บทที่ 2 ตอนที่ 1 บุคคลหายสาบสูญ
ตอนที่ 1 บุคคลหายสาบสูญ
แถบทางตอนใต้ของประเทศไทยในจังหวัดภูเก็ต มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างชาติมากมายให้ความสนใจเข้าไปใช้บริการที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง หากแต่ว่านั่นคือสถานบันเทิงเพื่อเปิดเอาไว้บังหน้าในการประกอบธุรกิจผิดกฎหมายเพียงเท่านั้น ลึกลงไปชั้นใต้ดินเป็นสถานที่อโคจรถูกสร้างเอาไว้อย่างกว้างขวาง มีสิ่งผิดกฎหมายมากมายคอยบริการลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการเสพสารเสพติด การพนัน หรือแม้กระทั่งการขายบริการทางเพศหลากหลายรูปแบบ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การปกครองของมาเฟียวัยสามสิบหกปี เจ้าของใบหน้าคมเข้ม มีดวงตาสีทมิฬดุดันราวกับผู้พรากวิญญาณผู้เฝ้ามอง บริเวณคอด้านซ้ายสักรูปงูเอาไว้ ร่างกำยำเสื้อเชิ้ตสีขาวภายใต้สูทสีดำสนิทสวมทับถูกปลดกระดุมลงมาสามเม็ดเผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ บนหน้าอกด้านซ้ายมีรอยสักรูปหัวเสือโคร่งคำรามโผล่ออกมา ส่งเสริมบารมีให้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้นไปอีก
ภายใต้เสียงโห่เชียร์ดังสนั่นจากข้างเวทีมวย ชาวต่างชาติหลายคนปะปนอยู่กับนักธุรกิจชาวไทย ต่างพนันกันว่ามวยคู่ไหนจะได้รับชัยชนะ แน่นอนว่าผู้คนเทคะแนนไปให้แชมป์เก่าอย่างภูผา ไม่ทราบนามสกุล เข้ามาชกในสถานที่อโคจรนี้ได้สิบครั้งก็ชนะสิบครั้ง นั่นจึงทำให้แสงหิรัญ อัครรุ่งโรจน์ไพศาล หรือที่ใครต่อใครต่างเรียกว่าเฮียแสง อยากมาดูให้เห็นกับตาว่าฝีมือมันจะขนาดไหนกันเชียว
ร่างสูงสง่านั่งไขว่ห้างอยู่บริเวณโซฟาภายในห้องกระจกที่ถูกสร้างเอาไว้ชั้นสอง เฉพาะวีไอพีที่เขาอนุญาตให้เข้ามานั่งตรงนี้ได้ ทิวทัศน์ด้านหน้าสามารถมองเห็นในสนามได้เป็นอย่างดี มือแกร่งสองข้างยกขึ้นมาประสานกันท่าทางสุขุม นิ้วชี้ข้างขวาใส่แหวนเพชรสีโลหิตราคาไม่ต่ำกว่าเก้าหลัก ส่วนนิ้วชี้อีกข้างเป็นแหวนประจำตระกูลที่ตกทอดกันมารุ่นสู่รุ่น
ใบหน้าเรียบนิ่งทอดสายตามองดูมวยคู่เอกบนสังเวียนที่กำลังชกกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เขาดันถูกใจกับความบ้าบิ่นของนักชกหน้าตาดีคนหนึ่งเสียด้วย ใบหน้าถูกบดบังด้วยหน้ากากสีดำแต่ก็พอจะมองออกว่ารูปร่างหน้าตาดีขนาดไหน แขนข้างขวามีรอยสักรูปงูพันดอกกุหลาบ เป็นรอยสักที่ดูเชยมากเท่าที่เคยเห็นมา แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับฝีไม้ลายมือที่ไม่ธรรมดา ขนาดคู่ต่อสู้ใช้สารเสพติดทำให้กำลังเพิ่มขึ้นเท่าตัวก็ยังเอามันลงได้ยากเลย
“ไอ้หมอนั่นมันชื่ออะไร” เจ้าของความสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรหันไปถามลูกน้องคนสนิทที่ยืนอารักขาทางด้านหลัง มาวินหายไปสักครู่ก็เดินกลับมาพร้อมรายงานสิ่งที่เจ้านายอยากรู้
“ชื่อภูผาครับเฮีย เป็นเด็กของเจ๊หยก เหมือนจะซื้อตัวมาจากบ่อนที่อยู่ในกรุงเทพฯ เมื่อหกปีก่อน”
“น่าสนใจดี ถ่อสังขารพาเด็กมาชกยันที่นี่ ถือว่าไม่ธรรมดา”
ใบหน้าคมกระตุกยิ้มร้ายข้างมุมปาก มันเป็นรอยยิ้มที่คาดเดาได้ยากว่าตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่
แสงหิรัญรู้สึกสนใจนักชกที่ชื่อภูผาเป็นพิเศษ มวยคาดเชือกในวันนี้สนุกกว่าทุกวัน สามารถทำให้มาเฟียขี้รำคาญอยู่ดูจนจบได้ถือว่าสุดยอด และแล้วก็เป็นไปตามคาดว่าคนของแสงหิรัญชนะ หน้ากากสีดำนั้นหลุดร่วงลงมาแต่ใบหน้าที่ปูดโปนจากรอยฟกช้ำทำให้จำเค้าเดิมแทบไม่ได้ ถึงรู้อยู่เต็มอกว่าคู่ต่อสู้นั้นชนะมาด้วยความเอาเปรียบและคดโกงด้วยการใช้สารเสพติดที่ผลิตมาขายเองก็ตาม แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครมาทัดทานอำนาจและกล้าโวยวาย เกรงว่าจะถูกยิงตายไม่มีชีวิตรอดออกจากบ่อนแห่งนี้
“ลากตัวมันไปให้เจ๊ที อารมณ์เสียจริง ๆ ไอ้สวะเอ๊ย!” สาวประเภทสองวัยกลางคนออกคำสั่ง ใช้ตีนเขี่ยร่างนักมวยนอนหายใจรวยรินอย่างหมดสภาพบนเวที เจอหมัดน็อกเข้าไปทำให้แพ้ราบคาบ เลือดกำเดาไหลออกมาไม่หยุด ทัศนียภาพด้านหน้าเริ่มพร่ามัว มีจังหวะหนึ่งที่หันไปเผลอสบเข้ากับดวงตาสีรัตติกาลที่กำลังจ้องมองมาจากทางชั้นสอง
แต่ก่อนจะถูกบอดีการ์ดของเจ๊หยกเดินเข้ามาลากร่างสะบักสะบอมออกไป
“อึก! ปะ... ปล่อยกู” พูดออกมาเสียงเบา ดวงหน้าหล่อเหลามีรอยปูดบวมจากการถูกต่อย มันไม่ต่างจากหมาที่ถูกรถชนข้างถนนเลย
“แหม... อย่ามาทำเป็นเก่งหน่อยเลย วันนี้กูพนันไปตั้งหลายบาท มึงทำให้กูหมดเยอะ มึงต้องโดนกระทืบ ไอ้ผา!”
เมื่อเดินมาถึงที่ลับตาคนกะเทยแก่ก็แว้ดเสียงใส่ด้วยความโมโห สั่งให้ลูกน้องนับสิบช่วยกันรุมกระทืบนักมวยขี้แพ้เพื่อระบายความคับแค้นใจ
ภูผาถูกเจ๊หยกพามาต่อยมวยที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่ก็ชนะน็อกได้ทุกราย หาเงินให้ตัวเองเป็นกอบเป็นกำ วันนี้หล่อนจึงย่ามใจพกเงินสดมาสิบล้าน เทเกือบหมดหน้าตักก็ไม่ได้อะไรกลับมาสักบาท
“ดี! ขอหนัก ๆ กว่านี้อีก” ใบหน้าที่ฉาบทับด้วยเครื่องสำอางแสยะยิ้มสะใจ
“โอ๊ยยยย! อึก!” ร่างสูงโปร่งที่ผ่านการชกมวยมาจะเอาแรงที่ไหนไปสู้ ได้แต่นอนรับแรงกระแทกที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดพัก ดวงตาสั่นระริกเมื่อได้ลิ้มรสความเจ็บปวดจนระบายมันออกมาเป็นน้ำตา
“เจ๊ครับ เหมือนมันจะตายเลย หยุดก่อนดีไหม” หนึ่งในลูกน้องหันมาถามเพื่อความแน่ใจ
“ใครบอกให้พวกมึงหยุด ถ้ามันตายก็แค่เอาร่างไปฝัง มันจะไปยากอะไร เศษสวะอย่างมันใครจะมาสนใจอยู่แล้ว เลี้ยงก็เสียข้าวสุกเปล่า ๆ”
ภูผาถูกซ้อมอย่างหนักหน่วง เขานอนกัดฟันกรอดด้วยความอดทน แต่คนเรามันจะทนตีนไปได้สักกี่น้ำ ตอนนี้ปวดระบมไปทั้งร่าง เริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกเลย ภายในบวมช้ำเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ จนกระทั่งดวงตาเหม่อลอย
ตุ้บ!... มือที่ยกขึ้นมาบังรอยตีนตกลงสู่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างกายนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น น้ำตาไหลพรากพร้อมกับหลุดสะอื้นตัวโยนอย่างน่าสงสาร ที่ผ่านมาแม้จะถูกซ้อมมามากก็จริง แต่ไม่มีครั้งไหนที่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวได้เท่าวันนี้
แต่ก่อนที่คนเราจะตาย มักจะนึกถึงคนที่เรารักอยู่เสมอ...
นั่นก็คือคิมหันต์ น้องชายฝาแฝดของเขา ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง เวลาหกปีเต็มที่เขาต้องทนมาอยู่ขุมนรกแห่งนี้ น้องชายจะยังรอพี่ชายคนนี้อยู่หรือเปล่า แต่เขาก็หวังเป็นอย่างมากที่จะเห็นน้องชายได้สวมใส่เครื่องแบบข้าราชการตำรวจเต็มยศสักครั้ง
ทว่ามันคงไม่มีวันนั้นแล้ว...
หกปีก่อนหน้านี้...
ครอบครัวนิติฐาดลเป็นตระกูลของตำรวจที่แท้จริง ลูกหลานทุกคนที่เกิดมาล้วนเติบโตอย่างมีคุณภาพ ดวงดาวบนบ่าบ่งบอกคุณภาพชีวิตของพวกเขาได้เป็นอย่างดี แต่มันจะมีไม่กี่คนหรอกที่ผิดแผกไปจากคนอื่น
หนึ่งในนั้นก็คือภูผา นิติฐาดล ชายหนุ่มวัยสิบแปดปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เป็นลูกชายฝาแฝดคนโตของบ้านที่ใช้ชีวิตเหลวแหลกยิ่งกว่าอะไรดี ผลการเรียนค่อนข้างแย่ แถมยังมีนิสัยนักเลงหัวไม้ทำตัวกร่างคอยสร้างปัญหาให้พ่อและแม่อยู่บ่อยครั้ง ต่างจากคิมหันต์ นิติฐาดล น้องชายฝาแฝดที่คลานตามกันมาติด ๆ รายนั้นเป็นหน้าเป็นตาให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี ปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบของผู้เป็นพ่อและแม่ที่วางเอาไว้ทุกกระเบียดนิ้ว
เพียะ!
พันตำรวจเอกปฐพีตบใบหน้าลูกชายฝาแฝดคนพี่จนหน้าหัน ใบหน้าของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยโทสะ ดวงตาคู่นั้นแข็งกร้าวพอ ๆ กับเสียงที่ก่นด่าอย่างคับแค้นใจ ตัวเองเป็นถึงผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แท้ ๆ แต่กลับเลี้ยงลูกชายให้ทำตัวยิ่งกว่าพวกโจร
ส่วนภูผาไม่ได้แสดงอาการสำนึกผิดใด ๆ ออกมา ใบหน้านั้นกระตุกยิ้มหยันนึกสมเพชตัวเอง
“ไอ้ลูกสารเลว บอกให้ตั้งใจเรียนก็ไม่ทำ หาแต่เรื่องให้พ่อปวดหัว เมื่อวานไปต่อยกับเด็กอีกโรงเรียนหนึ่ง วันนี้ไปมีเรื่องกับเด็กเทคนิค แล้วพ่อแกเป็นตำรวจ จะให้เอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“ก็มันมาหาเรื่องผมก่อน” เถียงออกมาเสียงแข็งพอ ๆ กับใจที่ด้านชาไร้ความรู้สึก
“หุบปาก ไม่ต้องมาแก้ตัว” นายตำรวจยศสูงยกมือชี้หน้าลูกตัวเอง นาทีนี้ไม่รู้จะดุด่าอะไรแล้ว เพราะที่ผ่านมาก็พยายามดัดนิสัยลูกชายมาโดยตลอด แต่ก็ไม่ทำให้ภูผาคิดกลับตัวกลับใจไปสอบตำรวจเหมือนคนอื่น “แกไม่ควรเกิดมาเป็นลูกชายของฉันเลย”
“...” ภูผายกนิ้วโป้งข้างหนึ่งขึ้นมาเช็ดเลือดที่มุมปากอย่างไม่ยี่หระ ใบหน้าเรียวขมวดคิ้วแน่นอยู่ตลอดเวลา ราวกับเหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา
ปฐพีถอนหายใจเหนื่อยหน่าย หันไปทางลูกชายคนเล็กที่ยืนมองพี่ชายด้วยความเป็นห่วง “จำไว้นะคิมหันต์ โตมาลูกต้องเป็นตำรวจที่เก่งกาจเหมือนพ่อกับแม่ จงเป็นความภูมิใจของครอบครัว อย่าเป็นสวะสังคมเหมือนพี่ชายของแก!”
ชายวัยกลางคนเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองด้วยความหัวเสีย ส่วนแม่ของฝาแฝดคู่นี้ก็รีบวิ่งไปดูอาการสามี เธอไม่คิดจะเข้าข้างลูก ทิ้งให้ภูผานั่งกัดฟันกรอดอยู่คนเดียวกลางบ้าน
“ผมก็ไม่อยากเกิดมาเป็นลูกพ่อเหมือนกันแหละ” คนถูกด่าอดไม่ได้ที่จะตะโกนกลับไป เขากับครอบครัวไม่ลงรอยกันมาตั้งนานแล้ว มันเริ่มต้นจากสถานศึกษา เขานั้นอยากเรียนสายอาชีพ แต่ผู้เป็นพ่อตีกรอบเอาไว้ให้เรียนสายสามัญจึงต้องเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมปลาย ส่งผลให้การเรียนตกต่ำย่ำแย่ ยิ่งพักหลังนี้มีเรื่องทะเลาะวิวาทบ่อยจนโดนด่ารายวัน
“พี่ผา เจ็บมากไหม” คิมหันต์เดินเข้ามาพร้อมมือที่ถือกล่องปฐมพยาบาล เขานั่งลงข้างพี่ชาย สายตาจ้องมองเลือดที่ไหลซึมออกมาจากมุมปากก็สงสาร แต่ถึงกระนั้นก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากหยิบขวดแอลกอฮอล์ออกมาล้างแผลให้ตามเคย
“ไม่เป็นไรหรอก พี่ชินแล้ว”
ภูผาสะดุ้งเล็กน้อยตอนน้องชายเอาสำลีชุบแอลกอฮอล์มาเช็ดบริเวณริมฝีปาก คิมหันต์จึงเบามือเมื่อออกแรงกดหนักเกินไป
“ผมเป็นห่วงพี่นะ โดนกระทืบมาก็เจ็บตัวพอแล้ว ยังต้องมาโดนพ่อด่าซ้ำอีก”
เมื่อตอนเลิกเรียนคิมหันต์ถูกเพื่อนที่โรงเรียนกลั่นแกล้ง ทำให้ภูผาต้องเข้าไปช่วยจึงเกิดเหตุชุลมุน อาจารย์ฝ่ายปกครองก็เรียกผู้ปกครองเข้าไปคุยถึงพฤติกรรมของภูผาที่ก้าวร้าวขึ้นทุกวัน
“ไม่เป็นไรไอ้น้องชาย สีสันของชีวิต” ชายหนุ่มวัยสิบแปดปีลูบหัวน้องชายหน้าตาซื่อบื้อด้วยความเอ็นดู มันก็สมควรแล้วที่พ่อกับแม่จะรักน้องมากกว่า เอาเข้าจริงในบ้านหลังนี้ไม่มีใครเป็นห่วงเขาเลยนอกจากน้องชายฝาแฝดคนนี้ ส่วนพ่อกับแม่ก็เอาแต่ห่วงหน้าตาทางสังคมจนละเลยความรู้สึกของลูกตัวเองไปจนหมดสิ้น คอยบังคับให้ลูกชายเป็นตำรวจทั้งที่เขาไม่อยากเป็นเลยด้วยซ้ำ
เพราะมีครอบครัวเผด็จการแบบนี้ ภูผาจึงต้องทำตามใจตัวเองแทนที่จะอยู่ภายใต้กะลาใบเก่าคร่ำครึของพ่อแม่
ในเมื่อพูดคุยกันดี ๆ ไม่ได้ แถมยังด่าทอเสมือนว่าอยากให้เขาเลวมาก ไอ้ผาก็จะเลวให้ดู
ภูผาก็ไม่ได้คิดที่จะสลดใจหรือโศกเศร้าอะไร คืนนี้เขามีนัดไปเที่ยวบ่อนพนันกับแฟนสาววัยเดียวกัน เธอมีชื่อว่าเชอร์รี่ เรียนอยู่มัธยมปลายต่างสถาบันซึ่งคบกันมาได้สามปีแล้ว เธอเป็นคนที่เข้าใจภูผามากที่สุด ไม่ว่าจะถูกพ่อแม่ดุด่ามาอย่างไร ก็มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่คอยรับฟัง เป็นที่บรรเทาทุกข์และเยียวยาจิตใจเหมือนไม่รู้สึกขาดความรัก
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสีเข้มย่องออกมาจากตัวบ้านอย่างเงียบเชียบ แฟนสาวของเขาขี่มอเตอร์ไซค์มารอหน้าบ้านเหมือนอย่างเคย บนแขนของพวกเขาทั้งสองคนมีรอยสักรูปงูพันดอกกุหลาบแบบเดียวกัน ความหมายของมันก็คือความรักที่เหนียวแน่นดั่งเช่นงูที่พันดอกกุหลาบเอาไว้
รอยสักนี้ภูผากับแฟนชอบมันมาก เหมือนเป็นคำปฏิญาณแห่งรัก หากแต่ว่าพ่อกับแม่ของเขากลับเกลียดมันมากเหมือนกัน เพียงเพราะรอยสักนี้ทำให้ไม่สามารถสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยได้ พวกท่านให้ไปลบรอยสักออกก็คงไม่ทำ ถ้าเป็นแบบนั้นทางเลือกสุดท้ายคงต้องตัดแขนเขาไปแทน อย่างไรก็ตาม ภูผาไม่ได้ต้องการเป็นตำรวจตั้งแต่แรก ในเมื่อขอไปเรียนในสิ่งที่ตนเองชอบไม่ได้ เขาก็ขอใช้ชีวิตของตัวเองไปวัน ๆ อย่างมีความสุขเสียดีกว่า
“วันนี้เอาเงินมาเยอะไหมผา” เชอร์รี่ แฟนสาวของภูผาเอ่ยปากถามทันทีที่ขับรถมาถึงหน้าบ่อน ใบหน้าสวยที่ฉาบทับไปด้วยเครื่องสำอางราคาถูกนั้นดูผิดแผกแปลกไปจากเดิม เพราะวันนี้เธอดูเครียดกว่าทุกวัน
“แม่ให้เงินไว้กินขนมหลายหมื่นอยู่” ต่อให้ครอบครัวจะดุด่าแค่ไหน ข้อดีอย่างหนึ่งคือเรื่องเงินทอง มารดาของภูผาคอยโอนให้ตลอดเพราะไม่อยากให้ลูกชายอดอยากปากแห้ง
“ดีเลย ได้เล่นยาว ๆ”
“อืม”
ทั้งสองคนจูงมือกันเดินเข้าไปในบ่อนตามประสาคู่รักปกติทั่วไป และไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขามาที่นี่เพื่อหาอะไรทำสนุก ๆ ให้คนเป็นพ่อปวดใจเล่น
“เดี๋ยวสิเชอร์รี่ ไม่ใช่ทางนี้เหรอ” ภูผาเอ่ยทักท้วงเมื่อแฟนสาวจูงมือเขาไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ทางจะไปเล่นพนันเหมือนอย่างเคย
หญิงสาวที่เดินจูงมือนำทางสะดุ้งตกใจ ก่อนจะหันหน้ามาก็พยายามปรับให้เป็นปกติที่สุด “เขาเปลี่ยนห้องแล้วที่รัก ต้องมาทางนี้ต่างหาก”
“งั้นเหรอ”
“อืม”
“งั้นก็นำทางไปสิ”
ภูผาเดินตามแฟนสาวออกไปอย่างว่าง่าย ทางเข้าบ่อนห้องใหม่ค่อนข้างลึกลับซับซ้อนราวกับเขาวงกต พอเปิดประตูเข้าไปก็เจอชายใส่ชุดสูทสีดำยืนรออยู่นับสิบ สายตาที่มองมาทางเขาดูผิดปกติ ไม่เหมือนพวกที่เล่นพนันด้วยกันหรือพวกพนักงานที่ต้อนรับลูกค้า
“ใช่ที่นี่เหรอเชอร์รี่ ไม่เห็นมีคนเลย” หันมาถามแฟนสาวด้วยความสงสัย ใบหน้าขมวดคิ้วไม่คลายออกจากกัน
“...” เชอร์รี่ยืนก้มหน้าเงียบเชียบ มือสองข้างบีบเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองแฟนหนุ่ม
“มาถึงแล้วเหรอ ให้ฉันรอตั้งนาน” สาวประเภทสองในชุดเดรสสีแดงท่านหนึ่ง เดินทอดน่องฝ่าชายชุดสูทสีดำทั้งสิบคนออกมาด้านหน้า สายตากวาดมองเหยียดภูผาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพินิจพิจารณา ก่อนกระตุกยิ้มร้ายข้างมุมปากอย่างมีเลศนัย
“มองส้นตีนไรอีกะเทยแก่” อดไม่ได้ที่จะตะโกนด่ากลับไป
“เหอะ! ชอบจริง ๆ คนปากดีแบบนี้” สองเท้าที่ใส่ส้นเข็มสีแดงเดินเข้ามาใกล้ชายร่างสูงโปร่ง หล่อนยกมือขึ้นมาวางตรงแผงอก ลูบไล้ไปที่ใบหน้าหล่อแกมสวยมีรอยแผลข้างมุมปาก ก่อนจะถูกเจ้าตัวปัดออกด้วยความรำคาญ ลูกน้องที่ยืนอยู่จะพุ่งตัวเข้ามาห้าม แต่เจ๊หยกกลับยกมือขึ้นห้ามเอาไว้
“ปากดีแบบนี้ คงยังไม่รู้ตัวสินะ... ว่าโดนเมียหลอกมาขาย” สาวสองรุ่นแม่หัวเราะขบขันอย่างอารมณ์ดีใจ พลางยกมือขึ้นมาปิดปากอย่างมีจริตจะก้าน รูปร่างหน้าตาดูดีขนาดนี้คงจะสร้างเม็ดเงินให้หล่อนได้มากมายมหาศาลอย่างแน่นอน
“พูดเหี้ยไร กูไม่เข้าใจ” ภูผามองหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง เชอร์รี่เห็นแฟนหนุ่มเริ่มมีโทสะ จึงรีบเดินถอยกรูดออกไปด้านหลังอย่างสงบเสงี่ยม
“พ่อรูปหล่อจ๊ะ เมียน้องเป็นหนี้บ่อนเจ็ดแสน ไม่มีเงินมาจ่าย ก็เลยขายน้องให้เจ๊แล้ว” มุมปากสีแดงกำมะหยี่คลี่ยิ้ม ก่อนจะหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณให้ลูกน้องชุดดำราวสิบกว่าคน “เอาตัวมันไป”
“อะไร! อย่าเข้ามานะเว้ย”
ชายชุดดำกรูกันเข้ามาจับตัวภูผาพร้อมกัน ชายร่างสูงโปร่งมีพละกำลังอยู่มาก แต่ถูกชายฉกรรจ์รุมทึ้งขนาดนี้ใครมันจะไปสู้ได้กัน สายตาคู่นั้นมองมายังแฟนสาวที่ยืนมองนิ่ง เขาทั้งเจ็บใจและคับแค้น ทั้งที่คิดมาตลอดว่านอกจากคิมหันต์แล้ว ก็ยังมีเชอร์รี่ที่เข้าใจเขาที่สุด แต่ไม่ใช่เลย เธอเหมือนดอกไม้ที่อาบยาพิษ สวยแต่ร้ายกว่าที่คิดเอาไว้
ภายในห้องสี่เหลี่ยมลึกลับเกิดเสียงโวยวายให้ได้ยิน จนกระทั่งหลงเหลือไว้เพียงความเงียบงัน เชอร์รี่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมพร้อมเอ่ยคำคำหนึ่งออกมาอย่างแผ่วเบา
“ขอโทษนะภูผา เราจำเป็นจริง ๆ”
Take : สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เปิดฉากตอนแรกของเรื่องกันไปแล้ว บอกเลยว่าเปิดมาก็เข้มข้น ดราม่า บีบหัวใจ และชวนกำหมัดแน่นไปกับชะตากรรมของ 'ภูผา' ฝาแฝดพี่ผู้มีชีวิตพลิกผันจากลูกชายตระกูลตำรวจที่ถูกครอบครัวกดดันและตีตราว่าเป็น "สวะสังคม" จนต้องเลือกเดินทางผิด แต่ใครจะไปคิดว่าจุดจบของการไว้ใจคนรักอย่าง 'เชอร์รี่' จะเป็นการโดนแฟนสาวแทงข้างหลังด้วยการหลอกมาขายใช้หนี้ในขุมนรกมืดมิด!
การก้าวเข้าสู่กรงขังมรณะที่ภูเก็ตภายใต้การปกครองของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลอย่าง 'แสงหิรัญ' ทำให้เส้นทางชีวิตของภูผาเปลี่ยนไปตลอดกาล จากเด็กหนุ่มเกเรกลายเป็นนักมวยคาดเชือกที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากความโหดร้าย และปมในอดีตที่ทิ้งน้องชายฝาแฝดอย่าง 'คิมหันต์' ไว้ข้างหลัง ยิ่งเพิ่มความน่าติดตามให้เรื่องราวทวีคูณขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวเลยค่ะ
งานนี้ภูผาจะอดทนและเอาชีวิตรอดจากขุมนรกนี้ได้อย่างไร แล้วการพบกันระหว่างเขากับมาเฟียใหญ่อย่างแสงหิรัญจะนำพาไปสู่เรื่องราวความสัมพันธ์แบบไหน เตรียมมาลุ้นและส่งกำลังใจให้ภูผากันต่อในตอนหน้านะคะ รับรองว่าเข้มข้น เดือดระอุ และคาดเดาไม่ได้แน่นอน!
ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจสำคัญให้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
