บทที่ 3 ตอนที่ 2 เจ้านายคนใหม่

ตอนที่ 2 เจ้านายคนใหม่

ภูผาถูกซ้อมอย่างหนักจนเกือบตาย หกปีเต็มแล้วที่ถูกขายให้เจ๊หยกแถมต้องใช้ชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็น มันเจ็บปวดและทรมาน มันหล่อหลอมให้ชายหนุ่มที่เข้มแข็งคนหนึ่งกลายเป็นคนหวาดกลัว

ร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งของเก่าและของใหม่มันย้ำชัดว่าที่ผ่านมานั้น ภูผาได้ถูกทารุณกรรมอย่างแสนสาหัส เจ๊หยกไม่มีความเป็นมนุษย์ ไม่มีความปรานี เพราะเงินคำเดียวทำให้จิตใจหล่อนโหดเหี้ยมยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก

“อะ! อึก!” ภูผาถูกตีนสิบคู่กระหน่ำเตะไม่ยั้ง พวกมันกะจะเอาเขาให้ตายตรงนี้เพียงเพราะขึ้นชกมวยแพ้เท่านั้นเอง

แต่ในจังหวะที่ชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปีกำลังยอมแพ้ต่อโชคชะตาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาใกล้ ๆ สายตาคนเจ็บที่ฝืนขึ้นนั้นเหลือบไปเห็นชายหน้าดุท่าทางดูน่าเกรงขาม สาวประเภทสองวัยกลางคนเห็นจึงยกมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องหยุดการกระทำอันป่าเถื่อน ก่อนเจ้าตัวจะรีบพุ่งตัวเข้าไปไหว้สวย ๆ ทักทายอย่างเป็นมิตร ก็แสงหิรัญเป็นถึงผู้มีอิทธิพลปกครองแถบตอนใต้ของประเทศไทย มีใครบ้างไม่อยากทำความรู้จัก วันหน้าเดือดร้อนอะไรอาจจะได้พึ่งอำนาจที่มี

“เฮียแสงมีอะไรให้เจ๊รับใช้หรือคะ ลำบากเดินมาถึงที่นี่เลย” ริมฝีปากสีแดงกำมะหยี่ยิ้มแฉ่งหน้าบาน

“เท่าไร?” โทนเสียงหนาทุ้มเอ่ยถามออกมาเพียงสั้น ๆ

“เฮียแสงหมายถึงอะไรเหรอคะ” เจ๊หยกถามออกไปด้วยความสงสัย วันนี้หล่อนไม่ได้เอาเด็กมาขายให้ที่บ่อนเสียเมื่อไร แล้วแสงหิรัญต้องการอะไร?

“ไอ้นักมวยที่ชื่อภูผา ถ้าฉันจะซื้อต่อ เธอจะขายให้เท่าไร” สายตาคมกริบตวัดมองร่างบอบช้ำที่นอนเป็นผักอยู่บนพื้น สภาพดูอิดโรยไร้เรี่ยวแรงราวกับคนจะขาดอากาศหายใจ ขนาดจะเอ่ยออกมาเป็นคำยังทำไม่ได้ หากแสงหิรัญเดินมาช้ากว่านี้อีกครึ่งก้าว ก็คงไม่แคล้วได้เป็นร่างอันไร้วิญญาณนอนตายตรงนี้ไปแล้ว

“จะเอาไปทำไรคะเฮียแสง มันจะตายอยู่แล้วนะ” เจ๊หยกหัวเราะในลำคออย่างมีจริตจะก้าน รู้สึกดี๊ด๊าเมื่อแสงหิรัญสนใจไอ้เศษสวะที่กำลังจะตาย

“ถามว่าเท่าไรก็รีบบอกมา ฉันไม่อยากเสียเวลาคุยกับกะเทยแก่อย่างเธอนาน” ไม่รู้เพราะอะไรทำให้เขาสนใจคนใกล้ตายแบบนั้น แต่เห็นแววตาของมันแล้วทำให้นึกถึงทุกที

สาวสองหยุดชะงักขนลุกซู่เมื่อได้ยินคำขู่แบบนั้น ความโหดเหี้ยมของแสงหิรัญเป็นที่ประจักษ์ ผู้คนเล่าขานกันปากต่อปาก ขนาดที่ว่าใครเผลอไปสบสายตามาเฟียผู้นี้นานจนทำให้ไม่พอใจก็ควักปืนมายิงตายโดยไร้ซึ่งความผิด ตำรวจทุกนายในแถบทางใต้นี้เป็นของมาเฟียใหญ่วัยสามสิบหกทั้งหมด

“หะ... ห้าล้าน!” หล่อนตอบออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักลองวัดใจดู แต่ถ้าหากแสงหิรัญไม่สู้กับราคาที่เรียกไป หล่อนก็ไม่ได้เสียดาย เพราะต้องการจะกำจัดทิ้งอยู่แล้ว

“งั้นฉันขอเช็กของหน่อยแล้วกัน” แสงหิรัญพูดเหมือนกับร่างกายมนุษย์เป็นเหมือนสิ่งของที่ซื้อมาขายไปอย่างนั้นแหละ สองเท้าเดินเข้ามาใกล้ร่างคนเจ็บ บอดีการ์ดนับสิบของเจ๊หยกหลีกทางให้กับท่าทางน่าเกรงขาม

ใบหน้าฟกช้ำที่หันไปอีกทางถูกจับให้หันมาเงยขึ้นสบตาด้วยรองเท้าหนังสีดำเงาวาววับ แสงหิรัญใช้เท้าเขี่ยดูใบหน้าปูดบวมพลิกไปพลิกมา เขากำลังพิจารณาสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ ก่อนกระตุกยิ้มเย้ยหยัน

“ตกลง ฉันซื้อ”

เพียงเท่านั้นเจ๊หยกก็ดีใจเนื้อตัวแทบสั่นจนเก็บอาการไม่อยู่ ยามเมื่อรับเช็คเห็นตัวเลขบนกระดาษใบเล็กก็ตาลุกวาว เธอรีบเดินนวยนาดเข้ามาไหว้แนบอกของแสงหิรัญอย่างเอาอกเอาใจ ขอตัวลาแล้วเดินออกไปพร้อมบอดีการ์ดของตัวเอง

หล่อนไม่ได้สงสัยว่าแสงหิรัญเอาภูผาไปทำไม ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าแท้จริงแล้วรสนิยมของเฮียแสงเป็นแบบไหน

แต่ก็หวังว่าจะได้ใช้งานมัน ถ้าหากไม่ตายไปเสียก่อน

หลายวันต่อมา...

ภูผาถูกพาตัวมารักษาตัวที่คฤหาสน์หลังใหญ่ ใบหน้าและร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำแต่ก็ดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อนเยอะเลย แรงสะกิดที่แขนทำให้เขารู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า รอบข้างเป็นห้องสี่เหลี่ยมมืดทึบ มีเพียงช่องระบายอากาศเล็ก ๆ พอให้แสงเล็ดลอดเข้ามาด้านใน แต่มันก็ไม่สามารถทำให้ลมพัดผ่านเข้ามาได้

นี่เขายังมีชีวิตอยู่อีกหรือ... นึกว่าตายจมกองตีนพวกมันไปแล้วเสียอีก

“โอ๊ยยย! อะ!” พยายามหยัดกายลุกขึ้นมานั่ง ทว่าความรู้สึกเจ็บปวดราวกับมีของมีคมมาทิ่มแทงตามร่างกายทำให้ขยับตัวลำบาก จำเป็นต้องนอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น

คนมาปลุกเห็นว่าภูผายังงัวเงียไม่ได้สติดีก็สะกิดเรียกอีกครั้ง แต่พอเงยหน้าขึ้นมามองกลับพบว่าที่สะกิดเขาเมื่อสักครู่นั้นไม่ใช่มือแต่เป็นตีน

ดวงตาคมสวยสั่นระริกมองเจ้าของร่างกำยำนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงหน้า นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองลงมาไม่กะพริบตา ภูผาไม่รู้ว่ามันต้องการซื้อเขามาทำไม แต่ถึงกระนั้นก็คงเลวทรามต่ำช้าไม่น้อยไปกว่าอีเจ๊หยกอย่างแน่นอน

“มะ... มึงเป็นใครวะ” เอ่ยถามเสียงแหบแห้งไร้เรี่ยวแรง แม้กระทั่งขยับปากเอ่ยออกมายังตึงแผล

“ระวังปากด้วยไอ้ผา พูดกูมึงแบบนี้ รู้หรือเปล่าว่ากำลังพูดอยู่กับใคร” ลูกน้องคนสนิทตะคอกปราม

“มึงเป็นลูกน้องยังไม่รู้ แต่เสือกมาถามกูนี่นะ แล้วกูจะรู้เหรอไอ้ควาย!” ถึงตัวเจ็บเกือบตายแต่ก็ไม่วายปากดี

“วอนซะแล้วนะมึง” มาวินตั้งท่าจะเดินเข้ามา แต่ก็ถูกผู้เป็นนายยกมือห้ามปราม จึงทำได้เพียงแค่ข่มอารมณ์โทสะเอาไว้

“เรียกกูว่าเฮียแสง”

“ไอ้แสง”

“เอาที่มึงสะดวก กูไม่บังคับ แต่ตอนนี้กูซื้อมึงมาห้าล้าน ต่อจากนี้มึงเป็นคนของกู” แสงหิรัญตอบออกมาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ซึ่งมันคาดเดาได้ยากมากว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“มึงถูกอีหยกหลอกแล้ว เมื่อหกปีก่อนกูถูกหลอกมาขายแค่เจ็ดแสน”

“กูรู้ แต่กูพอใจจ่าย”

ใบหน้าปูดบวมเต็มไปด้วยคำถามมากมาย นอนมองมาเฟียใหญ่อย่างไม่เข้าใจ

มาเฟียตัวโตใบหน้าคมเข้มตามแบบฉบับคนใต้ ตรงหน้าอกด้านซ้ายมีรอยสักรูปเสือคำรามดูน่าเกรงขาม เลยขึ้นไปที่คอเป็นรอยสักรูปงูจึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็มีที่แขนข้างขวาเหมือนกัน ซึ่งภูผาทนอยู่กับรอยสักที่น่าขยะแขยงตรงแขนมานาน จนอยากจะเอามันออกไปจากร่างกายเต็มทนแล้ว

น่าตลกดี นี่น่ะเหรอรอยสักที่ตั้งใจจะทำให้บิดาอกแตกตาย ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นภาพหลอกหลอนให้เขาทนอยู่กับความเกลียดชังนี้มาตลอดหกปีเต็ม

“ถ้ามึงจะซื้อให้กูไปเป็นกะหรี่ในซ่องก็เอาปืนมายิงกูเถอะ”

“เปล่า”

“แล้วมึงจะให้กูไปทำอะไร หรือว่าจะเอาไปชกมวย แต่กูเพิ่งแพ้ลูกน้องมึงมาเองนะ” เสี้ยวหน้าเรียวขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่เข้าใจ

“...”

“งั้นเอางี้ มึงจะเอากูไปทำไรตอนนี้ไม่อยากรู้ละ แต่กูอยากให้มึงช่วยพาไปลบรอยสักเหี้ย ๆ นี่ออกก่อนได้ปะ” อดีตนักเลงกัดฟันกรอดด้วยความเดือดดาล ยามนึกถึงใบหน้าของแฟนสาวที่หลอกพามาขายในบ่อนเมื่อหกปีก่อนก็ยิ่งแค้น มือสองข้างกำแน่นจนลืมความเจ็บปวดของบาดแผลบนร่างกายไปชั่วขณะ

“งานมึงก็ยังไม่ได้ทำให้กูสักอย่าง มึงอย่าเรื่องมากได้ปะ คนอย่างมึงไม่มีสิทธิ์จะมาเรียกร้องอะไรจากกูเลยด้วยซ้ำ กูช่วยให้รอดตายจากตีนลูกน้องเจ๊หยกมาได้ก็ถือว่าบุญหัวแล้ว” นับว่าเป็นประโยคยาวเหยียดที่สุดเท่าที่ออกมาจากปากแสงหิรัญ เขาไม่ใช่คนพูดน้อย แต่ไม่ชอบเสวนากับคนอื่นสักเท่าไร นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์กับชีวิตแล้ว ยังน่ารำคาญอีกต่างหาก

“แต่กูยอมมึงทุกอย่าง มึงจะให้กูทำอะไรก็ได้ ขอแค่อย่างเดียว มึงช่วยลบรอยสักที่แขนให้กูหน่อยเถอะ กูขอร้อง” ก่อนหน้านี้ที่อยู่กับอีกะเทยแก่มันก็ไม่เคยพาไปลบ อ้างว่าสิ้นเปลืองเงินโดยไม่ใช่เหตุ ทั้งที่ภูผาขึ้นชกแต่ละครั้งสร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำให้มันเอาไปถลุงเล่น

เจ้าของความสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรยิ้มมุมปากแบบมีเลศนัย โน้มตัวลงมาด้านหน้าโดยที่มือทั้งสองข้างยังคงประสานเอาไว้ท่าทางเคร่งขรึม ดวงตาสีทมิฬจ้องมองคนเจ็บอย่างไม่ปิดบังประกายดวงตาของตนแม้แต่น้อย

ว่าเขาต้องการซื้อคนตรงหน้ามาทำอะไร...

“ก็ดี! ในเมื่อมึงต้องการให้กูช่วย... กูก็จะช่วย”

“...” สีหน้าชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่คลายความตึงเครียดลง ยังไม่ทันได้เอ่ยคำขอบคุณก็ต้องกลับมารู้สึกฉุนเฉียวอีกครั้ง

“แต่มึงต้องแลกกับการเป็นนางบำเรอให้กู”

“...”

“ทดลองงานด้วยการคลานเข้ามานั่งอมของกูหน่อยดีไหม ตอนนี้ เดี๋ยวนี้”

คนนอนเจ็บเป็นผักส่งสายตาเกรี้ยวกราดใส่เจ้านายคนใหม่อย่างไม่กลัวเกรง พอจะเดาออกบ้างแล้วกับชะตาชีวิตของตัวเองที่ถูกซื้อต่อมาว่าจะเป็นเช่นไร

“ร่างกายกูเจ็บขนาดนี้ มึงคิดว่ากูจะไหวหรือไง”

“งั้นเอาไว้ปากกับรูมึงหายดีเมื่อไร ค่อยมาคุยเรื่องลบรอยสักกันอีกทีก็แล้วกัน”

“ถุย!” อดไม่ได้ที่ภูผาจะถ่มน้ำลายใส่หน้าคมกล้าของมาเฟียผู้เหี้ยมโหดที่ก้มเข้ามาใกล้ มาวินมองดูด้วยความแปลกใจ ทำไมผู้เป็นนายถึงได้ใจดีกับไอ้หมอนี่นัก เพราะหากเป็นคนอื่นเพียงแค่พูดจาไม่เข้าหู ไม่แคล้วคงได้ยิงทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนั้นเลย

ตุ้บ!

“โอ๊ยยย!” แสงหิรัญเตะเข้าไปที่ชายโครงทางด้านซ้ายของภูผา ร่างสูงสง่าลุกขึ้นยืนด้วยความไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นชายหนุ่มต่อต้าน มือข้างหนึ่งล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋ากางเกงสแล็กสีดำด้าน แล้วเช็ดคราบน้ำลายบนกรอบหน้าคมเข้ม ทว่าดวงตาวาววับดุจสัตว์ร้าย ขยำผ้าเช็ดหน้าเป็นก้อนปาทิ้งใส่ร่างคนเจ็บ ตามด้วยแรงกดเหยียบขยี้ที่หน้าอกอย่างไม่ปรานี

“โอ๊ยย!”

“กูลากมึงออกมาจากซ่องอีเจ๊หยกได้ มึงก็ควรจะขอบคุณกู พูดจาเอาอกเอาใจกู เผื่อว่ากูจะใจดีกับมึง ไม่ใช่มาพยศใส่กูแบบนี้” แสงหิรัญพูดด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน รองเท้าหนังสีดำเงายกขึ้นแล้วกระทืบซ้ำที่เดิมเต็มแรงจนภูผาตัวงอเป็นกุ้ง ใบหน้าบูดเบี้ยวเมื่อได้รับรสความเจ็บปวดอย่างทรมาน

หมับ!... แสงหิรัญก้มลงมาคว้าเส้นผมสีน้ำตาลเข้มทางท้ายทอยของภูผา จิกทึ้งเต็มแรงด้วยความหงุดหงิด หากว่าภูผาพูดจาง่ายก็คงไม่ต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือขนาดนี้

“อึก! กูเจ็บ ปล่อยกู”

“กูจะบอกอะไรให้นะ ถึงกูจะอยากได้ตัวมึงมากแค่ไหน แต่ทั้งโลกก็ไม่ได้มีมึงแค่คนเดียว ทางที่ดีมึงควรยอมเป็นนางบำเรอให้กูดีกว่าไอ้ผา ถ้ากูเบื่อมึงเมื่อไรอาจจะใจดีปล่อยให้มึงเป็นอิสระก็ได้”

แรงกระชากที่ผมไม่เบา ความเจ็บปวดมันไม่สามารถสกัดกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ อย่างที่บอกว่าแสงหิรัญเลวทรามต่ำช้าไม่แพ้อีเจ๊หยกสักนิด แถมมันยังไม่ต่างอะไรกับไอ้พวกหื่นกาม แต่คนอย่างภูผาเป็นผู้ชายอกสามศอก เคยถูกอีเจ๊หยกจับไปขายตัวในซ่องก็ยังซ้อมแขกที่มาซื้อบริการเกือบตายไปหลายคน ทำให้อีกะเทยแก่โมโหสั่งให้ลูกน้องซ้อมจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด อยู่มาได้จนถึงตอนนี้เพราะเจ๊หยกเปลี่ยนเอาเขาไปขึ้นชกมวยแทน

“ต่อให้มึงฆ่ากู กูก็ไม่มีทางให้มึงเอากูหรอก วิปริตผิดเพศ” รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายสวนออกไปทันควัน

“ชู่ววว! มึงอย่าปฏิเสธข้อเสนอดี ๆ ของกูสิไอ้หนู แค่ถ่างขาให้กูเอามันจะไปยากอะไร เอาไว้กูจะให้โอกาสมึงได้คิดใหม่ แล้วพรุ่งนี้กูจะมาเอาคำตอบ แต่ถ้ามึงรักตัวกลัวตาย แนะนำให้คลานสี่ขามาหากู” มือหนาเลื่อนมาบีบกรอบหน้าเรียวจนบูดเบี้ยวแล้วออกแรงผลักหน้าหัน สองเท้าเดินออกจากห้องสี่เหลี่ยมจนกระทั่งประตูปิดสนิทไปแล้ว

ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ใจ เนื้อตัวสั่นเทิ้มนอนขดตัวอยู่บนพื้นอย่างสิ้นหวัง ภูผายกมือขึ้นมาปิดปากเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา เขายังจำคำสั่งสอนของผู้เป็นพ่อได้ว่า หากเป็นลูกผู้ชายก็ไม่ควรจะมีน้ำตาออกมาให้เห็น

เป็นครั้งแรกที่ภูผากำลังคิดว่า...

หรือความตายเท่านั้น ที่จะทำให้เขาสามารถหลุดพ้นจากขุมนรกนี้ได้ เพราะไม่ว่าเขาจะหาทางหนีออกไปจากตรงนี้อย่างไรก็ถูกพวกมันจับได้และถูกซ้อมเกือบตายทุกที

Take : สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เดินทางมาถึงตอนที่สองกันแล้ว บอกเลยว่าความเจ็บปวดและชะตากรรมของ 'ภูผา' นี่ยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็นจริง ๆ ค่ะ จากที่คิดว่าจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของอีเจ๊หยกมาได้ กลับต้องมาเจอเจ้านายคนใหม่อย่าง 'แสงหิรัญ' มาเฟียหนุ่มใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลที่ซื้อตัวเขามาในราคาสูงลิ่ว แต่จุดประสงค์กลับไม่ใช่การช่วยให้พ้นผิด เพราะพ่อคุณดันยื่นข้อเสนอสุดสะเทือนใจให้ภูผาต้องมาเป็น 'นางบำเรอ' แลกกับการลบรอยสักแห่งความช้ำใจซะงั้น!

งานนี้นอกจากร่างกายจะบอบช้ำจากบาดแผลเก่าและตีนของมาเฟียแล้ว หัวใจและศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของภูผายยังโดนย่ำยีจนแทบไม่เหลือชิ้นดี จนถึงขั้นคิดว่าความตายอาจจะเป็นทางออกเดียวที่จะทำให้เขาหลุดพ้นจากขุมนรกนี้ได้

บอกเลยว่าอินเนอร์ความดราม่าและความโหดของเฮียแสงคือเดือดระอุแบบพริกสเกลร้อยเม็ด งานนี้ภูผาของเราจะหาทางรอดหรือยอมจำนนต่อโชคชะตาอย่างไร และความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายคนใหม่กับนักมวยปากแจ๋วคนนี้จะดำเนินไปในทิศทางไหน เตรียมมาลุ้นและส่งกำลังใจให้ภูผากันต่อในตอนหน้ากันได้เลยนะคะ!

ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจสำคัญให้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป