บทที่ 12 ขอบคุณจริง ๆ
“ฉันต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
“เอาเป็นว่าวันนี้เธอกลับพร้อมฉันเลยนะ ฉันจะให้เธอเริ่มสอนหนูนาเลย”
หลังจากที่ปรเมศวร์พาพลอยนภัสไปเยี่ยมแม่อีกครั้งก่อนกลับไปทำงานพร้อมกับเขา ชายหนุ่มได้สัญญาว่ากับแม่ของเธอว่า จะพาพลอยนภัสมาเยี่ยมตอนช่วงที่ผ่าตัด ป้าของเธออยู่เฝ้าแม่ของพลอยนภัสตลอด ปรเมศวร์ได้ให้เงินกับคุณป้าเธอไว้ใช้จ่ายส่วนหนึ่ง
“ขอบคุณมากนะคะคุณเมศวร์” ป้าพรคุยเป็นกันเองกับปรเมศวร์ ชายหนุ่มก็ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“ยัยพลอยดูแลคุณเมศวร์เค้าดี ๆ ล่ะ” ป้าพรกำชับหลานสาว หญิงสูงวัยมองดูที่หมายใหม่ของการเงินที่ดูดีกว่าเสียชัชมากมายแถมไม่เคี้ยวลากดินเหมือนอีกฝ่าย
เมื่อออกเดินทางถึงที่หมายก็เป็นเวลาเย็นพอดี ปรเมศวร์ตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง
“เราจะทานข้าวกันที่นี่หรือคะ” เธอถามปรเมศวร์ ขณะที่รถเลี้ยวเข้าไปในที่จอดรถส่วนตัวของโรงแรม
“ฉันจะให้เธอพักที่นี่ช่วงที่ฝึกงาน ฉันจองห้องชุดไว้แล้ว”
“อ๋อ..ขอบคุณค่ะ” เขาเพียงแต่ยิ้มให้เธอ มันเป็นรอยยิ้มของเขาที่เธอเคยชิน หญิงสาวมองดูมันใหญ่โตเกินฐานะถ้าเธอมาอยู่เองคงไม่มีเงินจ่ายค่าที่พักเป็นแน่
ขณะที่พวกเขาก้าวออกจากรถ พลอยนภัสก็รู้สึกเหมือนกับตัวเองได้หลุดไปยังโลกอนาคต มีสัญลักษณ์ของโรงแรมประดับอยู่ทั่วทุกหนแห่ง พนักงานโรงแรมในชุดฟอร์มรีบกรูกันมาต้อนรับปรเมศวร์และพลอยนภัส โดยส่วนตัวแล้ว เธอพบว่าที่นี่มีทุกครบทุกอย่างจริง ๆ พลอยนภัสเหลียวมองไปรอบ ๆ
“กระเป๋าของฉันล่ะคะ” ผู้จัดการโรงแรมเดินเข้ามาแล้วรีบเอ่ยกับพลอยนภัส
“อยู่ที่ห้องของคุณเรียบร้อยแล้วครับ คุณผู้หญิง” ปรเมศวร์ขึ้นลิฟต์ของแขกวีไอพีพร้อมกับเธอ โดยมีผู้จัดการโรงแรมและเด็กสาวที่อยู่ในชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมติดตามไปด้วย
ผู้จัดการโรงแรมพาเดินชมและบรรยายถึงความโอ่อ่าของสถานที่ ทั้งภัตตาคารหรูและห้องโถงจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ พนักงานทุกคนต่างต้อนรับอย่างนอบน้อม ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ก็คือครอบครัวของปรเมศวร์นั่นเอง
พลอยนภัสใช้เวลาช่วงสั้นๆ อาบน้ำและเปลี่ยนชุดเป็นกระโปรงสั้นสีดำแมตช์กับเสื้อผ้าไหมสีเทามุกดูสง่างาม เมื่อถึงเวลานัด พนักงานก็นำเธอลงลิฟต์ไปต่ออีกตัวเพื่อขึ้นไปยังภัตตาคารชั้นบนสุด
ระหว่างทาง เธอเดินผ่านกลุ่มพนักงานที่กำลังยืนซุบซิบกันอย่างออกรส แม้เสียงจะไม่ดังนักแต่ชื่อที่หลุดออกมากลับทำให้เธอต้องชะงัก
พวกเขากำลังนินทาเรื่องของนิรนาทภรรยาของปรเมศวร์ พลอยนภัสตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็งถังใหญ่เมื่อจับใจความได้ว่า ภรรยาของเขานอกใจและมีคลิปหลุดอื้อฉาวไปทั่วโซเชียล ในหัวของเธอหมุนติ้วด้วยความสับสน... ภรรยาของเขาเป็นคนแบบไหนกันถึงทำเรื่องแบบนี้ได้ และมันช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับผู้ชายอย่างเขาเหลือเกิน
“เธอไม่สบายหรือเปล่า ดูซิหน้าซีดเชียว?”
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นหลังมือมาแตะที่หน้าผากของเธอเบา ๆ พลอยนภัสเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของมือหนา
“นั่งรถนานไปหน่อย... น่าจะแค่เวียนหัวน่ะค่ะ แต่อาบน้ำไปก็รู้สึกสดชื่นขึ้นบ้างแล้วค่ะ”
เธอแสร้งตอบเลี่ยงไปทางอื่น พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เสียงสั่นพล่า ความลับเรื่องภรรยาของเขาที่เธอเพิ่งได้ยินมายังคงรบกวนจิตใจไม่เลิก เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขาตรงๆ เพราะกลัวว่าความสงสารในแววตาจะไปตอกย้ำรอยแผลที่เขาอาจจะพยายามปกปิดมันไว้
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปทานข้าวกันเถอะ ทางโรงแรมจัดโต๊ะรอเราแล้ว”
ปรเมศวร์ขยับมือส่งสัญญาณเพียงเล็กน้อยให้ผู้จัดการโรงแรมที่ยืนคอยท่าอยู่ พนักงานรีบนำทางคนทั้งคู่ไปยังโต๊ะอาหารทำเลที่ดีที่สุด มันถูกจัดวางไว้ติดริมกระจกใสบานใหญ่ที่เผยให้เห็นทัศนียภาพอันงดงามของเมืองทั้งเมือง แสงไฟจากตึกระฟ้าและท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ประดับด้วยดวงดาวระยิบระยับส่งเสริมให้บรรยากาศดูโรแมนติกทว่าเปราะบาง
ชายหนุ่มเลื่อนเก้าอี้ให้เธออย่างเป็นสุภาพบุรุษ ก่อนจะสั่งอาหารเรียกน้ำย่อยหลายอย่างมาเรียกน้ำย่อย ความใส่ใจของเขาทำให้พลอยนภัสยิ่งสะท้อนในใจ... ผู้ชายที่เพียบพร้อมขนาดนี้ เหตุใดถึงต้องมาเจอเรื่องราวที่น่าอดสูเช่นนั้น
“ลองทานนี่ดูสิ พลอย... ของโปรดเธอไม่ใช่เหรอ” ปรเมศวร์เอ่ยเสียงนุ่มขณะที่อาหารจานแรกถูกเสิร์ฟ
พลอยนภัสพยักหน้าพลางฝืนยิ้ม ความเงียบที่ปกคลุมอยู่เหนือโต๊ะอาหารหรูหรานี้กำลังทำงานอย่างหนัก ในขณะที่เขาพยายามทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยคำถามที่พูดไม่ออก และความสงสารที่เริ่มก่อตัวขึ้นจนยากจะถอนตัว
