บทที่ 4 พี่เธออยู่ที่ไหน

“เธอก็เห็นหลักฐานแล้ว บอกมาดีกว่า ว่าพี่เธออยู่ที่ไหน”

“ฉันไม่รู้”

ถึงรู้เธอก็ไม่มีวันบอก เพราะพี่เธอหนีไปแบบนี้ แปลว่าไม่มีเงินจ่ายหนี้คืน และอาจถูกเขาตามฆ่าเหมือนในหนังมาเฟียก็ได้ ก็พวกเจ้าของกาสิโนก็เป็นพวกเจ้าพ่อมาเฟียกันอยู่แล้วนี่นา คิดไปถึงตรงนี้ สาวน้อยก็กลัวจนตัวสั่น แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ

“มันติดต่อเธอมาบ้างไหม”

“ไม่”

“ฉันไม่เชื่อ”

“เรื่องของคุณ แต่ปล่อยฉันไปได้แล้ว ฉันไม่เกี่ยว ไปตามหากันเอาเองสิ จะจับฉันมาทำไม”

“หึ สาวน้อย หนี้ที่พี่เธอสร้างมา มันสิบล้านนะ ไม่ใช่สิบบาท ถ้ามันหนีไป ก็แปลว่าเธอต้องชดใช้แทนมัน เพราะเธอคือคนในครอบครัวของมัน”

“เงินตั้งสิบล้าน ฉันหามาให้คุณไม่ไหวหรอก คุณเอาบ้านฉันไป ที่เหลือฉันจะพยายามหามาคืนให้ แต่ตอนนี้ฉันยังเรียนไม่จบ คุณก็ร่างสัญญามาแล้วกัน”

“หึ นี่เธอไม่รู้เลยหรือไง ว่าบ้านนั่น พี่เธอมันเอาไปจำนองไว้กับธนาคารนานแล้ว แถมตอนนี้มันยังขาดส่งจนธนาคารกำลังจะยึดอยู่รอมร่อ”

“มะ ไม่จริงอ่ะ ทำไมพี่ภัทรทำแบบนี้”

สาวน้อยปล่อยน้ำตาให้ไหลรินออกมาอาบแก้มนวล ใจแกร่งที่เห็นดังนั้นก็กระตุกวูบ เขารู้สึกอึดอัดในอกจนเหมือนกับจะหายใจไม่ออก เมื่อได้เห็นน้ำตาและแววตาเศร้าสร้อยไร้ความหวังของเธอ

“ทั้งหมดนี้ ทำให้ฉันจำเป็นต้องพาตัวเธอมาที่นี่ เพราะเธอเป็นคนเดียวที่รู้ว่าพี่เธออยู่ที่ไหน ฉันจะได้ไปตามตัวมันกลับมารับผิดชอบหนี้ก้อนนี้”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่รู้ คุณไปตามหากันเอาเองสิ”

“ฉันตามหามันแน่ แต่จนกว่าที่จะตามหาตัวมันพบ หรือจนกว่ามันจะติดต่อมาหาเธอ เธอต้องอยู่กับฉันที่นี่ก่อน ฉันคงปล่อยตัวเธอไปไหนไม่ได้”

“คุณจะมากักขังฉันไว้แบบนี้ไม่ได้นะ ฉันไม่ยอม”

“สาวน้อย เธอไม่ได้มีสิทธิ์เลือกขนาดนั้น ยอมไม่ยอมก็ต้องอยู่ นอนได้แล้ว ฉันจะไปอาบน้ำก่อน”

เขาพูดจบก็ถอดเสื้อสูทแบรนด์ดังพาดไว้บนเก้าอี้ทำงาน ก่อนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแล้วถอดมันออกทิ้งอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นหน้าอกหนั่นแน่น มัดกล้ามเนื้อและลอนซิกซ์แพ็กชัดแน่นทุกลูก  บนต้นแขนมีรอยสักลายชนเผ่ายาวไปเกือบถึงข้อศอก ร่างงามเบิกตาค้างด้วยความตกใจ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ นอกจากพ่อและพี่ชาย ก็ไม่เคยเห็นผู้ชายตัวเป็นๆที่ไหน ถอดเสื้อต่อหน้าต่อตาขนาดนี้

เขาปรายตามองเธอนิดหนึ่ง ก่อนเดินไปหยุดตรงหน้า ดวงตากลมโตยิ่งเบิกกว้างกว่าเดิมไปอีก เธอขยับถอยหลังหนีเขาอย่างอัตโนมัติ จนแผ่นหลังบอบบางติดกับหัวเตียงจนไม่สามารถถอยหนีไปไหนได้อีก

เขาก้าวขึ้นเตียง จับจ้องมองใบหน้าเธอนิ่งแล้วขยับเข้าหาเธอจนอยู่ในระยะที่เอื้อมมือถึง ก็ยื่นมือใหญ่ออกไปแก้เชือกที่มัดอยู่ที่ข้อมือทั้งสองข้างของเธอ เมื่อเชือกหลุดออกไปเขาก็เห็นข้อมือบอบบางของเธอแดงไปหมด  จึงใช้มือใหญ่ลูบไล้เบาๆที่รอยนั้น เกินกว่าใครจะคาดคิด เขายกข้อมือทั้งสองข้างของเธอมาจรดริมฝีปากหยักได้รูป ก่อนเป่าลมร้อนๆออกมาแล้วกดริมฝีปากอุ่นนั่นจุมพิตบนรอยแดงนั้นอย่างแผ่วเบา

สาวน้อยที่ตกอยู่ในภวังค์ตาเบิกค้างได้สติทันใด เธอค่อยๆดึงมือกลับคืนและเขาก็ยอมปล่อยแต่โดยดี

“เจ็บไหม”

“มะ ไม่ค่ะ”

เธอหลบตาแพรวพราวคู่นั้น แต่เมื่อหลุบตาต่ำลง เธอกลับเจอกับซิกซ์แพ็กแน่นๆของเขาเสียนี่ แก้มสาวแดงปลั่งทันทีจนเห็นได้ชัดและเขาก็อดที่จะรู้สึกดีไม่ได้ที่ทำเขินอายแบบนั้น

“เอาละ ฉันไปอาบน้ำก่อน เธอนอนได้เลยนะ เดี๋ยวฉันออกมา”

“แล้ว คุณ นอนที่ไหนคะ”

“ที่นี่มีเตียงกี่เตียงกันล่ะ”

เธอมองไปรอบๆห้อง อย่าว่าแต่เตียงเลย โซฟาสักตัวก็ไม่มี มีแค่เตียงที่เธอกับเขากำลังนั่งอยู่ตรงนี้ กับโต๊ะทำงานตัวโตนั่นเท่านั้น

“เอ่อ เตียงเดียว”

“ใช่ เตียงเดียว เธอก็เห็นนี่ ไม่น่าต้องถามเลยว่าฉันจะนอนที่ไหน”

“แต่ว่าฉัน..”

“อย่าเรื่องมากน่า ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก  เด็กสาวอย่างเธอ ไม่ใช่สเปกของฉัน”

เขาพูดจบก็ลงจากเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ปล่อยให้เธอนั่งตัวสั่นอยู่ที่เดิม จะให้เธอนอนเตียงเดียวกับเขาได้อย่างไร ผู้ชายหน้าไหนก็ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น และเธอไม่ควรเสี่ยง คิดได้ดังนั้นจึงรีบลงจากเตียง คว้าโทรศัพท์มือถือของเธอ แล้วเปิดประตูห้องของเขาออกมาอย่างรวดเร็ว

ทันทีที่ประตูเปิดออกมา เธอก็เจอเข้ากับชายร่างใหญ่สองคน นั่งเฝ้าอยู่หน้าประตู และมองมาที่เธอด้วยสายตาดุดัน

“จะไปไหนครับ”

“ฉันจะกลับบ้าน”

“นายอนุญาตแล้วเหรอ”

“นายของพวกคุณไม่มีสิทธิ์มากักขังหน่วงเหนี่ยวฉันเอาไว้แบบนี้ ถอยออกไป ฉันจะกลับ”

“เห็นทีคงไม่ได้ เชิญคุณกลับเข้าไปดีกว่า อย่าให้นายของผมต้องโกรธ เพราะคุณจะจินตนาการไม่ออกเลยว่า นายของผมทำอะไรคุณได้บ้าง”

เธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ไม่มีทางเลยที่เธอจะฝ่าด่านชายร่างใหญ่สองคนนี้ไป และถ้าเขารู้เข้า มีหวังเธอเละเป็นโจ๊กแน่ มาเฟียอย่างนั้น จะทำอะไรเธอก็ไม่รู้ เธอเลยยอมถอยหลังกลับเข้าห้องไป โดยมีสองหนุ่มนั่นบริการปิดประตูให้เธอเรียบร้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป