บทที่ 4 ไอ้เจ้า เด็กเปรต
ตอนที่ 4 ไอ้เจ้าเด็กเปรต
ในงานวันนั้นเรียกได้ว่าวุ่นวายโกลาหลไปทั่ว แถมพ่อเจ้าประคุณยังอาละวาดไล่พนักงานโรงแรมออกถึงสามคน เพียงเพราะมีคนหนึ่งรินไวน์ให้ช้าเกินไป อีกคนหนึ่งโดนไล่ออกเพียงเพราะเดินเข้าไปบริการลูกค้าในงานท่านอื่นก่อนตัวเอง ส่วนอีกคนแค่เดินไปขวางทางของเด็กหนุ่มเพียงชั่วเสี้ยววินาทีเท่านั้น แม้เพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ “น้องแทน” ก็สามารถทำให้เรื่องราวมันใหญ่โตและหาเรื่องให้ปวดหัวได้เสมอ
หลังจากคุณย่าและคนของตระกูล “พิมานเวช” ร่ำลาร่างซึ่งนอนหมดสติบนเตียงกันเรียบร้อยแล้ว ผมจึงได้มีเวลาพินิจดูไอ้เจ้าเด็กตัวปัญหาอย่างละเอียด ใบหน้าหวานละมุนหลับตาพริ้มหลับอย่างสบาย หากมองดูเพียงเวลาหลับเด็กคนนี้ไม่น่าจะดื้อรั้น และมีนิสัยน่าเอือมระอาดังที่ทุกคนเอ่ยเลย
ร่างของเด็กหนุ่มตัวเล็กบอบบางวิ่งตัวปลิวลงมาจากชั้นสองของบ้าน ดึงความสนใจให้ผมพุ่งตรงเข้าไปหา ก่อนจะใช้ท่อนแขนคว้าเอวของไอ้น้องแทนเอาไว้ ก่อนที่ร่างนั้นจะพุ่งออกไปพ้นตัวบ้าน
“ปล่อยกู”
เสียงใสๆ ตวาดลั่น พร้อมทั้งพยายามดิ้นรนให้หลุดออกจากวงแขนแข็งแรงของผม ซึ่งตอนนี้มันทำหน้าที่เป็นดั่งคีมเหล็กที่ล็อคเอวบางนั้นให้ดิ้นไปไหนไม่ได้ ผู้ชายอะไรวะเอวบางนิดเดียว
“ปล่อยกู”
เสียงตะโกนลั่น พร้อมทั้งอาการดิ้นรนพยายามหาทางหนีของคนในอ้อมแขน ทำให้ผมหงุดหงิด จะดิ้นอะไรนักหนาวะน่ารำคาญ ผมใช้มืออีกข้างที่คว้ารวบเอาข้อมือเล็กๆ ทั้งสองข้างของไอ้น้องแทนบีบแน่นอย่างลืมตัว
“โอ๊ย เจ็บนะ ปล่อยสิวะ ปล่อยกูนะ พวกมึงเป็นใครเนี่ย” ไอ้น้องแทนร้องโวยวาย พยายามดิ้นอย่างไม่ลดความพยายาม
“เลิกบ้าได้แล้ว” ผมตวาดเสียงดัง แล้วกระชากให้ไอ้น้องแทนเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม
เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัว ความกลัวแล่นผ่านขึ้นมาทางแววตาตระหนกอย่างชัดเจน เออกลัวเป็นกับเขาเหมือนกันรึไอ้ตัวแสบ ดวงตากลมโตนั้นเงยหน้าขึ้นมามองผม ใบหน้าหวานละมุนริมฝีปากบางๆ นั่น อยู่ๆ ก็ทำเอาหัวใจผมสั่น
เมื่อคืนที่มองอยู่ก็ไม่ทันได้สังเกตเท่าไหร่ แต่พอตอนนี้ทำไมหัวใจผมสั่น....จะบ้าเหรอ อีแค่เด็กตัวเท่านี้กูจะมาใจสั่นกับมันทำไม ดูสิตัวก็เล็กนิดเดียว เรี่ยวแรงมันก็ไม่มี กอดทีรวบได้รอบเอวเลย ตัวก็นิ่มๆ กูสั่นทำไม หัวใจผม...มันเป็นอะไรนะ
“ปล่อยกูนะ” เด็กหนุ่มเจ้าของร่างบางเอ่ยขึ้นเสียงสั่นเพราะความกลัว
“หึ” ผมส่งเสียงหัวเราะเบาๆ สะท้อนตอบกลับไปจ้องดวงตาคู่นั้นนิ่ง ก่อนที่คนตัวเล็กในอ้อมแขนจะเริ่มต้นดิ้นรนหาทางหลุดออกมาจากมือและอ้อมแขนของผมอีกครั้ง
“ไอ้เต้ย มึงปล่อยให้วิ่งลงมาได้ยังไง” ผมตวาดลูกน้องคนสนิท
ผมหันไปเอาเรื่องกับเต้ย ซึ่งมันกำลังเดินลงมาตามบันไดพร้อมกับเอามือกุมหัวเอาไว้ เวลานี้ใบหน้าของไอ้เต้ยอาบไปด้วยเลือดสีแดงครึ่งซีก ผมถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองลงไปยังใบหน้าหวานของคนตัวเล็กกว่า แสบนักนะ “ไอ้น้องแทน”
“ขอโทษครับผมไม่ทันระวัง” ไอ้เต้ยตอบผมเสียงอ่อนใบหน้าของมันบ่งบอกชัดเจนว่าสำนึกผิด เลือดไหลเปรอะลงมาตามคอแล้วหยดลงบนเสื้อมันเป็นดวงๆ
“พวกมึงเป็นใคร ต้องการอะไรจากกู ปล่อยกูนะไม่อย่างนั้นกูจะไปแจ้งความ โทษฐานที่พวกมึงลักพาตัวกู” ไอ้น้องแทนยังไม่เลิกโวยวาย
“นี่ ฟังนะไอ้คุณน้องแทน ผมไม่สนว่าคุณจะเป็นลูกรัก หรือว่าหลานรักของคุณย่ามากแค่ไหนแต่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคุณต้องอยู่ในความดูแลของผมที่นี่” ผมบอกออกไป เพื่อต้องการให้อีกฝ่ายเข้าใจในสถานการณ์เวลานี้
“หมายความว่ายังไง...” ไอ้น้องแทนขมวดคิ้วเข้าหากัน หยุดดิ้นไปชั่วขณะคงเพราะยัง งงๆ กับคำบอกเล่านั้นอยู่
“คุณย่า เอาคุณมาฝากไว้ที่ผม เพราะฉะนั้นอย่าทำตัวมีปัญหา” ผมขยายความให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ง่ายขึ้น
“ไม่จริง คุณย่าจะเอากูมาฝากไว้ที่นี่ได้ยังไง อย่ามาโกหก พวกมึงมันพวกมิจฉาชีพใช่มั้ย อยากได้เงินเหรอ จะเอาเท่าไหร่บอกมาสิเดี๋ยวบอกพ่อกับแม่ให้ เอาโทรศัพท์มาเดี๋ยวจะโทรให้ที่บ้านเอาเงินมาให้” ไอ้น้องแทนยิ้มเยาะเบะปากใส่ผม มันน่าตบกบาลสักป้าบจริงๆ ไอ้เด็กเปรตนี่
“ได้...”
ผมตอบพร้อมกับแสยะยิ้มมุมปาก ก่อนจะคลายท่อนแขนออกจากเอวบางนั้น แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ จากนั้นกดโทรออก ผมถือโทรศัพท์ไว้ในมือให้คนตัวเล็กในอ้อมแขนได้เห็นชื่อที่เมมเอาไว้ขึ้นชื่อ “คุณย่า” และไม่ลืมที่จะกดเปิดลำโพงเพื่อให้เด็กหนุ่มพูดคุยได้ สัญญาณดังขึ้นเพียงสองครั้งก็มีคนรับสายในทันที
“โฬมเหรอลูก...” เสียงปลายสายรับอย่างรวดเร็ว
“คุณย่า...คุณย่าช่วยแทนด้วย” ไอ้น้องแทนร้องเสียงหลงเมื่อจำเสียงได้ว่านั่นคือเสียงของใคร ส่วนตัวก็ดิ้นไม่ยอมหยุด
“น้องแทน น้องแทนเหรอลูก” ปลายสายเสียงสั่นเครือ
“คุณย่ามีโจรมันลักพาตัวแทนมา คุณย่าช่วยด้วยมันจะเรียกค่าไถ่แทน คุณย่าช่วยแทนด้วย” เด็กหนุ่มร้องออกไปเสียงสั่น เต้นเร่าๆ เหมือนเด็กเอาแต่ใจ
“น้องแทน ใจเย็นๆ นะลูก พี่เขาไม่ได้จับไปเรียกค่าไถ่นะลูกนะ น้องแทนอยู่กับพี่โฬมไปก่อนลูก แล้วเดี๋ยวย่าจะไปรับนะลูกนะ”
“อะไรนะครับคุณย่า ไม่จริงอ่ะ ทำไมเอาแทนมาทิ้งไว้ที่นี่ล่ะ แทนจะกลับบ้าน แทนจะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ คุณย่าไม่เอานะแทนไม่อยู่กับมัน ไอ้สัดปล่อยกู ไอ้เหี้ยมึงปล่อยกูนะ คุณย่าเดี๋ยวก่อน คุณย่า” ไอ้น้องแทนดิ้นรนถีบแขนถีบขาวุ่นวายไปหมดจนไอ้เต้ยต้องเข้ามาช่วยจับ
“น้องแทนลูกใจเย็นๆ นะลูก ไม่มีอันตรายอะไรทั้งนั้น น้องแทนอยู่กับพี่เขาทำตัวดีๆ นะครับคนดีของย่า”
“ไม่เอา คุณย่าแทนจะกลับบ้าน แทนไม่อยู่กับมัน คุณย่ามารับแทนเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยกูสิไอ้เหี้ย ไอ้สัด ไอ้ชาติหมา ปล่อยกู คุณย่ามารับแทนเดี๋ยวนี้นะ” เด็กหนุ่มเต้นเร่าๆ ดิ้นรนกระโดดไปมาไม่ยอมหยุด
“คุณย่าครับ เอาเป็นว่าทางนี้เดี๋ยวผมจัดการให้นะครับ คุณย่าไม่ต้องกังวลนะ
เท่านี้ก่อนนะครับคุณย่า” ผมรีบตัดสายทันที
“คุณย่า คุณย่าครับ”
ไอ้น้องแทนร้องตะโกนเรียกด้วยความสับสนไม่เข้าใจก่อนจะหันมาหาผมสายตาเกรี้ยวกราด ด้วยความโกรธและคว้าเอาโทรศัพท์ในมือของผมไป แล้วปาลงพื้นอย่างแรงจนมันแตกกระจายไปทั่วพื้น ผมก้มลงมองดูเศษซากโทรศัพท์ของผมที่แตกยับนั้นอย่างเหลืออด และความอดทนก็ขาดสะบั้นลงเช่นเดียวกัน
