บทที่ 6 ใครคือเจ้าของบริษัทจันทน์อาภรณ์ในอนาคต
ธนพลยืนตระหง่านค้ำอยู่เหนือร่างของเธอ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะที่เธอไม่อาจคาดเดาสาเหตุได้เลย
ชาลิณีพยายามยันตัวลุกขึ้นจากพรมหนานุ่มอย่างยากลำบาก ข้อมือขาวเนียนบริเวณที่ถูกเขาบีบเมื่อครู่เริ่มปรากฏรอยช้ำเป็นปื้นสีม่วงคล้ำ ความเจ็บปวดแสบร้อนแล่นพล่านไปทั่วผิวเนื้อ
เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา แววตาของเธอว่างเปล่าราวกับบ่อน้ำที่แห้งขอด
“ธนพล... อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!”
รูม่านตาของธนพลหดเกร็งวูบหนึ่งด้วยความขัดใจ เขาโน้มตัวลงมาบีบปลายคางมนของเธอให้เชิดขึ้น บังคับให้เธอจ้องมองเขา แรงกดจากปลายนิ้วเต็มไปด้วยเจตนาลงโทษอย่างชัดเจน
“พอไอ้เทมป์มันพ้นโทษออกมา เธอก็รีบทำตัวรักนวลสงวนตัวเพื่อรอมันเลยหรือไง!”
ในสายตาของเขา เธอคงเป็นได้แค่ผู้หญิงแพศยาที่ไร้ยางอายสินะ?
ชาลิณียกยิ้มมุมปาก แต่รอยยิ้มนั้นกลับส่งไปไม่ถึงดวงตา “ใช่... คุณพูดถูกทุกอย่าง”
เธอเลิกดิ้นรน และเลิกคิดที่จะอธิบายอีกต่อไป “ในเมื่อฉันมันแย่ขนาดนั้น... คุณก็ปล่อยฉันไปเสียทีเถอะ! แล้วก็ถือว่าปล่อยตัวคุณเองให้พ้นจากผู้หญิงแบบฉันด้วย”
ความยอมจำนนของเธอ กลับยิ่งโหมกระพือเชื้อไฟในใจของธนพลให้ลุกโชนยิ่งกว่าการขัดขืนใด ๆ
ความโกรธที่ไร้ที่มาที่ไปแผดเผาสติของเขาจนแทบไม่เหลือ
เขามโนภาพไว้ว่าเธอจะต้องร้องไห้ฟูมฟาย อาละวาดตีโพยตีพาย หรืออย่างน้อยก็จะพยายามหาข้ออ้างมาแก้ตัว แต่เธอกลับนิ่งเฉยจนเขารู้สึกหงุดหงิด
แม้แต่แววตาที่มองมาทางเขา ก็ดูว่างเปล่าราวกับกำลังมองคนแปลกหน้า มันตอกย้ำให้เขารู้สึกว่าชีวิตแต่งงานตลอดห้าปีที่ผ่านมา สำหรับเธอแล้วมันคงเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่ไม่เคยมีความหมายอะไรเลย
“ปล่อยเธอไปงั้นเหรอ?” ธนพลแค่นหัวเราะในลำคอ เขาปล่อยมือออกจากคางของเธอ ก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แล้วค่อย ๆ ปลดกระดุมแขนเสื้อเชิ้ตอย่างใจเย็น “ชาลิณี เธอคงลืมไปแล้วสินะ ว่าตอนนั้นเป็นเธอเองที่คลานเข่าเข้ามาอ้อนวอนขอแต่งงานกับตระกูลจันทน์อาภรณ์ เพราะฉะนั้น... เกมนี้มันจะจบลงเมื่อไหร่ ฉันเท่านั้นที่เป็นคนกำหนด!”
“เธอคิดว่าถ้าหย่ากับฉันแล้ว จะได้ไปเสวยสุขกับไอ้เทมป์งั้นสิ? ฉันจะบอกอะไรให้นะ แค่ฉันกระดิกนิ้วสั่งคำเดียว ชาตินี้ทั้งชาติมันก็อย่าหวังว่าจะหางานสุจริตทำได้ในประเทศนี้”
“คุณมันเลว!” น้ำเสียงของชาลิณีสั่นเครือด้วยความโกรธ
“ฉันยังเลวได้มากกว่านี้อีก” ธนพลก้มมองเธอด้วยสายตาเย็นเยียบ “แล้วตำแหน่งในเครือจันทน์อาภรณ์กรุ๊ปที่เธอแขวนไว้เฉย ๆ นั่นน่ะ เลิกทำตัวเป็นคุณนายว่างงานได้แล้ว ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เธอต้องเข้าไปตอกบัตรทำงานที่บริษัททุกวัน!”
เขาอยากจะรู้นัก ว่าถ้าโดนแบบนี้ ชาลิณียังจะมีกะจิตกะใจไปคิดถึงไอ้เทมป์อยู่อีกไหม!
ชาลิณีถึงกับชะงักไปทันที เธอเดาใจไม่ถูกเลยว่าครั้งนี้เขาจะมาไม้ไหนกันแน่
เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเธอ มุมปากของธนพลก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แสนอำมหิต
เขาต้องการผูกมัดเธอไว้ข้างกาย ให้เธอได้เห็นกับตาตัวเองว่าผู้ชายที่เธอเฝ้าคิดถึงนักหนา จะต้องพังพินาศย่อยยับเพราะเธออย่างไร
เขาจะทำให้เธอได้รู้ซึ้งว่า ใครกันแน่คือที่พึ่งเดียวในชีวิตของเธอ
...
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ เครือจันทน์อาภรณ์กรุ๊ป
ชาลิณียืนอยู่หน้าประตูกระจกของแผนกด้วยความรู้สึกมึนงง
แผนกนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นสุสานคนเป็นของบริษัท แม้ชื่อตำแหน่งจะฟังดูหรูหรา แต่ความจริงแล้วมันคือกรุสำหรับดองพวกเด็กเส้นที่ไร้ความสามารถและพวกพนักงานที่บริษัทต้องการบีบให้ลาออกอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น
เธอจบปริญญาโทด้านการเงินจากเมืองนอก แต่ธนพลกลับส่งเธอมาอยู่ที่นี่ เจตนาของเขาชัดเจนจนไม่ต้องเอ่ยปาก
ภายในออฟฟิศมีพนักงานนั่งกระจัดกระจายอยู่เพียงไม่กี่คน บ้างแอบไถหน้าจอช้อปปิ้งออนไลน์ บ้างส่องกระจกเติมแป้ง หรือบางกลุ่มก็จับกลุ่มเม้าท์มอยกันอย่างออกรส
การปรากฏตัวของชาลิณีเรียกสายตาของทุกคนให้หันมามองเป็นตาเดียว
ใครบ้างจะไม่รู้ ว่าภรรยาท่านประธานคนนี้ แม้จะมีทะเบียนสมรสค้ำคอ แต่สถานะในบ้านแทบไม่ต่างอะไรกับคนรับใช้ที่เจ้านายไม่ปลื้ม
หญิงสาวผมดัดลอนหยิกคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหน “อุ๊ยตาย... นี่มันคุณนายประธานไม่ใช่เหรอคะเนี่ย ลมอะไรหอบมาถึงศาลเจ้าที่รกร้างของพวกเราได้ล่ะคะ?”
ชาลิณีไม่ได้ให้ค่าหล่อนแม้แต่หางตา เธอเดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าคร่ำครึที่สภาพเหมือนพร้อมจะลาโลกได้ทุกเมื่อ
เธอไม่สนตำแหน่งหรือสายตาเหยียดหยามจากใคร เธอขอแค่ได้อยู่อย่างสงบเงียบ รอวันที่จะได้เซ็นใบหย่าเท่านั้น
แต่ดูเหมือนธนพลจะไม่ยอมให้เธอสมหวังง่าย ๆ
บ่ายสองโมงครึ่ง ระหว่างการประชุมแผนก จู่ ๆ ประตูของห้องประชุมก็ถูกเปิดออก ธนพลก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผยและทรงอำนาจ
ด้านหลังของเขา มีหญิงสาววัยรุ่นหน้าตาสะสวยในชุดสูทผ้าทวีตแบรนด์ชาแนลคอลเลกชันล่าสุดเดินนวยนาดตามหลังเขามาติด ๆ
หญิงสาวคนนั้นก็คือ อริสา นั่นเอง
ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ
ธนพลกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ชาลิณีเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบนไปหาอริสาที่ยืนอยู่ข้างกาย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเย็นชา กลับดูอ่อนโยนลงอย่างเหลือเชื่อ
“ขอแนะนำให้ทุกคนรู้จัก นี่คือคุณอริสา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอจะมารับตำแหน่งรองผู้จัดการฝ่ายพัฒนาลยุทธ์ของเรา”
รองผู้จัดการ?
พนักงานทุกคนต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง
ลำพังแค่ชัยวัฒน์ผู้จัดการคนปัจจุบันก็แทบจะไม่มีงานทำอยู่แล้ว แต่นี่ถึงกับตั้งรองผู้จัดการเพิ่ม แถมคุณธนพลยังพามาเปิดตัวด้วยตัวเองอีกหรือ?
สายตาของทุกคนเริ่มเลิ่กลั่ก มองสลับไปมาระหว่างชาลิณีกับอริสา
ชาลิณีนั่งเงียบอยู่ที่มุมห้อง หลุบตาลงต่ำราวกับเรื่องตรงหน้าไม่เกี่ยวข้องกับเธอ
อริสายิ้มหวานให้ทุกคนอย่างอ่อนน้อม ทว่าท่าทางกลับดูเหมือนเจ้าของบ้านที่กำลังต้อนรับแขก
“สวัสดีค่ะทุกคน ริสาฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ เพิ่งมาทำงานวันแรก คงต้องรบกวนพี่ ๆ ช่วยสอนงานด้วยนะคะ” น้ำเสียงของเธอหวานหยด แต่แววตากลับฉายแววของผู้ชนะ ยามที่เธอปรายตามองไปทางชาลิณีอย่างจงใจ
“ริสาได้ยินพี่ธนพลบอกว่า พี่ชาลิณีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ช่วงนี้พี่ไม่ต้องหักโหมทำงานหนักหรอกนะคะ มีอะไรก็โยนมาให้ริสากับพี่ ๆ ช่วยกันทำก็ได้ บริษัทเราเน้นนโยบายใส่ใจพนักงานอยู่แล้ว ไม่ปล่อยให้ใครต้องทำงานทั้งที่ป่วยหรอกค่ะ จริงไหมคะคุณชัยวัฒน์?”
ชัยวัฒน์เป็นพวกจมูกไวต่อสถานการณ์ เขาเข้าใจทุกอย่างทันที จึงรีบพยักหน้าสนับสนุน “ใช่ครับ ๆ คุณอริสาพูดถูกที่สุด! ท่านประธาน... เอ้อ คุณชาลิณีครับ เรื่องงานจุกจิกในแผนกไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ พักผ่อนรักษาตัวให้หายดีก่อนดีกว่า”
พนักงานคนอื่นในห้องก็รีบเปลี่ยนสีตามน้ำทันที
“นั่นสิคะพี่ชาลิณี ดูสิหน้าซีดเชียว ลางานยาว ๆ ไปพักผ่อนที่บ้านก่อนดีกว่าไหมคะ?”
“ใช่ครับ มีคุณอริสามาช่วยงานแล้ว พี่วางใจได้เลย!”
คำพูดที่ดูเหมือนจะหวังดีเหล่านั้น กลับผลักไสให้ชาลิณีกลายเป็นตัวถ่วงของแผนกไปโดยปริยาย
อริสามองภาพนั้นด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มที่มุมปากกดลึกลงไปอีกอย่างผู้ชนะ
นี่แหละคือสิ่งที่เธอต้องการ
เธอจะทำให้ทุกคนได้รู้ว่า ใครกันแน่ที่คู่ควรจะยืนเคียงข้างธนพล และใครกันแน่คือว่าที่นายหญิงตัวจริงของอาณาจักรจันทน์อาภรณ์!
เมื่อการประชุมจบลง ผู้คนต่างรุมล้อมเอาใจอริสาก่อนจะทยอยเดินออกไป ทิ้งให้ห้องประชุมกลับมาเงียบสงัด
สาวผมดัดลอนหยิกคนเดิมเดินเข้ามาหา แสร้งทำเป็นตบไหล่ชาลิณีเบา ๆ “อย่าคิดมากเลยนะชาลิณี ผู้หญิงเราน่ะ สำคัญที่สุดคือต้องสุขภาพดี มีลูกให้สามีได้ ดูเธอสิ อดทนมาตั้งกี่ปี สุดท้ายก็เหมือนปลูกเรือนให้คนอื่นอยู่แท้ ๆ”
ในที่สุด ชาลิณีก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยมืดมิดดุจบ่อน้ำลึกบัดนี้กลับฉายแววเย็นเยียบ เธอเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“พี่พลอยคะ... ฉันจำได้ว่าค่าผ่อนบ้านเดือนที่แล้วของพี่ เป็นเงินโบนัสพิเศษของสามีพี่ไม่ใช่เหรอคะ? เห็นว่าโครงการนั้น... คุณธนพลเป็นคนเซ็นอนุมัติให้เป็นกรณีพิเศษด้วยนี่นา”
รอยยิ้มบนใบหน้าของพี่พลอยถึงกับแข็งค้างไปในทันที
ชาลิณีหันไปมองพนักงานชายอีกคนที่เพิ่งจะประจบอริสาในที่ประชุม “พี่กิตติศักดิ์คะ ลูกชายพี่กำลังจะเข้า ป.1 โรงเรียนดัง ค่าแป๊ะเจี๊ยะคงไม่ใช่ถูก ๆ ได้ข่าวว่าภรรยาพี่กำลังจะขอย้ายแผนก เรื่องยังคาอยู่ที่ฝ่ายบุคคลไม่ใช่เหรอคะ?”
