยน์ตาสีดำสนิทลึกล้ำคู่นั้นฉายแววหวาดหวั่นบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ตัว

"ปัง!"

ประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสียงกระแทกดังสนั่นจนชาลิณีรู้สึกปวดแก้วหู

เธอถูกธนพลเหวี่ยงลงบนพรม ร่างสูงใหญ่ยืนค้ำหัวแผ่รังสีคุกคามกดดันอย่างรุนแรง

"ชาลิณี... ใครให้ความกล้ากับเธอกัน?"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป