บทที่ 7 ขอกอดหน่อย
สองชั่วโมงต่อมา ร่างบางที่ได้รับทั้งยาบำรุงและน้ำเกลือ ก็รู้สึกตัวตื่น เธอได้พักผ่อนแล้วก็รู้สึกมีแรงขึ้นมาก จึงค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง
“ณิชา ตื่นแล้วเหรอ มา ฉันช่วย”
ปราณนต์กุลีกุจอไปช่วยประคองเธอนั่งพิงหัวเตียง เธอมองหน้าเขาอย่างงงๆ พยายามคิดทบทวนว่าก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้น เธอรู้สึกสับสนยังจับต้นชนปลายไม่ถูก จึงนั่งมองหน้าเขาตาปริบๆ
“หึหึ อะไร มองหน้าฉันทำไม อยากรู้ใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ฉันสับสน ว่าอันไหนความฝันอันไหนความจริง”
“แล้วเธอฝันว่าอะไรล่ะ ถ้าฝันว่าโดนฉันปล้ำ นั่นละ คือความจริง”
“นี่คุณ คุณ ปล้ำฉันเหรอ”
เธอยกมือขึ้นกำคอเสื้อตัวเอง เพื่อปิดบังเนื้อตัวจากสายตาเจ้าเล่ห์ของเขา แล้วกระถดตัวชิดกับหัวเตียงเพิ่มขึ้นอีกนิด ดวงตากลมโตมองหาทางหนีทีไล่ที่จะหนีออกไปจากตรงนี้
“อืม ฉันปล้ำเธอ แต่ยังไม่เสร็จหรอกนะ เธอเป็นลมไปเสียก่อน เป็นไง แม่คนเก่ง ไม่ยอมกินข้าวกินปลาจนลมจับ แค่แรงต่อสู้ดิ้นรนเอาตัวรอดจากการโดนฉันปล้ำยังไม่มีเลย จะเอาแรงที่ไหนหนีออกไปจากที่นี่ได้”
จริงด้วย มันจริงอย่างที่เขาพูดทุกอย่าง ถ้าเธออยากหนีไปจากเขา เธอต้องมีแรง มีพลังสมอง จะมาเป็นคนขี้โรคอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้
“ไป ไปกินข้าว หรือต้องให้ฉันเอามาป้อนให้ถึงเตียง แต่บอกไว้ก่อนนะ ฉันคิดค่าป้อน เอาเป็นจูบหวานๆ แบบเต็มใจ อย่างเมื่อคืนสักครั้งแล้วกันนะ”
“ฝันไปเถอะ หลีกทางให้ฉันด้วย ฉันจะไปกินข้าว”
“หึหึ ไป ฉันช่วย”
“ไม่ต้อง”
“ไม่คิดค่าช่วยพยุงหรอกน่า”
เท่านั้นแหละ เธอถึงหยุดดื้อแล้วยอมให้เขาประคองไปจนถึงโต๊ะอาหาร ที่ตอนนี้มีอาหารเย็นหน้าตาน่าทานอยู่หลายจาน และทันทีที่เธอนั่งลงได้ ก็จัดการกับอาหารตรงหน้าของตัวเองด้วยความหิวโหยทันที เธอต้องกินเยอะๆ สะสมพลังงานให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้ไม่เพลี่ยงพล้ำอย่างวันนี้อีก
“กินอิ่มหรือยัง”
“อิ่มแล้วค่ะ”
“งั้นเตรียมตัว เราจะเปลี่ยนที่อยู่กัน”
“ไปไหน คุณจะปล่อยฉันกลับบ้านเหรอ”
“เปล่า เราจะไปอยู่ที่คอนโดของฉัน มันสะดวกสบายกว่าอยู่ที่นี่ เพราะดูท่าทางแล้วเธอต้องอยู่กับฉันอีกนาน”
เธอตวัดค้อนใส่เขา แหงละ เธอมันตัวประกัน จะทำอะไรได้ ไปอยู่กับเขาที่ใหม่ ไม่รู้จะมีเวรยามแน่นหนา กำแพงสูงสามเมตรหรือเปล่า ทางหนีรอดของเธอแทบเป็นศูนย์เข้าไปทุกที
“ฉันต้องเก็บเสื้อผ้าก่อน”
“คนของฉันเก็บให้แล้วตอนที่เธอยังหลับ ไป ออกเดินทางกันได้แล้ว”
เขาจับมือของเธอพาเดินออกจากห้องที่คุมขังแห่งเก่านี้ไป เพื่อจะไปอยู่ในที่คุมขังแห่งใหม่ เธอเดินตามหลังเขาไปเงียบๆ มองมือน้อยของเธอที่อยู่ในอุ้งมือใหญ่ของเขา แล้วเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนตัวโต ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดมันแล่นปราดมาตามมือ ค่อยๆ แผ่กระจายขึ้นมาจนถึงหัวใจ
เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง เขาก็พาเธอออกทางพิเศษ ไม่ต้องเดินผ่านฝูงชนที่กำลังโยกย้ายกันสนุกสนานอยู่ข้างในร้าน แต่เมื่อออกประตูมาแล้วกำลังจะก้าวขึ้นรถยนต์คันหรูที่มาจอดรออยู่แล้วโดยมีโชคชัยเป็นคนขับ และกิตติมายืนรอเปิดประตูรถให้ อยู่ๆ ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเรียกอยู่ด้านหลัง
“ปราณต์คะ”
เขาและเธอหันไปตามเสียงเรียก ก็พบกับดาราสาวสวยคนหนึ่ง ที่กำลังมีกระแสดังเรื่องตบตีแย่งผู้ชายกับดารารุ่นน้อง
“น้ำส้ม มาเที่ยวเหรอ”
เธอตรงดิ่งเข้ามาหาเขา พร้อมปรายตามองผู้หญิงสาวสวยที่อยู่เคียงข้างเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่มือของทั้งคู่ที่ยังคงจับกันแน่น แม้เธอจะเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นพยายามที่จะสะบัดมือเขาออก แต่เขาก็ยังคงกำไว้แน่นไม่ยอมปล่อยอยู่ดี
“ค่ะ มาเที่ยว ปราณต์จะไปไหนเหรอคะ”
“กลับคอนโดครับ ขอตัวก่อนนะ”
“เดี๋ยวสิคะ ผู้หญิงคนนี้ใคร คู่ขาใหม่ของปราณต์เหรอ ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่โทรหาน้ำส้มบ้างเลยคะ คุณลืมน้ำส้มไปแล้วเหรอ”
ณิชากับปราณนต์หันมองหน้ากันในทันที และคราวนี้เขาก็ยอมปล่อยมือของเธอให้เป็นอิสระ
“เธอเข้าไปรอฉันในรถก่อน”
ณิชา ขึ้นไปนั่งบนรถตามที่เขาสั่ง เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวของเขากับคู่ควงคนสวย และเมื่อเธอขึ้นรถไป ดาราสาวสวยก็ตรงเข้าโน้มคอของชายหนุ่มลงมาบดจูบทันที ทั้งคู่จูบกันอยู่นานโดยไม่แคร์สายตาคนเดินผ่านไปผ่านมาและคนที่อยู่ในรถเลย
ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำเอาณิชาต้องเบือนหน้าหนี ใจดวงน้อยมันกระตุกเต้นแปลกๆ ไม่ชอบใจเลยที่ต้องมาเห็นภาพความสำส่อนประเจิดประเจ้อไม่อายสายตาผู้คนของเขา นี่ขนาดอยู่ในที่ที่มีคนผ่านไปผ่านมาเยอะแยะ ทั้งคู่ยังทำอะไรไม่อายผู้คนและผีสางเทวดา ถ้าในที่ลับตาคงไม่ต้องพูดถึง
“อืม พอได้แล้วน้ำส้ม ถ้าเป็นข่าวขึ้นมา จะมาโทษผมไม่ได้นะ”
“ถ้าน้ำส้มเสียหาย ปราณต์ก็รับผิดชอบสิคะ”
ดาราสาวใช้สองแขนเกาะเกี่ยวที่ลำคอแกร่ง ทั้งยังใช้เรือนร่างเย้ายวนบดเบียดตัวของเขาไม่หยุด
“ไร้สาระน่า คุณก็รู้ว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“แต่เรานอนด้วยกันมาหลายครั้งแล้วนะปราณต์”
“แต่คุณก็นอนกับคนอื่นไปทั่ว เหมือนอย่างที่ผมก็เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยนั่นแหละ”
“ปราณต์..”
“เอาน่า ไม่ต้องซีเรียส ผมไม่ถือหรอกนะ เพราะเราก็แค่สนุกๆกัน แต่ตอนนี้ผมคงต้องขอบายคุณก่อนนะ เพราะผมมีของเล่นชิ้นใหม่แล้ว”
“นี่แสดงว่านังเด็กนั่น เป็นคู่ขาคนใหม่ของคุณงั้นเหรอ”
“ก็ยัง แต่คงไม่นานนี้หรอก ผมไปก่อนนะ”
พูดจบก็ก้าวขึ้นรถไปนั่งเคียงข้างกับณิชา ที่ทันทีที่เขาขึ้นมานั่งเคียงข้าง เธอก็กระเถิบตัวหนีเขาทันทีจนแทบจะชิดกระจกรถด้านที่เธอนั่งเหมือนกัน
“ทำไม หึงฉันเหรอ”
“รังเกียจต่างหากล่ะคะ”
“หึ”
เขาแค่นหัวเราะเบาๆครั้งหนึ่ง ก่อนขยับเบียดเธอจนชิดประตู ใช้แขนทั้งสองข้างกักกั้นเธอเอาไว้ แล้วก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวสะอาดของเธอเบาๆ
“ฉันสะอาด ไว้ใจได้ ป้องกันตัวเองอย่างดีทุกครั้ง”
“บ้า”
เธอดันอกแกร่งของเขาให้ขยับออกไปจากการคุกคามเธอ แต่ก็เหมือนผลักก้อนหินก้อนโต เพาะมันไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด แถมเขายังก้มลงมากระซิบชิดใบหูเธออีกครั้ง
“ฉันกับน้ำส้ม เรานอนด้วยกันแค่ไม่กี่ครั้ง ไม่ได้สำคัญอะไรสำหรับฉันหรอก”
“เรื่องของคุณ ฉันไม่ได้อยากรู้ค่ะ ไม่ต้องมาบอก”
“อ้าว ก็เห็นนั่งหน้างอคอหักเป็นปลาทูแม่กลอง ก็คิดว่าหึงฉันเสียอีก เลยรีบอธิบายให้ฟังนี่ไง”
“ไม่ต้องค่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่ต้องมาอธิบาย”
“มันก็ไม่แน่หรอกนะ”
“คุณหมายความว่ายังไง”
“อืม ง่วงจัง”
เขาไม่ตอบคำถาม แต่ถือวิสาสะโอบไหล่เธอแล้วดึงร่างงามมาแนบชิดกับอกแกร่ง แต่เธอก็ยังเป็นเธอ ยังคงดิ้นรนแกะมือปลาหมึกของเขาให้วุ่น จนเขาต้องใช้แขนอีกข้างกอดกระชับเธอเอาไว้เพิ่มเติม จนกลายเป็นว่าตอนนี้ เธอโดนแขนทั้งสองข้างของเขากอดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
“นี่คุณปราณต์ ปล่อยฉันนะ นั่งดีๆสิ จะมากอดฉันทำไม”
“นั่งนิ่งๆน่า ฉันง่วง ขอกอดหน่อย”
พูดจบก็ทิ้งตัวลงพิงเบาะรถยนต์ หลับตาพริ้มแล้วดึงเธอเข้ามาแนบอกขึ้นอีกนิด ยิ่งเธอดิ้นเขายิ่งกอดรัด จนเธอทนไม่ไหวจึงยอมหยุดดิ้นรนหนีเขา เพราะเธอเรียนรู้แล้ว ว่าทำอย่างไรก็ไม่สามารถสู้แรงเขาได้อยู่ดี
