บทที่ 4 มัดมือชก
ตอน มัดมือชก
เย็นวันนั้น
แก้วกานดาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องคุยกับคเชนทร์ให้ได้ดังนั้นระหว่างที่กำลังเดินกลับบ้านเธอจึงหยุดเดินและเตรียมตัวจะหันไปมองคเชนทร์ ซึ่งวันนี้เขาก็เดินตามหลังสะกดรอยตามเธอมาเหมือนทุกวัน และพอเด็กสาวหันไปมองข้างหลังปรากฏว่าเธอไม่เห็นเขาแต่ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนวิ่งตั้งแต่ตอนที่ตัวเองหยุดเดินแล้ว เด็กสาวเดาว่าตอนนี้เขาน่าจะแอบหลบอยู่หลังต้นไม้ข้างทาง ไม่รู้ว่าถือเป็นเรื่องดีไหมที่ทางเดินแถวนี้มีต้นไม้เยอะ ถึงต้นไม้จะช่วยลดโลกร้อนได้แต่ในขณะเดียวกันมันก็สามารถเป็นที่หลบซ่อนให้คเชนทร์ได้เช่นกัน ดังนั้นแก้วกานดาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาต้นไม้ต้นที่คาดว่าคเชนทร์น่าจะยืนแอบอยู่
“เลิกหลบซ่อนแล้วมาคุยกันหน่อย” พูดจบก็จับมือของคเชนทร์ให้เดินตามมา
“เฮ้ย! นี่เธอรู้...” เขาตกใจมากและกำลังจะถามว่าเธอรู้ได้ไงรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าเขาแอบตาม
“เงียบๆ ไม่ต้องพูดแล้วเดินตามมาวันนี้เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ว่าแล้วก็ปล่อยมือจากคเชนทร์แต่...
“ไหนๆ ก็จับมือกันแล้ว ช่วยจับต่อไปเถอะอย่าปล่อย” พูดจบแล้วก็ดึงมือเธอมากุมหน้าตาเฉย
“นี่นาย! ปล่อยนะมันน่าเกลียด” คนที่หวงเนื้อหวงตัวพยายามดึงมือตัวเองออกจากมือของเขา
“ไม่เห็นน่าเกลียดเลยน่ารักจะตายคู่นั้นเขายังเดินจับมือกันเลย” พูดจบก็มองไปยังสองคู่รักนักเรียนที่เดินอยู่ข้างหน้า เด็กสองคนนี้ก็เรียนโรงเรียนเดียวกันกับเขาและแก้วกานดา
“ก็พวกเขาเป็นแฟนกันแต่พวกเราไม่ใช่”
“ไม่ใช่ก็เป็นซะสิ” บทจะแอบตามก็แอบได้อย่างแนบเนียน พอโป๊ะแตกขึ้นมาก็กล้าจีบกล้าถึงเนื้อถึงตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ พอสลัดมือออกจากเขาไม่ได้เด็กสาวก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ก่อนจะพาคเชนทร์เดินเข้าไปในร้านขนมปังเย็นที่อยู่ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟ
“อร่อยนะเนี่ย” พูดขึ้นหลังจากที่ได้ทานขนมปังเย็น
“นี่! เราไม่ได้พานายมากินขนมนะเรามีเรื่องจะคุยด้วย” เธอล่ะเซ็งกับความหน้ามึนของเขาจริงๆ
“ก็ว่ามาสิอยากคุยเรื่องอะไรล่ะ”
“เราจะขอร้องให้นายเลิกตามแล้วก็เลิกแอบชอบเราสักที เราไม่อยากให้นายต้องเหนื่อย เพราะถึงจีบให้ตายเราก็ไม่ได้ชอบนายอยู่แล้ว” บอกไปอย่างนั้นทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็เคยรู้สึกดีที่มีคนแอบเดินตาม ไป-กลับทุกวัน แถมยังได้ดื่มนมสตรอว์เบอร์รีฟรีอย่างมีความสุขในตอนเที่ยง
“เธอไม่ชอบแต่เราชอบนี่ และนี่มันก็ตัวเราด้วยถึงเราจะเหนื่อยก็ไม่เป็นไรเพราะเราชอบ” ตึกตักๆ หัวใจของสาวน้อยเต้นแรงขึ้นมาทันทีกับคำว่าชอบและน้ำเสียงจริงจังของเขา
“คนที่เหนื่อยมันคือเราต่างหากไม่ใช่เธอ เธอไม่เห็นต้องมาเดือดร้อนแทนเราเลยนี่อยู่เฉยๆ และให้เราชอบเธอต่อไปเถอะ” คราวนี้เด็กสาวถึงกับเถียงอะไรไม่ออกเลยทีเดียว
“หรือถ้าเธออยากให้เราเลิกตามจริงๆ เราก็เลิกได้นะ แต่มีข้อแม้ว่า” พอได้ยินถึงตรงนี้เธอก็หลุดออกจากภวังค์ทันที
“ข้อแม้อะไร” เด็กสาวถาม
“เธอต้องเป็นแฟนกับเรา เพราะถ้าเราสองคนเป็นแฟนกันเราจะเลิกแอบตามเธอ” มันเป็นข้อแม้ที่ทำให้คนฟังรู้สึกอยากจะบ้าตาย
“นี่!” เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็โดนขัดซะก่อน
“และถ้าเธอปฏิเสธเราก็จะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะแอบตามต่อไปจนเรียนจบเลย ถ้าไม่อยากโดนแอบตามจนเรียนจบก็เป็นแฟนกับเชนนะครับข้าวหอม” พูดจบก็ดึงมือเล็กๆ ของเด็กสาวมากุมไว้พร้อมกับส่งสายตาหวานซึ้งให้เธอ และหัวใจดวงน้อยของเด็กสาวก็เต้นแรงอีกครั้ง จนตอนนี้มันทำให้เธอพูดอะไรไม่ออกแถมยังรู้สึกร้อนๆ ที่ใบหน้าเพราะความเขินอายอีกด้วย
“ถ้าเงียบแปลว่าตกลงนะ” เด็กสาวสะดุ้งขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น
“ไม่นะ...” กำลังจะบอกปฏิเสธแต่เด็กหนุ่มก็พูดขัดซะก่อน
“ไม่ปฏิเสธใช่มั้ยโอเคดีมาก เดี๋ยวมื้อนี้เชนเลี้ยงข้าวเองนะอยากกินอะไรอีกก็สั่งเลย” และคนหน้ามึนก็ไม่ฟังเสียงปฏิเสธของเธอแถมยังมีการเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกแทนตัวเองไปอีก
เวลาต่อมา
สองหนุ่มสาววัยใสกำลังเดินเคียงข้างกันอยู่ริมถนนฝ่ายชายนั้นดูร่าเริงแจ่มใสมากต่างจากฝ่ายหญิงที่กำลังเดินหน้างอคอตก
“ส่งแค่นี้ก็พอ” พอใกล้จะถึงหอพักเธอก็บอกให้เขาส่งแค่ตรงนี้
“ทำไมล่ะ” เด็กหนุ่มสงสัย
“ขอพูดตรงๆ เลยก็แล้วกัน พ่อกับแม่ของเรายังไม่อยากให้มีแฟนและถ้านายไปส่งเราถึงที่หอแล้วทำให้คนแถวนั้นเห็นว่าเราเป็นแฟนกัน เขาก็อาจจะเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่สาวของเรา และพี่สาวของเราก็จะเอาไปฟ้องพ่อกับแม่อีกที พอพ่อกับแม่ของเรารู้ว่าเรามีแฟนพวกท่านก็จะพาเรากลับต่างจังหวัดทันที” ใช่แล้ว พ่อกับแม่ของเธอยังไม่อยากให้ลูกสาวมีคนรักตอนนี้ แถมยังขู่อีกด้วยว่าถ้าแอบมีแฟนจะพากลับจันทบุรีทันที
“ถ้างั้นก็แสดงว่าเราต้องแอบคบกับอ่ะดิ” เขาถาม
“ถ้านายยังอยากจะเป็นแฟนกับเราอยู่ก็ต้องทำอย่างนี้แหละ” บางทีผู้ชายบางคนก็อาจจะไม่โอเคกับการที่ต้องทำอะไรหลบๆ ซ่อนๆ
“โอเค แบบนี้ก็ดีนะตื่นเต้นดี” แต่ผู้ชายที่ชื่อคเชนทร์คนนี้กลับรู้สึกว่ามันน่าตื่นเต้น
“เฮ้อ...” เด็กสาวได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายก่อนที่ทั้งสองจะบอกลากัน แก้วกานดาเดินเข้าไปในหอพักส่วนคเชนทร์ก็นั่งรถไฟกลับไปโรงเรียนเพื่อซ้อมบาสเกตบอล
เช้าวันต่อมา
วันนี้คเชนทร์ไม่ได้มารับแก้วกานดาที่บ้านแต่เขามานั่งรอทานข้าวเช้ากับเธอที่โรงอาหารของโรงเรียนแทน
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” มะนาวถามขึ้นเมื่อเห็นคเชนทร์มานั่งทานข้าวข้างๆ แก้วกานดาอย่างอารมณ์ดี
“อย่าบอกนะว่าคบกันแล้ว” หนุงหนิงถามต่อ
“อืม...” แก้วกานดาตอบเพียงเท่านั้นแต่ทำเอาเพื่อนสาวทั้งสองตกใจมาก ต่างจากคเชนทร์ที่นั่งยิ้มหล่อๆ ทานข้าวอยู่
“แหม...เพื่อนเชนมีความสุขจังเลยนะมึง ขอนั่งด้วยนะ” ออยกับหมากก็เดินถือจานข้าวมาขอนั่งด้วยและทั้งสองคนก็รู้เรื่องที่แก้วกานดากับคเชนทร์คบกันแล้ว แถมยังรู้ด้วยว่าที่แก้วกานดายอมคบกับเพื่อนของพวกเขาก็เพราะว่าคเชนท์นั้นดันฉลาดใช้วิธีมัดมือชกที่ทำให้ฝ่ายหญิงปฏิเสธไม่ได้
หลังเลิกเรียน
แก้วกานดาเตรียมตัวจะเดินทางกลับบ้าน แต่ว่า...
“อย่าเพิ่งกลับบ้านสิวันนี้วันศุกร์ รอดูเชนซ้อมบาสฯ ก่อนนะเดี๋ยวเชนไปส่ง” เธอกำลังจะเดินออกจากห้องเรียนแต่คเชนทร์ดันมาขวางไว้ก่อน
“เออจริงด้วย ฉันก็จะไปดูคีย์ซ้อมบาสฯ เหมือนกันแกก็อย่าเพิ่งกลับดิไปนั่งดูบาสฯ กับฉันก่อน หนุงหนิงก็ด้วยแกกลับบ้านตอน 6 โมงได้ใช่ป่ะ” มะนาวเอ่ยชวนอีกเสียง
“อืม ไปก็ได้” คำตอบของแก้วกานดาทำให้คเชนทร์ยิ้มกว้าง ก่อนที่เขาหยิบเงินให้หญิงสาว
“เอาเงินนี่ไปซื้อน้ำมาให้เชนนะ” พูดจบก็จับมือเด็กสาวขึ้นมาให้รับเงินของเขา จากนั้นก็เดินตามเพื่อนๆ ที่อยู่ทีมบาสฯ ไปยังสนามบาสเกตบอล
“ตอนนี้ฉันเริ่มจะหมั่นไส้แกสองคนแล้วนะเนี่ยมีแฟนน่ารักกันทั้งคู่เลย” หนุงหนิงพูดขึ้น
“ถ้าหมั่นไส้แกก็หาแฟนสิยะ” มะนาวตอบกลับก่อนที่สามเพื่อนรักจะเดินจูงมือออกจากห้องเรียนเพื่อไปซื้อน้ำเปล่าและเดินไปยังสนามบาสเกตบอล
แก้วกานดารู้ดีว่าสิ่งที่เธอทำอยู่จะทำให้เธอลำบากมากถ้าพ่อแม่หรือพี่สาวรู้ว่าเธอแอบมีแฟน แต่เด็กสาวก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้รู้สึกมีความสุขมากที่ได้เป็นแฟนของคเชนทร์ ถึงแม้จะเพิ่งคบกันได้แค่วันเดียวก็มีความสุข เพราะเธอก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวเองก็ชอบคเชนทร์เหมือนกัน
