บทที่ 2 สตอล์กเกอร์

ตอน สตอล์กเกอร์

ในระหว่างที่เรียนวิชาแรกของวันนั้น

‘เธอย้ายมาจากโรงเรียนอะไรเหรอ’ นี่คือข้อความในกระดาษสีขาวสะอาดของผู้ชายที่เข้ามายืนอยู่ในร่มของแก้วกานดาเมื่อเช้า และตอนนี้เขาก็ได้กลายมาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเธอแถมยังนั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ด้วย และก็ยังเขียนข้อความใส่กระดาษมาวางไว้บนโต๊ะเธออีก

‘เราชื่อเชนนะ’

‘ตอบหน่อยสิ’

‘คุยกับเราหน่อยสิ’

‘ข้าวหอม’ เสียกระดาษไปหลายแผ่นและหลายข้อความที่เขียนส่งไปแต่เธอไม่ยอมตอบกลับมาเลย

‘ไม่ต้องส่งมา แล้วก็ไม่ต้องมาอยากรู้เรื่องของเราด้วย รำคาญ!’ คนที่ไม่อยากคุยด้วยเขียนตอบกลับไปแบบนั้นเพราะสุดจะทนแล้ว จากนั้นก็นำกระดาษไปวางที่โต๊ะเรียนของเขา รู้สึกหงุดหงิดมากเธอกำลังตั้งใจฟังในสิ่งที่ครูภาษาไทยสอน แต่ดันมาโดนผู้ชายหน้าหล่อคนนี้ก่อกวนด้วยการเขียนข้อความใส่กระดาษมาชวนคุย

‘ที่บ้านเปิดโรงงานผลิตกระดาษหรือไงนะ ถึงกล้าฉีกกระดาษเป็นชิ้นเล็กๆ ส่งมาหลายใบขนาดนี้ ไม่สงสารต้นไม่ที่ถูกตัดบ้างเลยหรือไง’ เด็กสาวที่รักธรรมชาติกำลังต่อว่าเขาอยู่ในใจ

“เอื๊อก...” คเชนทร์ถึงกับต้องกลืนน้ำลายดังเอื๊อกเพราะรู้สึกจุกกับข้อความที่ได้เห็น นานๆ ทีเขาถึงสนใจอยากจะจีบผู้หญิงอย่างจริงจังแบบนี้ แต่แก้วกานดากลับเย็นชาใส่เขาแถมยังบอกว่ารำคาญด้วย

‘อะไรวะเนี่ยกูหล่อน้อยลงหรือไง’ คนที่มั่นใจในความหล่อคิดในใจอย่างหัวเสีย เขายอมรับเลยว่าตอนนี้รู้สึกสนใจแก้วกานดาอยากจะจีบและก็อยากจะคุย เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่เขาเคยจีบแต่เป็นผู้หญิงคนแรกที่เมินคนหล่อคนนี้ได้อย่างใจร้ายที่สุด

1 ชั่วโมงต่อมา และแล้วก็หมดเวลาของวิชาภาษาไทยซึ่งเป็นวิชาแรกของวัน

“เธอชื่อข้าวหอมใช่มั้ย” เด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหน้าหันมาคุยกับแก้วกานดา

“อืม...” เด็กสาวตอบกลับทั้งรอยยิ้ม ทำเอาผู้ชายที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ อึ้งเป็นไก่ตาแตก เพราะมันต่างจากตอนที่เด็กหนุ่มเขียนข้อความใส่กระดาษไปคุยด้วยมากๆ

“จบม.ต้นมาจากโรงเรียนอะไรเหรอ” เด็กสาวโต๊ะหน้ายังชวนคุยต่อ ก่อนที่เด็กคนนั้นจะกวักมือเรียกเพื่อนสนิทของเธอที่นั่งอยู่โต๊ะที่ 2 ให้เดินมาหา

“โรงเรียนXXX ที่จังหวัดจันทบุรีน่ะ” เด็กสาวตอบกลับ

“อ้าว เป็นคนต่างจังหวัดเหรอเนี่ยแล้วทำไมถึงมาเรียนม.ปลายที่กรุงเทพฯ ล่ะ เดี๋ยวค่อยตอบก็ได้ไปเข้าห้องน้ำกันเถอะ” และเด็กสาวคนนั้นก็ชวนแก้วกานดากับเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของเธอไปเข้าห้องน้ำ ในระหว่างที่เดินไปเข้าห้องน้ำเด็กสาวทั้งสามคนก็เดินคุยกันไปด้วย ปล่อยให้คเชนทร์นั่งมองตาละห้อยอยู่คนเดียวเพราะถูกเมิน

ตุบ! “เหม่ออะไรวะเพื่อน” ออยแกล้งทุบโต๊ะแรงๆ ให้เพื่อนตกใจ

“ทุบโต๊ะหาพ่อง!” คเชนทร์ด่าเพื่อนรักที่แกล้งทำให้เขาตกใจ ก่อนที่หมากจะเดินเข้ามาสมทบด้วย

“แหม...มองตามเขาตาละห้อยเลยนะมึงชอบอ่ะดิ ที่เปลี่ยนที่นั่งกับกูก็เพราะอยากจีบเขาใช่ป่ะ” ออยพูด คนที่เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่ตอนเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 รู้ทันเพื่อนคนนี้ทุกอย่าง

“มึงรู้ทันกูอีกแล้วเหรอวะ” คเชนทร์ตกใจที่เพื่อนรักคนนี้รู้ทันเขาตลอด

“ก็มึงมองเขาซะขนาดนี้แถมยังมาขอเปลี่ยนที่นั่งกับกูอีกแค่นี้ก็ชัดและ” ออยตอบ

“แต่เขาคงไม่ชอบกูหรอกว่ะ หน้ากูเขายังไม่อยากมองเลย” ว่าแล้วก็ทำหน้าเศร้าๆ

“ทำไมวะ ปกติพวกผู้หญิงชอบมึงเกือบทั้งโรงเรียนเลยมั้ง” หมากถาม

“กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ คนนี้คือโคตรเย็นชากับกูอ่ะ”

“หรือว่าเขาจะมีแฟนอยู่แล้ว” ออยถามต่อ

“ก็ไม่รู้เหมือนกัน” พูดจบคเชนทร์ก็ทำหน้าท้อแท้

“หน้าหงอยขนาดนี้อย่าบอกนะว่ามึงรักเขาแล้ว เฮ้ย! ปกติเพื่อนกูเวลาจีบใครไม่ได้ก็ไม่เคยตื้อไม่ใช่เหรอวะ” คเชนทร์เคยไปจีบผู้หญิงที่เขามีเจ้าของอยู่แล้ว เด็กหนุ่มไปจีบโดยที่ไม่รู้มาก่อนว่าเธอคนนั้นมีแฟนอยู่โรงเรียนอื่น แต่พอถูกปฏิเสธเขาก็แค่รู้สึกเสียดาย ไม่ได้ดูซึมเศร้าและทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้อย่างตอนนี้เลย

“มั้ง สงสัยคงเป็นตั้งแต่เมื่อเช้าแหละ” คเชนทร์ตอบ

“เมื่อเช้าเหรอ มึงไปทำอะไรกับเขามา” ออยรีบถามเพื่อนทันที

“ก็...” และเด็กหนุ่มก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าให้เพื่อนๆ ฟัง รวมถึงอาการหัวใจเต้นแรงของเขาด้วย

เย็นวันนั้น

“บ๊ายบาย เรากลับก่อนนะ มะนาว หนุงหนิง” แก้วกานดาบอกลาเพื่อนใหม่ทั้งสองคนที่เดินมาส่งยังสถานีรถไฟหลังโรงเรียน อันที่จริงการเดินทางมาโรงเรียนที่รวดเร็วที่สุดสำหรับเธอก็คือการนั่งรถไฟ เพราะหอพักที่เธอกับพี่สาวอาศัยอยู่นั้นอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเลย แต่ที่เมื่อเช้าต้องนั่งรถเมล์มาก็เป็นเพราะว่าพี่สาวต้องไปมหาวิทยาลัยตั้งแต่เช้า เธออยากไปเรียนวันแรกพร้อมกับพี่สาวก็เลยต้องนั่งรถเมล์มากับพี่ และก็ลงที่หน้าปากซอยทางเข้าโรงเรียนจากนั้นก็นั่งรถวินมอเตอร์ไซค์เข้ามาอีก เท่ากับว่าต้องเสียค่ารถสองต่อ แต่ถ้าไป-กลับ ด้วยรถไฟก็เสียแค่ค่ารถไฟไม่กี่บาท แถมสถานีรถไฟก็อยู่หลังโรงเรียนมันสะดวกสบายดี ดังนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอจะ ไป-กลับ โรงเรีนด้วยรถไฟ

แก้วกานดาเดินไปนั่งรอรถไฟตรงที่นั่งที่ว่างอยู่ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังถูกสะกดรอยตาม เพราะคเชนทร์อยากจะรู้ว่าบ้านของเธอคนนี้อยู่ไหน และที่สำคัญเขาก็ตกหลุมรักเด็กคนนี้เข้าแล้วแต่ว่าก็ถูกเมินตลอดขนาดเมื่อตอนเที่ยงเข้าซื้อน้ำหวานมาให้ เด็กสาวยังไม่สนใจที่จะรับเลยทั้งที่เป็นน้ำหวานฟรีจากคนหล่อแก้วกานดายังไม่สนใจ ส่วนหมากกับออยเพื่อนสองคนนั้นก็เอาใจช่วยและสนับสนุนคเชนทร์เต็มที่เพราะอยากให้เพื่อนรักสมหวังในรักแท้ ถึงขั้นยอมให้เพื่อนโดดซ้อมบาสเกตบอลหลังเลิกเรียน เพื่อไปสะกดรอยตามผู้หญิงที่เขาตกหลุมรักเลย ตัวคเชนทร์เองก็รู้ว่าการแอบตามเธอมันจะทำให้เขาดูเหมือนพวกสตอล์กเกอร์โรคจิต แต่เป็นเพราะแก้วกานดาไม่สนใจตัวเองเลยดังนั้นเขาจึงต้องใช้วิธีนี้เพื่อที่จะได้รู้เรื่องของเธอเยอะๆ และพิชิตใจของเธอให้ได้

ปู๊น! ไม่นานรถไฟก็มาจอดที่สถานีก่อนที่แก้วกานดาจะรีบเดินขึ้นไปบนรถไฟ ส่วนคเชนทร์ก็แอบเดินตามหลังเธอไปด้วย โชคดีที่เด็กสาวไม่ใช่คนช่างสังเกตหรือขี้ระแวงดังนั้นการสะกดรอยตามมันจึงเป็นเรื่องง่าย ระหว่างที่ขึ้นไปนั่งอยู่บนรถไฟนั้นคเชนทร์ก็แอบเอาหนังสือเรียนมาปิดหน้าไว้ด้วยเพื่อไม่ให้แก้วกานดามองเห็นหน้าและรู้ตัวว่าถูกเขาตามอยู่ ตอนนี้เด็กหนุ่มได้รู้และได้เห็นแล้วว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวที่เข้ามาทักทายแก้วกานดาแล้วถูกเธอเมิน เมื่อกี้ก็มีรุ่นพี่ ม.6 หน้าหล่อ เดินเข้ามาจีบแต่เด็กสาวก็ไม่เหลียวมองเลยสักนิด ยิ่งเห็นก็ยิ่งอยากรู้อยากสืบให้รู้เร็วๆ เลยว่าทำไมเธอถึงต้องเมินผู้ชายทุกคน

5 นาทีต่อมา  และแล้วรถไฟก็มาจอดที่สถานีแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานีที่อยู่ใกล้ๆ กับที่พักของแก้วกานดาและพี่สาว คเชนทร์เดินลงจากรถไฟตามเด็กสาวที่เขาแอบชอบไป แต่เขาเลือกที่จะลงอีกฝั่งหนึ่งเพราะกลัวว่าแก้วกานดาจะรู้ตัว พอลงจากรถไฟมาเขาก็รอให้รถไฟขับผ่านไป และหลังจากที่รถไฟขับผ่านไปแล้ว เด็กหนุ่มก็รีบเดินตามแก้วกานดาไปทันทีตอนนี้เธอกำลังเดินอยู่ริมถนนพอเห็นว่าเธอเดินกลับเด็กหนุ่มก็เดาได้เลยว่าบ้านของเธอน่าจะอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเพราะถ้าอยู่ไกลจากสถานีรถไฟ เธอก็คงเลือกที่จะนั่งรถมอเตอร์ไซค์วินมากกว่าที่จะเดิน และก็เป็นอย่างที่คเชนทร์คิดเดินมาแค่ 5 นาทีก็ถึงหอพัก พิศพิรมย์แล้ว ซึ่งหน้าหอก็มีป้อมยามอยู่

“สวัสดีค่ะลุง” เด็กสาวมารยาทดีสวัสดี ลุงพลับ ลุงยามของหอ

“สวัสดีลูกไปเรียนวันแรกสนุกมั้ย” เพราะลุงพลับเป็นคนใจดีดังนั้นแกจึงสามารถพูดคุยกับทุกคนที่พักอยู่หอนี้ได้อย่างเป็นกันเอง

“สนุกค่ะ” เด็กสาวตอบกลับด้วยท่าทีร่าเริงก่อนจะรีบเดินเข้าประตูไป ที่นี่เป็นหอพัก 7 ชั้น ที่มีระบบความปลอดภัยแน่นหนา เพราะผู้อยู่อาศัยทุกคนต้องใช้คีย์การ์ดเปิดประตูแถมยังเป็นหอหญิงล้วนที่ห้ามให้ผู้ชายเข้ามาด้วย ดังนั้นพ่อแม่ของแก้วกานดาจึงรู้สึกสบายใจที่ให้ลูกสาวทั้งสองคนมาอาศัยอยู่ที่นี่

“อยู่ที่นี่เองเหรอเนี่ย” คเชนทร์พูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะมองไปที่หอพักและยิ้มขึ้น

“มีอะไรหรือเปล่าพ่อหนุ่ม” ลุงพลับถามขึ้น เพราะเห็นคเชนทร์เดินออกมาจากต้นไม้ต้นใหญ่ข้างทางที่เขาแอบหลบอยู่ก่อนหน้านี้ แถมเด็กหนุ่มยังยืนยิ้มอยู่คนเดียวอีก

“ปะ...เปล่า ครับ” เขามีเลิ่กลั่กขึ้นมาทันทีก่อนที่จะรีบเดินกลับไปยังสถานีไฟ

‘พรุ่งนี้มาโรงเรียนด้วยรถไฟบ้างดีกว่า แถวบ้านเราก็มีสถานีรถไฟนี่ แต่ว่าเราไม่เคยนั่งรถไฟมาเรียนเลย นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้นั่งรถไฟคนเดียวด้วย ฉะ...ฉิบหายแล้วและกูจะกลับยังไงวะเนี่ย!’ เด็กหนุ่มใจหายใจคว่ำขึ้นมาทันทีเพราะลืมไปเลยว่าตัวเองไม่เคยนั่งรถไฟไปไหนมาไหนคนเดียวและก็ไม่รู้ด้วยว่าจะต้องกลับยังไง...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป