บทที่ 16 บทที่ 16
คลั่งรักเมียแต่ง EP16
"คุณเจ็บท้องเป็นอะไร" ได้ยินปลายสายบอกว่าเจ็บท้องมากเขาก็ถามกลับไปด้วยความเป็นห่วง
"เดียไม่รู้ค่ะอยู่ดีๆ ก็เจ็บขึ้นมา เจ็บมากเลยค่ะ" เสียงนาเดียที่พูดตามสายมาเหมือนกับเจ็บทรมานมาก
"คุณหายใจเข้าลึกๆ นะ ที่บ้านมีใครอยู่บ้าง"
"คุณพ่อบอกว่าจะออกไปงาน..เออ.. ส่วนคุณแม่ออกไปไหนไม่รู้ค่ะยังไม่กลับเข้ามาเลย โอ๊ยย" นาเดียร้องโอดโอยออกมาแล้วสายก็ตัดไป
"เดีย!?"
ด้านในโรงแรม.. ที่ใช้จัดงานแต่ง
"คุณแม่" หญิงสาวที่มองอยู่ว่าใครเปิดประตูเข้ามา เพราะมันใกล้ได้ฤกษ์รับตัวเจ้าสาวเข้างานแล้ว "คุณแม่มาได้ยังไงคะ"
"งานแต่งลูกสาวแม่ทั้งที ทำไมแม่จะไม่มาล่ะ"
"แล้วคุณพ่อล่ะคะ" หญิงสาวมองไปดูหน้าประตูก็ไม่เห็นพ่อ
"พ่ออยู่กับลุงของเรา"
"คิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ"
"ไม่เอานะลูกไม่ร้อง" อิงนภาตำหนิลูกเมื่อเห็นว่าน้ำตาคลอออกมา "มันไม่เป็นมงคลรู้ไหม"
"ก็อิงคิดถึงแม่นี่คะ"
"แม่ก็คิดถึงหนู หนูทำดีมากเลยนะลูกที่ดูแลคุณลุงแทนแม่"
ขณะที่แม่กับลูกกำลังกอดกัน ประตูห้องก็ได้เปิดเข้ามาอีกครั้ง
"เป็นยังไงบ้างเจ้าสาวสุดสวยของพ่อ"
"คุณพ่อ" หญิงสาวปล่อยกอดจากแม่แล้วเข้าไปกอดพ่ออีกคน
"ลูกของพ่อสวยจังเลย"
"สวยเหมือนใครคะ" อิงนภาแกล้งถามสามี
"จะสวยเหมือนใครล่ะ ถ้าไม่เหมือนแม่"
น้ำอิงได้แต่มองพ่อกับแม่คุยกัน ความหวานของพวกท่านมีเติมให้กันทุกวัน ถึงว่าแม่ตัดสินใจหนีตามพ่อไปตายเอาดาบหน้า เพราะพ่อเป็นคนอบอุ่นมาก ไม่เคยทำร้ายจิตใจแม่เลยแม้แต่ครั้งเดียว
"ออกไปกันได้หรือยังสุดสวยทั้งสอง" ความหวานและความละมุนนั้นมีเผื่อแผ่มาถึงลูกสาว ถึงแม้ว่าฐานะของพ่อจะเรียกว่ายากจนเลยก็ได้ แต่ท่านก็ไม่เคยให้ลูกกับเมียต้องอด
"ค่ะ" น้ำอิงอยากจะถามพ่อกับแม่ว่าตอนนี้เจ้าบ่าวมางานหรือยัง แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามอีกนั่นแหละ เอาเป็นว่าออกไปดูเองเลยแล้วกัน
หญิงสาวควงแขนของพ่อเดินออกมา
"สวัสดีค่ะคุณลุง" มาถึงหน้างานก็เห็นลุงนั่งรถเข็นรออยู่ประตูทางเข้า
"เรียกพ่อได้แล้ว" ทัตเทพที่นั่งอยู่รถเข็นเอ่ยพูดกับลูกสะใภ้
อิงนภาก็แอบเขินอยู่มากที่จะให้ลูกสาวเรียกพี่ชายว่าพ่อ แต่มันอาจจะเป็นพรหมลิขิตของพวกเขาทั้งสองคนก็ได้
"เรียกพ่อสิลูก" ผู้เป็นแม่พูดให้ลูกสาวคลายกังวล เมื่อเห็นว่าลูกไม่กล้าเรียก
"คุณพ่อ" มันอาจจะเป็นโชคดีอย่างหนึ่งที่เธอไม่ได้เติบโตที่บ้านหลังนี้ เพราะถ้าเจอหน้ากันตั้งแต่เล็ก แล้วมาเรียกว่าพ่อนี้คงจะอายกว่านี้แน่เลย
"เราเข้าไปในงานกันเถอะลูก" เอนกจับมือลูกสาวมาควงแขนตัวเองอีกครั้ง แล้วพาเดินเข้าไป
หญิงสาวไม่กล้ามองดูข้างหน้าเลยด้วยซ้ำว่าเขายืนอยู่ตรงนั้นไหม เพราะกลัวว่างานแต่งจะไม่มีเจ้าบ่าว
"พ่อฝากดูแลน้องด้วยนะ จากนี้ไปพ่อยกน้องให้กับเรา" ได้ยินคำพูดของพ่อ น้ำอิงถึงกล้าเงยหน้าขึ้นมอง จังหวะนั้นเขาก็ยื่นมือมารับตัวเธอพอดี
"ครับ" ชายหนุ่มรับปากแล้วก็พาเธอเดินขึ้นไปบนเวที
วันนี้มีทั้งนักข่าว นักธุรกิจ รวมไปถึงนักการเมือง เพราะคุณลุงของเธอเป็นคนที่มีหน้ามีตาในสังคม
จนงานแต่งล่วงเลยมาถึงช่วงสุดท้าย
"ลุงได้ยินว่าเดียเจ็บท้องไม่ใช่เหรอ" พงษ์พิบูลย์จะไม่มาร่วมงานนี้ก็ไม่ได้ จำเป็นต้องได้นั่งปั้นหน้าอยู่ในงานจนจบ และหาโอกาสที่จะมาคุยกับเจ้าบ่าวเพื่อให้เขาสำนึกผิด ที่แต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นทั้งๆ ที่ยังคบกับลูกสาวตนเองอยู่
"ผมให้คนขับรถไปดูเธอที่บ้านแล้วครับ ป่านนี้คงพาไปหาหมอแล้ว" พอสายของนาเดียตัดไป เขาก็มองเห็นคนขับรถของพ่ออยู่รถพอดี ชายหนุ่มก็เลยถือโอกาสใช้
"เหอะ ให้คนรถไปงั้นเหรอ!" พงษ์พิบูลย์พูดออกมาแบบไม่พอใจ
"ว่าแต่..คุณอารู้ด้วยเหรอครับว่าเธอเจ็บท้อง" ที่เขาถามหมายถึงว่า ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าลูกสาวเจ็บท้อง คนเป็นพ่อทำไมยังอยู่ในงานนี้
"เออ.. ผมก็รู้เมื่อไม่นานนี้เอง" พงษ์พิบูลย์ถึงกับพูดไม่ออก เพราะไม่รู้ว่าลูกสาวพูดโกหกเขาไว้ยังไงบ้าง และอดที่จะแอบสังเกตไม่ได้ว่าท่าที่ของแทนคุณทำไมถึงดูแข็งกร้าว
"ผมขอตัวนะครับ ต้องได้ไปช่วยคุณพ่อส่งแขก"
"พอจบงานแล้ว เราจะไปไหนต่อเหรอ" พงษ์พิบูลย์ยังคงถามต่อ
"จบงานแต่ง ก็ต้องเข้าห้องหอสิครับ"
"แล้วนาเดียล่ะ เราจะทิ้งลูกสาวของอาเหรอ"
"เรื่องนั้นไว้คุยกันวันหลังดีกว่าไหมครับ"
"คุณแทนคะ คุณลุงให้มาตามค่ะ" คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าสาวต้องแบกหน้าเดินเข้ามาเรียกเจ้าบ่าว ที่กำลังคุยอยู่กับพ่อของหญิงคนรัก ..เธอไม่รู้หรอกว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แต่คิดว่าคงนัดแนะ หรือไม่ก็ให้คำมั่นสัญญากับพ่อคนรัก ว่าแค่แต่งงานตามใจผู้ใหญ่
"ผมขอตัวนะครับ" ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินนำหน้าเธอไป แต่ก็ก้าวขาไม่ยาวเท่าไร พอให้เธอเดินตามได้ทัน
ส่งแขกเสร็จ เจ้าของงานก็กลับมาที่บ้าน เพราะใช้ที่นี่เป็นเรือนหอ
"พ่อขอฝากน้องอีกครั้งนะ มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากัน"
"ครับ" ชายหนุ่มที่นั่งอยู่เก้าอี้ในห้องหอ ได้แค่ตอบรับคำฝากฝังของพ่อและแม่เธอ ซึ่งเธอก็รู้ดีว่าเขาคงตอบรับไปพอเป็นมารยาท แต่ก็ดีแล้ว ดีกว่าที่เขาจะทำเสียมารยาทต่อหน้าพ่อกับแม่
"หนูก็เหมือนกันนะลูก ผู้หญิงเราต้องเป็นแม่ศรีเรือนให้กับสามี" อิงนภากล่าวพูดกับลูกสาวบ้าง
พอผู้ใหญ่ส่งตัวเข้าหอเสร็จก็ออกจากห้องทิ้งไว้แค่คู่บ่าวสาวอยู่กันตามลำพัง
"พรุ่งนี้คุณพ่อกับคุณแม่ถึงจะกลับบ้าน คืนนี้คุณอยู่ที่ห้องนี้ทั้งคืนได้ไหม" เพราะถ้าเขาออกจากห้องหอไป พ่อกับแม่ต้องเห็นแน่ หญิงสาวก็เลยกลั้นใจขอร้อง ..แต่อีกฝ่ายยังไม่ได้ตอบเลยด้วยซ้ำเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น จนเธอหันไปมองแบบอัตโนมัติ เพราะอยู่ดีๆ โทรศัพท์ของเขาก็ดัง
แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคำตอบของเขาคืออะไร เพราะสายที่โทรเข้ามาคือผู้หญิงคนนั้น หญิงสาวก็เลยลุกขึ้นเดินไปหน้ากระจก เพื่อถอดเครื่องประดับที่อยู่บนร่างกายออก
"??" น้ำอิงแปลกใจทำไมเขาถึงไม่รับสาย เพราะตอนนี้แทนคุณหยิบเอาผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป โดยทิ้งให้โทรศัพท์ดังจนสายตัดไปเอง
เขาใช้เวลาอาบน้ำอยู่เพียงไม่นานก็ออกมา พอเห็นว่าเขามีแค่ผ้าเช็ดตัวพันรอบท่อนล่างเธอก็เลยรีบหันหลังให้
"ทำอะไรของเธอ" ออกมาก็ยังเห็นว่าเธออยู่ในท่าเดิม
"ปะ..เปล่า" ตอบว่าเปล่าแต่มือก็ยังคงมัววุ่นอยู่กับการแกะกระดุมเสื้อด้านหลังที่ยาวเหยียด ..ทำไมเขาไม่ทำแบบซิป เพราะกว่าจะแกะได้แต่ละเม็ด
ชายหนุ่มก็เลยเดินมาทิ้งตัวลงนอนที่เตียง ..ที่จริงเขาก็รู้แหละว่าเธอทำอะไร แต่ในเมื่อเธอไม่ขอความช่วยเหลือ นั่นแสดงว่าเธอคงจะจัดการกับมันได้
"ทำไมคุณไม่หาเสื้อผ้ามาใส่ก่อน" หญิงสาวมองผ่านกระจกมา แต่มือก็ยังคงพยายามแกะกระดุมอยู่
"ใส่ทำไม เดี๋ยวลำบากเวลาถอดอีก"
"??" จากมือที่กำลังพยายามแกะกระดุมออก น้ำอิงก็เลยหยุด ถ้าเขาจะพูดแบบนี้ เธอขอนอนมันทั้งชุดแต่งงานนี่แหละ เพราะยังไงมันก็ถอดออกไม่ได้อยู่แล้ว
🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่
