บทที่ 7 ขอโทษอริสา!
สายตาของทุกคนในออฟฟิศจับจ้องมาที่เธอด้วยความหวาดหวั่น ราวกับเพิ่งเคยเห็นภรรยาท่านประธานผู้เงียบขรึมคนนี้เป็นครั้งแรก
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ แม้จะถูกนินทาเรื่องพ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้วต่อหน้าต่อตา เธอก็ไม่เคยปริปากโต้ตอบแม้แต่คำเดียว
ชาลิณีกระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มหยันอย่างสมเพชเวทนา "สุขภาพของฉันจะเป็นยังไง หรือฉันจะมีความสามารถแค่ไหน มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของพวกคุณ ถ้าคิดจะสมน้ำหน้าฉัน ก็ช่วยตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองเสียก่อน ว่ามีดีพอหรือยัง"
วาจาอันเชือดเฉือนของชาลิณียังคงทิ้งร่องรอยความพรั่นพรึงไว้ในแผนกยุทธศาสตร์องค์กรตลอดทั้งวัน
วันรุ่งขึ้น บรรยากาศในออฟฟิศแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
สายตาดูแคลนที่เคยส่งมาทั้งต่อหน้าและลับหลังเริ่มลดน้อยลง
ทว่าชาลิณีก็ไม่ได้ใส่ใจ เธอนั่งปลีกวิเวกอยู่ที่มุมห้อง สวมหูฟังตัดขาดจากโลกภายนอก บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฏกราฟข้อมูลตลาดการเงินแบบเรียลไทม์ เส้นสีเขียวและแดงที่วิ่งสลับกันไปมาผ่านสายตาของเธอ กราฟข้อมูลนี่ยังดูจริงใจกว่าใบหน้าของมนุษย์ในออฟฟิศแห่งนี้เสียอีก
เมื่อใกล้ถึงเวลาพักเที่ยง ชัยวัฒน์ ผู้จัดการแผนกก็ถือแฟ้มเอกสารวิ่งหน้าตื่นตรงดิ่งไปหาอริสา
"คุณอริสา! แย่แล้วครับ! ร่างโครงการที่ผมให้คุณดูเมื่อบ่ายวานนี้ ทางหน้าห้องท่านประธานโทรมาทวงยิกๆ บอกว่าคุณธนพลต้องการดูวันนี้ แต่... แต่ผมหาไม่เจอครับ!"
อริสาได้ยินดังนั้น คิ้วเรียวสวยก็ขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย ดวงหน้าฉายแววตื่นตกใจและไม่สบายใจออกมาได้อย่างแนบเนียน
"คุณชัยวัฒน์คะ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ เมื่อวานริสาเห็นว่ามีข้อมูลบางจุดต้องตรวจสอบ ก็เลยส่งต่อให้พี่ชาลิณีไปแล้วค่ะ พี่เขาเป็นรุ่นพี่ในแผนก น่าจะเชี่ยวชาญงานนี้มากกว่าริสา ริสาก็เลยอยากให้พี่เขาช่วยดูให้หน่อย"
พูดจบ เธอก็ปรายตามองไปทางมุมห้องที่ชาลิณีนั่งอยู่
ชัยวัฒน์ก้าวยาวๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงโต๊ะทำงานของชาลิณี น้ำเสียงร้อนรน "ชาลิณี รายงานฉบับนั้นอยู่ไหน? คุณธนพลกำลังรออยู่ ขืนชักช้าพวกเราทั้งแผนกได้โดนเด้งแน่!"
ชาลิณีเงยหน้าขึ้น มองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย "ฉันไม่เห็นรายงานอะไรทั้งนั้น"
สิ้นเสียงของเธอ อริสาก็เดินเข้ามาด้วยแววตาตัดพ้อ "ทำไมพี่ชาลิณีพูดแบบนั้นล่ะคะ? ริสาวางไว้บนโต๊ะพี่เองกับมือ ตอนนั้นพี่ใส่หูฟังอยู่ เลยอาจจะไม่ได้ยินที่ริสาพูด แต่ริสาวางไว้ตรงนี้จริงๆ นะคะ"
พี่พลอยรีบเสนอหน้าเข้ามาสมทบทันที "อุ๊ย! พี่ก็เหมือนจะเห็นนะ เมื่อบ่ายวานคุณอริสาเดินมาแถวนี้จริงๆ"
"ใช่ๆ ฉันก็เห็น!"
เสียงสนับสนุนดังเซ็งแซ่ขึ้นรอบทิศทาง
ชัยวัฒน์เหงื่อแตกพลั่กด้วยความร้อนใจ "คุณลองนึกดูดีๆ ลองหาดูให้ทั่วสิ! นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ!"
สายตาของชาลิณีกวาดมองจากใบหน้าอันตื่นตระหนกของชัยวัฒน์ ไปยังใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ของอริสา และสุดท้ายไปหยุดอยู่ที่เหล่าเพื่อนร่วมงานที่กำลังรอซ้ำเติม ตอนนี้เธอเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้งแล้ว
เธอไม่แม้แต่จะคิดขยับมือรื้อหาเอกสารบนโต๊ะ
เพราะรายงานฉบับนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่ยังไงล่ะ!
จะโต้ตอบไปเพื่ออะไร?
คนพวกนี้เลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่ออยู่แล้ว คุณอริสาเป็นคนโปรดที่คุณธนพลพามาด้วยตัวเอง ย่อมไม่มีทางทำผิด
ความอ่อนเพลียแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ผลข้างเคียงจากการถอดสายน้ำเกลือเมื่อคืนยังไม่จางหาย กระเพาะอาหารเริ่มบีบตัวประท้วง พร้อมกับอาการปวดที่เริ่มแผลงฤทธิ์ จนเธอไม่มีแม้แต่แรงจะเอ่ยปาก
หัวใจ... ก็ด้านชาจนไร้ความรู้สึกไปนานแล้ว
ช่างเถอะ... อีกไม่นานก็จะไปจากที่นี่แล้ว
เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ขยับเปลือกตาอันหนักอึ้งลง แสดงท่าทีเมินบทสนทนาอย่างสิ้นเชิง
ความเงียบงันนี้ ในสายตาของทุกคน คือการยอมรับผิดโดยดุษณี
ชัยวัฒน์สิ้นหวังจนถึงที่สุด ได้แต่จำใจพาอริสาไปรับหน้าเสื่อที่ห้องท่านประธานเพื่อขอขมา
ผลสรุปคือแผนกยุทธศาสตร์องค์กรถูกตำหนิอย่างหนัก และถูกตัดโบนัสประจำปีทั้งแผนก
เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่วออฟฟิศ ความคับแค้นใจทั้งหมดพุ่งเป้าไปที่ร่างบางในมุมห้องอย่างพร้อมเพรียง
ชาลิณีกลายเป็นตัวร้ายของแผนกไปโดยปริยาย
ช่วงพักเที่ยง ชาลิณีหลบไปชงชาร้อนที่ห้องครัวเพื่อบรรเทาอาการปวดท้อง
ที่ลำคอระหงพันด้วยผ้าพันคอไหมสีฟ้าอ่อน เป็นของขวัญวันเกิดที่เทมป์ใช้เงินก้อนแรกจากการทำงานพาร์ตไทม์ซื้อให้เธอ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอเก็บรักษามันไว้อย่างดี แทบไม่เคยนำออกมาใช้
"พี่ชาลิณี อยู่คนเดียวเหรอคะ?"
อริสาเดินนวยนาดเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟสดส่งกลิ่นหอมกรุ่น ราวกับเรื่องขุ่นข้องหมองใจเมื่อเช้าไม่เคยเกิดขึ้น
ชาลิณีไม่ตอบ ทำท่าจะเดินเลี่ยงออกไป
"ว้าย!"
จู่ๆ อริสาก็ร้องเสียงหลง มือไม้อ่อนทำแก้วกาแฟเอียง ราดรดลงบนผ้าพันคอที่คอของชาลิณีอย่างกับหมายตาไว้แล้ว
กาแฟร้อนจัดซึมเข้าสู่เนื้อผ้าไหมอย่างรวดเร็ว ทิ้งรอยเปื้อนเป็นวงกว้าง ความร้อนลวกผิวกายของชาลิณีจนแสบสะดุ้ง
"ขอโทษค่ะพี่ชาลิณี! ริสาไม่ได้ตั้งใจ!"
อริสารีบคว้าทิชชูมาทำท่าจะช่วยเช็ด ปากพร่ำขอโทษ แต่แววตากลับพราวระยับฉายแววแห่งความสะใจ "ผ้าพันคอผืนนี้ดูเนื้อดีจัง แพงน่าดูเลยใช่ไหมคะ? เลอะขนาดนี้จะซักออกไหมเนี่ย?"
"เอางี้ไหมคะ เดี๋ยวริสาซื้อคืนให้ใหม่? คอลเลกชันใหม่ของแอร์เมสปีนี้ พี่ธนพลบอกว่าเหมาะกับริสามาก ริสาว่าพี่ชาลิณีใส่ก็คงสวยเหมือนกัน"
ทุกคำพูดของเธอคือการโอ้อวด คือการเหยียบย่ำ
ชาลิณีมองผ้าพันคอที่ถูกทำลาย นี่เป็นของขวัญชิ้นแรกจากเทมป์...
"เพียะ!"
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่นก้องห้องชงกาแฟที่เงียบสงัด
อริสายกมือขึ้นกุมแก้ม สีหน้าตกตะลึงอย่างไม่อยากจะเชื่อ ขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที
ชาลิณีสะบัดมือที่ชาหนึบ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธจัด
เธอไม่สนงาน ไม่สนชื่อเสียง แต่อริสาไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องของของเธอ!
ทันใดนั้น ประตูห้องชงกาแฟก็ถูกผลักออก
ร่างสูงสง่าของธนพลปรากฏขึ้นที่หน้าประตู
เขาเพิ่งปิดการประชุม กำลังจะไปห้องพักผ่อน แต่กลับต้องมาเห็นฉากนี้เข้าพอดี
ผู้บริหารระดับสูงที่เดินตามหลังมาต่างพากันยืนตะลึง
เมื่ออริสาเห็นธนพล น้ำตาก็ร่วงเผาะราวกับสั่งได้ "พี่ธนพลคะ... ริสาไม่ได้ตั้งใจ ริสาแค่ซุ่มซ่ามทำกาแฟหกใส่ผ้าพันคอพี่ชาลิณี ริสาจะขอโทษ แต่พี่เขา..."
เธอสะอื้นไห้จนตัวโยน กุมแก้มที่เริ่มบวมแดง พูดจาขาดห้วง ดูน่าสงสารจับใจ
ทุกคนต่างทำหน้าเหมือนกำลังดูละครฉากเด็ด คิดว่าธนพลต้องระเบิดอารมณ์และพุ่งเข้ามาปกป้องยอดดวงใจอย่างอริสาแน่นอน
ทว่าธนพลกลับยืนนิ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน สายตาจับจ้องไปที่ชาลิณี
มองใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือด และรอยแดงจากน้ำร้อนลวกที่ลำคอของเธอ แววตาของเขาวูบไหวซับซ้อน ไม่ได้อาละวาดในทันทีอย่างที่ใครคาดคิด
อริสาเห็นเขานิ่งไปก็เริ่มร้อนรน กัดฟันแน่นก่อนจะงัดไม้ตายออกมาใช้
เธอชี้ไปที่ผ้าพันคอเปื้อนคราบกาแฟบนคอของชาลิณี แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเจือด้วยแรงสะอื้นที่หลุดรอดออกมาเหมือนไม่ตั้งใจ "ริสารู้ค่ะว่าพี่ชาลิณีหวงผ้าพันคอผืนนี้มาก ริสายินดีชดใช้ให้ค่ะ เพียงแต่... รุ่นนี้มันเป็นไอเทมคู่รักรุ่นเก่าที่เลิกผลิตไปแล้ว หาซื้อยาก..."
ไอเทมคู่รัก
ดูท่าจะเป็นของที่ไอ้เทมป์นั่นซื้อให้สินะ
บรรยากาศรอบตัวธนพลเย็นยะเยือกราวกับอุณหภูมิดิ่งฮวบลงสู่จุดเยือกแข็ง
ที่แท้ก็แบบนี้เอง... เรื่องรายงานเมื่อเช้า เรื่องตบหน้าตอนนี้ ทั้งหมดก็เพราะผู้ชายคนนั้น!
แววตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ก้าวเท้าเข้าไปหาชาลิณีอย่างคุกคาม
"ชาลิณี ใครอนุญาตให้คุณมาทำร้ายร่างกายคนอื่นในบริษัท?"
ชาลิณีสบตาเขา ริมฝีปากสั่นระริก แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา
"ขอโทษเดี๋ยวนี้!"
คำสั่งนั้นทำให้ชาลิณีถึงกับชะงักงัน
ธนพลสั่งให้เธอ... ขอโทษอริสา?
ให้เมียหลวง... ก้มหัวขอโทษเมียน้อยเนี่ยนะ?
