บทที่ 1 คุณหนูอารมณ์ร้าย
ตอนที่ 1 คุณหนูอารมณ์ร้าย
+++แทน+++
อากาศเช้านี้ร้อนอบอ้าวจัง เตียงนอนก็ไม่คุ้นเคยมันแข็งๆ พิกล ผ้าห่มก็แปลกๆ ไม่หนานุ่ม ไม่หอมเหมือนเดิม กลิ่นก็ไม่คุ้นเคย แม่บ้านเปลี่ยนกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มหรือว่าเปลี่ยนน้ำหอมปรับอากาศในห้องกันนะ ผมปรือตาขึ้นมาหลังจากเมื่อคืนผมเผลอหลับไปตอนไหนก็จำไม่ได้
แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาภายในห้องสลัวๆ ภาพต่างๆ เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในสายตาผม มันช่างไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย ฝ้าเพดานในห้องนอนของผม มันไม่ใช่แบบนี้นี่นา ฝ้าห้องนอนของผมลายหลุยส์ขอบทองนะ
ทุกครั้งที่ผมลืมตาขึ้นมาจะมีลวดลายของฝ้าเพดานอันสวยงาม อ่อนช้อย หรูหรายิ้มต้อนรับผม แต่นี่มันเป็นเพดานไม้ขัดมันเลื่อมๆ สีน้ำตาลเข้มๆ ผ้าห่มใครวะ หยาบอย่างกับผ้าเช็ดตีน เตียงนอนนี่มันเตียงหรือไม้กระดานวะ แข็งขนาดนี้มึงเอาไปทำเขียงสับหมูในครัวเถอะ นี่มันที่ไหนวะ....
“ที่นี่ที่ไหน?”
ผมสะดุ้งสุดตัว แล้วลุกขึ้นนั่งตัวตรงบนเตียงนอนทันที พลางกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่ห้องนอนของผม และไม่น่าจะเป็นห้องใดห้องหนึ่ง ภายในคฤหาสน์ของบ้านผมด้วยแน่นอน
เมื่อคืนนี้หลังจากทานมื้อเย็น อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับคุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ และพี่สาวทั้งสองคนของผมเพื่อเป็นการปลอบใจที่ผมทำผ้าเช็ดหน้าหายเมื่อวานก่อน แล้วผมก็ขึ้นไปนอนที่ห้องเพราะรู้สึกง่วง แต่แล้วทำไมเช้านี้ พอตื่นมาผมถึงไม่ได้อยู่ที่ห้องของผมล่ะ
หรือว่า.....นี่เป็นการจับตัวผมเพื่อเรียกค่าไถ่
ต้องใช่แน่ๆ เพราะทั้งคุณย่า และคุณพ่อ คุณแม่นั้นรวยมาก แล้วก็รักผมมากๆ ด้วย มันต้องมีใครจับตัวผมมาเพื่อแลกกับเงินแน่ๆ โธ่ไอ้พวกโจรไม่มีมันสมอง
แต่จะว่าไป ถ้าเป็นการจับตัวมาแลกค่าไถ่ ไอ้โจรพวกนี้ก็นับว่ารสนิยมดีและไฮโซมากเลยนะ เพราะห้องนี้กว้างขวางมาก เตียงนอนหลังใหญ่ ถึงจะไม่นุ่มสบายเหมือนเตียงนอนที่บ้านผมก็เถอะ แต่ก็ไม่ใช่เตียงนอนราคาถูกๆ แน่นอน แถมเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายใน ก็ราคาแพงไม่เบา มันเป็นโจรมีเทสต์เรื่องการออกแบบและตกแต่งห้องเหมือนกันนะ แถมมันยังเก็บเสื้อผ้าของผมใส่กระเป๋าเดินทางมาให้ด้วย
ผมจำกระเป๋าเดินทางของผม ที่มักใช้เวลาไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ ได้ ผมเปิดมันออกสำรวจข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของผมด้านใน มันอยู่ครบครันจนเหมือนยกเอาตู้เสื้อผ้าผมมาไว้ที่นี่ด้วย คงหวังจะได้เงินก้อนใหญ่เลยสินะ
แต่ก็อย่างว่าล่ะนะเงินแค่ไม่กี่ล้าน สำหรับบ้านผมไม่ใช่ปัญหาเลย โดยเฉพาะถ้าหากแลกมากับความปลอดภัยของผม ที่เป็นเสมือนทุกอย่างของคนทั้งบ้าน ผมมั่นใจว่าคุณย่ายอมจ่ายหมด ขอแค่ให้ผมปลอดภัยดี
ผมเดินไปบิดลูกบิดประตู มันล็อคสนิทจากด้านนอก หน้าต่าง........หน้าต่างอะไรวะเปิดไม่ได้ ผมรวบดึงผ้าม่านสีเทาอ่อนๆ นั่นลงมาก่อนจะเหวี่ยงมันไปให้พ้นหูพ้นตา แล้วทุบหน้าต่างพยายามงัดแงะอยู่นาน ก่อนจะหันไปทั้งทุบ ทั้งถีบประตู เพื่อต้องการหาทางหนี
+++โฬม+++
โครม เพล้ง! เสียงข้าวของอะไรบางอย่างถูกขว้างปา กระทบนั่น กระแทกนี่ ดังโครมคราม เสียงมันดังลงมาจากชั้นสองของบ้านไม้แบบคลาสสิกหลังใหญ่ ดึงความสนใจของผู้คนซึ่งอยู่ด้านล่างให้หันไปมองเป็นตาเดียว
โต๊ะไม้ขนาดใหญ่ ถูกต่อขึ้นมาเป็นพิเศษความยาวสามเมตร รายล้อมไปด้วยชายฉกรรจ์วัยหนุ่มกล้ามแน่นๆ นับหัวได้สิบคนถ้วน บนโต๊ะวางอาหารสำหรับมื้อเช้าไว้เบื้องหน้า ทุกคนหันหน้าไปทางต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียง พร้อมกับแววตาอยากรู้อยากเห็น จะเว้นไปคนหนึ่ง ซึ่งยังคงนั่งยืดตัวตรงยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มอย่างสบายๆ
“เอ่อ...ลูกพี่ครับ ข้างบนนั้น...” ไอ้เต้ยลูกสมุนคนสนิทของผมเอ่ยขึ้น พร้อมทั้งชี้มือไปยังหน้าต่างห้องชั้นสองซึ่งเป็นห้องต้นเสียง เสียงข้าวของตกพื้นยังดังไม่ขาดเสียง
“ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร พวกมึงไม่ต้องสนใจ แดกข้าวแล้วรีบไปทำงานกันได้แล้ว” ผมดุเสียงเข้มทำทีเป็นไม่สนใจ อันที่จริงก็พอจะทำใจเอาไว้บ้างแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เมื่อผมตกปากรับคำรับเลี้ยง “เด็ก” จากคุณย่าของผม
“โฬม” คือชื่อผม ผมเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน และเป็นเจ้าของฟาร์มเพาะพันธุ์ม้าขนาดใหญ่ ซึ่งติดอันดับฟาร์มมีชื่อเสียงเรื่องเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ม้าติดอันดับประเทศ ในฟาร์มของผมมีม้าพันธุ์ดีเกือบร้อยตัวและยังมีวัว แกะ แพะ ลาอีกจำนวนมาก
พื้นที่ฟาร์มแห่งนี้กินอาณาบริเวณหลายร้อยไร่ แบ่งเป็นโซนต่างๆ ชัดเจน ด้านหน้าเป็นร้านอาหารสไตล์อิตาเลี่ยน ผสมผสานคาเฟ่ มีทั้งอาหารอเมริกันและอาหารไทย เบเกอร์รี่ แล้วยังมีผักออแกนิคสดๆ ขาย สำหรับบริการนักท่องเที่ยวแบบครบวงจร
พื้นที่ส่วนหนึ่งจัดตกแต่งให้นักท่องเที่ยวที่มาแวะรับประทานอาหารได้มีมุมถ่ายรูปสวยๆ เท่ห์ๆ หลายมุม ในส่วนนั้นยังมีร้านขายพวกของขวัญ ของฝากหลากหลาย เสื้อยืด หมวก กระเป๋า พวงกุญแจ ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดต่างล้วนตีตราเป็นของเฉพาะฟาร์มแห่งนี้
ถัดมาอีกหน่อยเป็นพื้นที่โล่งกว้างเกือบสิบไร่ กั้นรั้วไม้สีขาว เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้ทดลองขี่ม้า ด้านข้างมีคอกม้าซึ่งด้านในมีม้าสำหรับโชว์ และให้บริการนักท่องเที่ยวมากถึงยี่สิบตัว หากมาเที่ยวที่นี่นอกจากจะได้ทดลองขี่ม้าแบบชั่วครั้งชั่วคราวแล้ว ที่นี่ยังรับสอนขี่ม้าให้กับคนที่สนใจอีกด้วย
สำหรับใครที่ต้องการท่องเที่ยวแบบสนุกสนานผจญภัยฟาร์มของผมก็มีบริการให้ขี่ม้าเที่ยวชมฟาร์มได้ ที่นี่จึงมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาไม่ขาด และจะดูหนาตามากในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดยาว เพราะถัดออกไปอีกโซนหนึ่งยังเป็นเป็นรีสอร์ทสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนกันได้ด้วย เรียกว่ามีครบครันจริงๆ
ส่วนบ้านพักหลังใหญ่นี้ถูกแยกออกมา และจัดเป็นส่วนตัว คือห้ามนักท่องเที่ยวผ่านเข้าออกโดยเด็ดขาด มันอยู่ลึกเข้ามาจนเกือบติดกับตีนเขา
ตัวบ้านเป็นไม้หลังใหญ่สไตล์ยุโรป ด้านหลังนั้นถัดไปไม่ไกลมากนักมีภูเขาลูกใหญ่เป็นฉากหลัง ด้านข้างตัวบ้านมีสระน้ำขนาดใหญ่กว้างยาวหลายสิบเมตร พื้นน้ำสีเขียวใสสะอาด ศาลาไม้หลังขนาดกลางปลูกไว้สำหรับให้คนไปนั่งเล่นได้ ริมสระน้ำมีต้นฉำฉาหรือจามจุรีขนาดมหึมา แผ่กิ่งก้านสาขาร่มครึ้มติดๆ กันอยู่สองสามต้น ใต้ต้นไม้ผมจัดวางโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ไว้สำหรับใช้นั่งคุยและเป็นโต๊ะทานอาหารประจำของทุกคนที่นี่
เนื่องด้วยธุรกิจฟาร์มม้าของผมค่อนข้างใหญ่ จึงจำเป็นต้องมีผู้ช่วยที่มีความสามารถและไว้ใจได้ เข้ามาช่วยในการดูแลความเรียบร้อย ซึ่งผมเองโชคดีที่ได้เพื่อนสนิทและไว้ใจได้มาช่วยดูแลสองคน อ้อ...ลืมบอก ถึงผมจะเกิดและโตที่อเมริกาและหน้าฝรั่ง แต่ผมพูดไทยชัดมากนะจะบอกให้
