บทที่ 5 เด็กนิสัยเสีย

ตอนที่ 5 เด็กนิสัยเสีย

โครม หนึ่งวินาทีหลังจากโทรศัพท์เครื่องนั้นแยกร่าง ร่างของไอ้น้องแทนก็ถูกผมจับเหวี่ยงกระเด็นไปชนกับโต๊ะวางของภายในห้องรับแขก จนโต๊ะไม้สักนั้นล้มระเนระนาด ร่างบางล้มลงไปนอนกองกับพื้นสีหน้าตื่นตระหนก น้ำตาคลอเบ้าคงเพราะด้วยความเจ็บและความกลัว ความโกรธในหัวผมปะทุขึ้นจนแทบจะถึงขีดสุด ผมเดินตรงเข้าไปหาคนตัวเล็กที่นั่งตัวสั่นอยู่กับพื้นห้อง ก่อนจะค่อยๆ นั่งลงข้างๆ พร้อมทั้งยื่นมือหนาเข้ามาบีบใบหน้าเรียวนั้นด้วยมือเพียงข้างเดียว

“ถ้ายังขืนทำลายข้าวของของผมไม่เลิกคุณได้เจ็บตัวแน่” ผมเอ่ยเสียงเฉียบขาด

ผมคว้าเอาคอเสื้อของคนตัวเล็กกว่า ลากติดมือขึ้นไปยังชั้นสองเหมือนเดิม โดยมีสายตาตื่นๆ ของไอ้เต้ยคนสนิทมองตามหลังไปอย่างหวาดๆ ไอ้เต้ยทำงานอยู่ใกล้ชิดกับผมมานานแต่ยังไม่มีใครเคยเห็นผมโกรธขนาดนี้มาก่อนเลย เพราะว่ากันตามจริงน้อยมากที่จะมีใครสักคนทำให้ผมโกรธ และไม่มีใครกล้าทำให้ผมโกรธด้วย

“ไอ้เหี้ยเต้ย” ผมตวาดเรียกดังลั่นบ้าน

“ครับลูกพี่” ไอ้เต้ยรับคำอย่างหวาดๆ มือยังกดทับรอยแผลที่มีเลือดไหลออกมาไม่หยุด

“มึงไปเรียกไอ้โอ๊ตมาหากู แล้วตัวมึงเองก็ไปหาหมอทำแผลซะ เดี๋ยวจะมาตายห่าอยู่ในบ้านกูซะก่อน” ผมร้องสั่งมัน พร้อมทั้งเหวี่ยงเอาร่างบางๆ ของไอ้น้องแทนปลิวลงไปนอนตัวงอบนเตียงนอนหลังใหญ่

สภาพห้องนอนเวลานี้เหมือนมีระเบิดมาลงสักสิบลูก ข้าวของภายในห้องถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย ผ้าม่านถูกดึงลงมาขาดหลุดลุ่ย โต๊ะ เก้าอี้ล้มระเนระนาด เสื้อผ้า ซึ่งเป็นของเด็กหนุ่มคนนี้เอง ซึ่งทางบ้านของเขาแพ็คใส่กระเป๋าเดินทางมาให้อย่างดีเต็มสามกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ จนผมเองคิดว่ามันคงสามารถใส่ไปจนถึงปีหน้าก็ยังไม่ครบทุกชุด ทุกอย่างมันถูกรื้อกระจัดกระจายเกลื่อนห้องไปหมด

ข้าวของอย่างอื่นในห้องถูกขว้างปา ทุบทำลาย แตกหัก เสียหายจนไม่เหลือชิ้นดี โต๊ะเครื่องแป้งกระจกถูกทุบจนแตกละเอียด แจกันประดับ โคมไฟ เชิงเทียน ที่ทับกระดาษ ตุ๊กตาปั้น ถูกขว้างแตกพังเสียหายทั้งหมด

ผมพยายามสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ที่เริ่มปะทุขึ้นมาอีกระลอกหนึ่ง “ไอ้เด็กนรก” นี่มันโตมายังไงนะ ไม่แปลกใจเลยทำไมมันถึงถูกส่งมาที่นี่ แล้วนี่ฟาร์มของผมกลายเป็นสถานดัดสันดานเด็กนรกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“เก็บทุกอย่างให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นเจ็บตัวแน่” ผมตวาดเสียงดัง

“ไม่” เสียงใสๆ ตวาดกลับมาแทบจะทันทีเช่นเดียวกัน

“อยากจะลองดีนักใช่มั้ย”

ผมกระโจนเข้ามาหาร่างบาง ซึ่งดีดตัวลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ก่อนจะถอยหนีไปยังสุดอีกด้านหนึ่งของเตียง คนตัวเล็กคว้าเอาหนังสือสองสามเล่ม ที่เจ้าตัวคงขว้างมันไปกองกับพื้นห้องขึ้นมา แล้วเริ่มต้นขว้างปาทุกอย่างใส่ผมอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง

“หยุดนะ” ผมร้องเสียงห้ามดังขึ้น พร้อมกับโถมเข้าใส่โดยเร็ว ไอ้น้องแทนเบี่ยงตัวหลบพยายามหาหนทางหนี

“ปล่อยนะไอ้เหี้ย ไอ้สัด ไอ้เลว ไอ้...”

เสียงก่นด่าดังลั่นไปทั่วบ้าน ก่อนจะหายไปเมื่อผมใช้มือหนาๆ นั้นคว้าคอเสื้อของเด็กหนุ่มแล้วเหวี่ยงร่างคนตัวเล็กเข้าไปกระแทกติดกับตู้เสื้อผ้าไม้หลังใหญ่ ใบหน้าหวานแสดงออกถึงความตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด ผิวขาวเนียนละเอียดเปลี่ยนเป็นสีแดง เมื่อมือหนาของผมออกแรงบีบกดลงไปที่ลำคอของเด็กหนุ่มแรงๆ อย่างลืมตัว

“อย่าให้มันมากนัก ผมไม่ได้ใจดีเหมือนพ่อแม่คุณ หรือคุณย่าที่จะทนได้กับความงี่เง่าเอาแต่ใจของคุณ เก็บห้องนี้ให้เรียบร้อย ถ้าผมเข้ามาอีกทีมันยังไม่เรียบร้อยเราได้เจอดีแน่” ผมเอ่ยเสียงดุเข้ม

แค่ก แค่ก ไอ้น้องแทนไอออกมา น้ำตาหยดใสๆ ไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองด้วยความตระหนก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันสั่นระริก อย่าคิดว่าน้ำตาไม่กี่หยดนี้จะทำให้ผมใจอ่อน ไอ้เด็กเวรนี่ต้องได้รับการดัดนิสัยกันบ้าง แรกเริ่มเดิมทีก็พอรับรู้มาว่านิสัยแย่ แต่ไม่คิดว่าจะแย่ขนาดนี้

“ลูกพี่ครับ”

เสียงห้าวๆ ของไอ้โอ๊ต ดังขึ้น จริงๆ มันคงเห็นหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่แค่ไอ้เด็กนั่นหรอกที่กลัว พวกมันก็คงกลัว ทำงานอยู่ที่นี่มาหลายปี ผมก็เพิ่งจะแสดงอารมณ์โกรธจริงๆ จังๆ ก็คราวนี้แหละ

“มึงลงไปเอาอุปกรณ์ทำความสะอาด แล้วก็ลงไปเอาข้าวมาให้มัน คอยเฝ้าหน้าห้องไว้ด้วย ถ้ามันหนีไปได้มึงตาย” ผมออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด

“กูไม่ทำ กูไม่กิน มึงอย่าคิดนะว่ากูจะกลัวมึง” เสียงใส สั่นๆ นั่นเอ่ยขึ้น ดวงตาที่ฉ่ำไปด้วยน้ำตาตอบโต้กับผมอย่างเอาเรื่อง

“หึ...อยากลองดีนักก็เอาสิ” ผมยิ้มเยาะก่อนจะหันหลังเดินออกมาเพราะถ้าขืนอยู่ต่อมีหวังได้ฆ่ามันตายคามือแน่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป