บทที่ 6 ตอนที่ 4: เมียคนที่สอง?

ตอนที่ 4: เมียคนที่สอง?

"เดี๋ยวผมไปทำงานก่อนนะครับที่รัก แล้วจะรีบกลับมานะ"

แทนคุณเอ่ยบอกร่างไร้จิตวิญญาณในเครื่องแต่งกายเรียบร้อยด้วยรอยยิ้มละมุน พลางก้มลงบรรจงประทับรอยจูบแผ่วเบาลงบนแก้มนุ่มนิ่มของอลิซซาเบธด้วยความรักสุดหัวใจ ก่อนจะหมุนกายเดินตรงไปยังบานประตูห้อง ทว่าจังหวะนั้นเอง อลิซซาเบธที่เมื่อครู่นั่งนิ่งสนิทกลับค่อย ๆ ยกมือขึ้นโบกหยอย ๆ ไล่หลังเขาอย่างเชื่องช้า...

กระแสลมแปรปรวนในอากาศและเงาสะท้อนแปลก ๆ ทำเอาคนที่กำลังก้าวขาพ้นประตูสะดุ้งเฮือก รีบหันขวับกลับมามองด้วยความรู้สึกขนลุกซู่ ทว่าพอสายตากวาดมองอีกครั้ง ร่างบนเตียงกลับนั่งแน่นิ่งดั่งเดิม ไม่มีแววตาขยับหรือท่วงท่าใด ๆ ผิดปกติไปจากพลาสติกเกรดพรีเมียมทั่วไปเลยสักนิด

"ไอ้แทนเอ๊ย... แกท่าจะบ้าจนหลอนไปเองแล้วมั้ง"

ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเพื่อเรียกสติ ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินออกจากบ้านไปทันที โดยไม่รู้เลยว่ามีดวงวิญญาณตัวป่วนแอบลอยละลิ่วตามหลังไปอย่างเงียบเชียบพร้อมพยายามทำตัวนิ่งเฉยไร้พิรุธ

"คุณจะออกไปข้างนอกเหรอครับ ให้ผมไปด้วยคนนะ!"

กระแสเสียงกระตือรือร้นของผีน้อยดังขึ้นอย่างลืมตัว ร่างโปร่งแสงเคลื่อนตามชายหนุ่มพ้นขอบประตูออกไปโดยไม่ทันได้คิดหน้าคิดหลัง ทว่าทันทีที่เรือนร่างกึ่งโปร่งใสต้องแสงแดดสายตา แม้แดดยามเช้าจะยังไม่ได้ร้อนแรงแผดเผา ทว่าสำหรับไอวิญญาณแล้ว มันกลับร้อนรุ่มราวกับถูกไฟนรกโลกันตร์ลวกผิวเนื้อจนร่างแทบสลาย หนุ่มน้อยร่วงฮวบลงนั่งคุดคู้กับพื้นดินพลางเริ่มกรีดร้องลั่นด้วยความทรมาน

"โอ๊ย! ปวด... ปวดแสบปวดร้อนไปหมดแล้ว ฮืออออ!"

เสียงคร่ำครวญอย่างน่าเวทนาดังระงมอยู่หน้าประตูบ้านเช่นนั้นอยู่เป็นนาที ทันใดนั้น ไอหมอกสีขาวจาง ๆ พลันลอยมาโอบล้อมร่างโปร่งบางเอาไว้แน่น ก่อนจะกวาดเอาตัวเขาละลิ่วกลับเข้าสู่ความร่มเย็นภายในตัวบ้านอย่างรวดเร็ว โดยที่เจ้าของบ้านร่างสูงไม่ได้ยินเสียงหรือรับรู้ถึงความโกลาหลนี้เลยสักนิดเดียว...

"เอ็งนี่มันหาเรื่องใส่ตัวดีแท้! เป็นเพียงสัมภเวสีไอวิญญาณ คิดจะออกไปท้าทายแสงตะวันเยี่ยงมนุษย์ปุถุชนได้อย่างไร อยากดับสูญสลายไปนักรึ!"

น้ำเสียงทรงอำนาจปนดุแกมเอ็นดูของท่านพระภูมิเจ้าที่ผู้พิทักษ์บ้านหลังนี้เอ่ยขึ้น ชายชราในชุดนุ่งขาวห่มขาว เรือนผมขาวโพลนจ้องมองผีน้อยที่นั่งกอดเข่าก้มหน้าก้มตาอยู่บนพื้น ทว่าเจ้าตัวดีที่น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บปวดจากการโดนแดดเลียเมื่อครู่ กลับช้อนสายตาประท้วงเถียงตาใสราวกับเด็กดื้อไม่ยอมคน

"ก็ผมลืมตัวนี่ขอรับ... ผมแค่อยากออกไปเห็นโลกกว้างข้างนอกบ้าง ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นวิญญาณ นอกจากมุมถนนตรงนั้น บ้านหลังนี้ก็คงเป็นบ้านหลังเดียวที่ผมเคยเห็น ตัวเองเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ ตายเพราะอะไรก็ไม่รู้ แล้วทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้ก็ยังไม่รู้อีก... ฮือออ เกิดเป็นผีความจำเสื่อมนี่มันลำบากชะมัดเลย!"

เมื่อได้ยินคำตัดพ้อพรั่งพรูด้วยความอัดอั้น ชายชราในชุดขาวได้แต่ถอนหายใจและส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนจะเอ่ยปลอบประโลมทิ้งปริศนาธรรมไว้ แล้วค่อย ๆ เลือนหายไปในอากาศ

"ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว... เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เอ็งจักได้คำตอบทุกอย่างเอง"

ผีน้อยได้แต่ทอดถอนใจออกมาอีกครั้งเมื่อต้องกลับมาอยู่ตัวคนเดียวในบ้านกว้าง เขาพยายามขบคิดตามคำพูดของท่านตาพระภูมิ หากแต่ขุดค้นลึกลงไปในหัวสมองเท่าไหร่ ความทรงจำก็ยังคงมืดมนและว่างเปล่า มีเพียงความหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจเกาะกุมความรู้สึกจนชวนให้หดหู่เหมือนทุกครั้งที่เขาพยายามนึกถึงเรื่องราวในอดีต...

.

ในเวลาเดียวกัน...

ห้องทำงานของประธานบริษัทผลิตเครื่องดื่มดีไซน์หรูหรา ตั้งตระหง่านอยู่บนชั้นสิบอันเป็นชั้นสูงสุดของอาคาร ผนังกระจกใสทรงสูงกว่าสามเมตรเปิดมุมมองให้เห็นทิวทัศน์รอบด้านของตัวเมืองได้อย่างกว้างไกล สำนักงานแห่งนี้ถูกออกแบบให้มีเพดานสูงโปร่งเพื่อรับแสงสว่างจากธรรมชาติ พื้นหินอ่อนสีขาวขัดเงาวับสะท้อนงานศิลปะเลื่องชื่อและกรอบประกาศนียบัตรแห่งความสำเร็จของผู้เป็นเจ้าของที่ประดับอยู่บนผนัง

ใจกลางห้องมีโต๊ะทำงานไม้เนื้อแท้มะฮอกกานีขนาดใหญ่และเก้าอี้หนังชั้นดีสำหรับต้อนรับผู้นำเพียงคนเดียว ทุกอย่างบนโต๊ะถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งจอมอนิเตอร์ โทรศัพท์ และแฟ้มเอกสาร ด้านหลังเป็นชั้นวางหนังสือเย็บเล่มหนังแท้ตระการตา ข้างกันนั้นมีมุมบาร์ค็อกเทลขนาดย่อมประดับด้วยขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียมและแก้วคริสตัลเจียระไนวางเรียงรายอย่างมีระดับ

โดยรวมแล้วมันคือห้องทำงานของประธานบริหารที่โอ่อ่าหรูหรา หากแต่แววตาเรียบเฉยและเย็นชาของชายผู้เป็นเจ้าของกลับมองผ่านสิ่งของราคาแพงเหล่านั้นเฉกเช่นขยะทั่วไปเหมือนกับทุกวัน...

ร่างกำยำของแทนคุณนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้หนังพลางขยับนิ้วทำทีเป็นหยิบจับเอกสาร ทว่าแท้จริงในหัวใจกลับว้าวุ่นและไม่สงบเอาเสียเลย ดวงตาคมคู่เฉยชาฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง... เหตุใดเขาถึงได้หวาดกลัวการคบหาและสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้คน เหตุใดเขาถึงพยายามหลีกเลี่ยงการพาคนที่มีชีวิตจริง ๆ เข้ามาในชีวิต ไม่มีใครล่วงรู้คำตอบนอกจากตัวเขาเอง

ทว่ายามเมื่อคิดถึงเรื่อง "คนรัก" สมองอันชาญฉลาดกลับสั่งการให้มือหนาเลื่อนไปกดโทรศัพท์ติดต่อทางไกลระหว่างประเทศหาใครบางคนทันที

"อะ... เอ่อ คุณมิโตะครับ ผมอยากได้... เมียเพิ่มอีกสักคนน่ะครับ แบบว่า... ช่วงนี้อลิซดูเหมือนจะเหนื่อย ๆ แล้วเมื่อคืนก่อนก็มีบางอย่างแปลก ๆ เกิดขึ้นด้วย..."

ปลายเสียงเงียบงันลงไปครู่หนึ่ง แทนคุณไม่กล้าเอ่ยอธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่า "แปลก" ที่ว่านั้นคือตุ๊กตามีปากมีเสียงครางตอดและหยัดสะโพกสู้มือเขา! แม้ชายหนุ่มจะพยายามหลอกตัวเองอยู่ทุกวินาทีว่าเป็นเพียงความฝัน ทว่าสัญชาตญาณความรอบคอบและขี้ระแวงกลับบีบบังคับให้เขาตัดสินใจสั่ง "เมียคนที่สอง" มาคอยแบ่งเบาภาระของอลิซภรรยาคนเดิมเป็นการด่วน

"คุณแทนคุณครับ... ถ้าต้องการงานฝีมือระดับท็อปและสั่งทำพิเศษ (Custom) แบบคุณอลิซซาเบธ ทางทีมงานของผมอาจจะต้องใช้เวลาในการผลิตค่อนข้างนานเลยทีเดียวนะครับ"

ปลายสายเอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเป็นงานเป็นการ ยามได้รับฟังความต้องการอันคาดไม่ถึงจากลูกค้าระดับซูเปอร์วีไอพีรายนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป