บทที่ 4 ตอนที่ 3 พนักงานเสิร์ฟน้ำคนใหม่

ตอนที่ 3 พนักงานเสิร์ฟน้ำคนใหม่

ตั้งแต่ภูผาถูกจับตัวมาก็ไม่มีวันไหนเลยที่กินอิ่มนอนหลับ หากไม่ขึ้นชกมวยให้ เจ๊หยกก็ขู่ว่าจะเอาตัวไปขายให้พวกเสี่ยแก่ ๆ ที่มีรสนิยมรักร่วมเพศ แล้วคนที่ต่อต้านการเป็นเกย์ก็ไม่มีทางเลือกมาก กัดฟันขึ้นชกมวยพยายามฝึกฝนร่างกายอย่างหนักให้ตัวเองเก่งกาจเพื่อให้ชนะทุกครั้ง จนมาแพ้ครั้งสุดท้าย

วันนี้ภูผาตื่นขึ้นมาภายในห้องสี่เหลี่ยมมืดสลัวซึ่งไม่รู้ว่ากี่โมงกี่ยามแล้ว สายตาเหลือบไปเห็นท้องฟ้าด้านนอกผ่านช่องลมระบายอากาศที่อยู่เหนือศีรษะ แต่ความรัดกุมของที่นี่ยังมีเหล็กเป็นซี่กั้นเอาไว้ป้องกันการหลบหนี

เมื่อความมืดมิดปกคลุมไปทั่วบริเวณ สายตาไม่รู้จะมองไปจับจุดที่ตรงไหน เพราะฉะนั้นหัวสมองจึงสั่งการให้คิดถึงใครบางคนที่เคยวิ่งเล่นกับเขามาตั้งแต่เด็ก ถึงจะแยกกันตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย แต่ก็มั่นใจว่าป่านนี้น้องชายฝาแฝดต้องสอบตำรวจได้สำเร็จแล้วแน่นอน คงจะได้เป็นความภูมิใจของครอบครัวได้ดีกว่าเด็กเวรอย่างเขา ที่ไม่เคยทำอะไรให้พ่อแม่ได้ภาคภูมิใจเลยสักอย่าง หกปีที่เขาออกจากบ้านมาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพวกท่านจะยังตามหาเขาอยู่หรือเปล่า

ถึงจะรู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้วก็ตาม...

เขาไม่มีค่ามากพอที่จะให้ผู้เป็นพ่อและแม่ออกตามหาหรอก

แอดดด... เสียงประตูห้องถูกเปิดออก ฉุดดึงความสนใจให้คนนอนน้ำตาคลอเบ้ายกมือขึ้นมาปาดน้ำตาลวก ๆ ได้กินยาแก้อักเสบกับข้าวต้มไปทำให้มีแรงขึ้นมาบ้าง จึงหยัดกายลุกขึ้นมานั่งจ้องหน้าผู้มาใหม่ได้

“ไง นึกว่าตายห่าไปแล้วซะอีก” มาเฟียใหญ่เดินเข้ามาท่าทางเคร่งขรึม เขามาเพื่อจะทวงคำตอบจากคนตรงหน้า

“มาทำไม ยังไงกูก็ไม่มีทางเป็นนางบำเรอมึงหรอก” ตะเบ็งเสียงแข็งกลับไปโดยไม่ได้เงยขึ้นไปสบสายตาดุดัน แสงหิรัญใช่คนที่จะมาต่อล้อต่อเถียงได้เหมือนเจ๊หยกเสียเมื่อไร

“ก็ดี กูก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามึงจะทนมือทนตีนไปได้อีกสักกี่น้ำ”

มุมปากหล่อเหลากระตุกยิ้มร้าย ภูผานั่งมองแผ่นหลังกว้างขยับตัวหายลับออกไปจากห้องสี่เหลี่ยม ไม่นานก็เข้ามาพร้อมกับบอดีการ์ดนับสิบ ท่าทางดูโหดเหี้ยมมากกว่าลูกน้องเจ๊หยกหลายเท่า ไม่ทันได้สงสัยว่าพวกมันเข้ามาทำอะไรมันก็พากันกรูเข้ามาช่วยกันรุมกระทืบคนเจ็บ รอยแผลเดิมที่ยังไม่หายดีก็ถูกพวกมันยำจนเจ็บปวดรวดร้าว

ไม่เคยคิดว่าความหื่นของคนเราจะทำให้ทำเรื่องเลวทรามต่ำช้าได้ถึงขนาดนี้

“โอ๊ยย! ฮึก!”

ตุ้บ!... ลูกสมุนกระทืบจนเหนื่อย ภูผานอนนิ่งกัดฟันกรอดด้วยความอดทนอย่างสูง ไม่แม้แต่จะปริปากออกมาว่ายอมแพ้

“ทนตีนใช้ได้นี่ ตกลงไม่อยากเป็นกะหรี่เหรอ” ร่างสูงสง่าปรบมือรัว สายตาคมกริบมองดูคนเพิ่งถูกกระทืบที่นอนกระอักเลือดโดยไร้ความสงสารและเห็นใจ

“อึก! ไม่”

“พวกมึงไปเอาน้ำมา... แต่ขอเป็นน้ำเกลือนะ”

คนเจ็บที่กำลังถุยเลือดออกจากปากหยุดชะงัก เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ดวงตาสั่นระริกเงยหน้าขึ้นมามอง

โครม!... น้ำเกลือเป็นถังได้ถูกสาดใส่ร่างสูงโปร่งที่เต็มไปด้วยบาดแผล ภูผาร้องโอดครวญทั้งแสบทั้งปวดดิ้นทุรนทุรายยิ่งกว่าคนโดนน้ำร้อนลวก

“โอ๊ย! ต่อให้มึงฆ่ากู กูก็ไม่มีทางเอากับคนเหี้ย ๆ อย่างมึงหรอก”

“หึ! ดี งั้นก็กระทืบมันต่อ เสร็จแล้วก็เอาน้ำเกลือสาด จนกว่ามันจะยอมเป็นกะหรี่ให้กูเอา”

เพียงเท่านั้นร่างสูงสง่าก็เดินหายออกมาจากห้องขังที่มืดอับ สองเท้าพาตัวเองมานั่งลงที่โซฟาบริเวณห้องรับแขกที่ไม่เคยมีใครเข้ามาเยี่ยมเลยสักครั้ง บ้านหลังนี้ใหญ่โต มีลูกสมุนรายล้อม แถมยังมีแม่บ้านคอยปรนนิบัติทุกสิ่งอย่าง แต่ใครจะรู้ว่าลึก ๆ ภายในใจนั้นเคว้งคว้าง หาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ได้เลย

แสงหิรัญหยิบไอแพดขึ้นมาจากโต๊ะ กดเข้าดูไฟล์งานทางเมล มันเป็นข้อมูลเกี่ยวกับภูผาที่ให้คนไปสืบมา สายตาคู่คมไล่อ่านตั้งแต่ชื่อแซ่ลงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งสะดุดที่ชื่อของพ่อที่ขึ้นด้วยยศพันตำรวจเอก รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้า

“เป็นลูกตำรวจซะด้วยนะ มึงทำให้กูแปลกใจเรื่อยเลยนะภูผา” นอกจากร่างกายที่ทำให้มาเฟียหนุ่มสนใจเป็นพิเศษก็คงจะเป็นการที่เกิดเป็นลูกตำรวจ แต่ถูกหลอกมาขายให้กับเจ๊หยกนี่แหละ

แสงหิรัญไม่ได้แปลกใจหากตามตัวภูผาไม่พบ ประเทศไทยตั้งกว้างใหญ่ แถมภูผาไม่เคยถูกพาออกมาเผชิญโลกภายนอก นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงต้องให้ใส่หน้ากากบดบังใบหน้าทุกครั้ง

แอดดด... ประตูห้องถูกเปิดออก มาวินเดินเข้ามารายงานความคืบหน้า เขามั่นใจแล้วว่าหากภูผาถูกซ้อมจนตายก็คงไม่มีทางยอมเป็นนางบำเรอให้กับเจ้านายอยู่ดี

“จะเอายังไงต่อดีครับเฮีย ให้ผมฆ่าทิ้งเลยไหม” ลูกน้องคนสนิทเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ

“ถ้ามันตายกูก็ต้องเสียเงินไปฟรี ๆ ตั้งห้าล้านเลยสิ เก็บมันไว้ก่อน กูเชื่อว่าสักวันมันต้องคลานสี่ขามาหากู” ปกติแสงหิรัญไม่ใช่คนใจดี การที่ปรานีไว้ชีวิตภูผาก็ถือว่ามันมากพอแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ทำให้มาวินต้องขมวดคิ้วไม่คลาย ถึงแม้เจ้านายจะเคยมีเซ็กซ์กับพวกผู้ชายด้วยกัน แต่ก็ไม่ใช่ตัวเท่าควายอย่างภูผา แล้วที่สำคัญถึงจะลองมีอะไรกับพวกผู้ชายกล้ามโต ก็มีให้เลือกมากมายในซ่อง ไม่เห็นจำเป็นต้องง้อคนเจ็บใกล้ตายอย่างมันเลย

“ให้ผมจับมันมัดไว้เลยไหมครับ”

“ไม่ต้อง กูไม่ชอบข่มขืนใคร”

“แล้วระหว่างนี้ให้ขังมันไว้ในห้องเหมือนเดิมเหรอครับ”

“อืม... รักษาตัวมันให้หายดี เดี๋ยวกูจะส่งมันไปทำงานในบ่อน” นอกจากจะมีร่างสูงโปร่งที่เย้ายวนสายตาแล้วก็ยังมีฝีมือไม่ธรรมดา ถ้าหากเลี้ยงเอาไว้ก็คงไม่เสียข้าวสุก หากวันหนึ่งวันใดมันแว้งกัดเขาขึ้นมาก็แค่ฆ่าทิ้งเท่านั้นเอง

“ครับเฮีย”

หลายวันต่อมา...

“มึงจะพากูไปไหน”

“ทำงานไง”

“งานอะไร”

“ตามมาเถอะ อย่าพูดมาก เดี๋ยวมึงก็รู้เอง”

“ถ้าเป็นกะหรี่กูไม่เอานะ”

“ถ้าช้ากว่านี้เดี๋ยวเฮียแสงเปลี่ยนใจไม่รู้ด้วย” มาวินหันกลับมาว่าเสียงดุ บอดีการ์ดมือขวารูปร่างสูงใหญ่พอกับเจ้านายเดินนำออกไปด้านนอก สั่งให้ภูผาเดินเข้าไปนั่งในรถยนต์พร้อมทั้งใช้ผ้าปิดตาไม่ให้จำทางเข้าบ้านได้ พอมาถึงหน้าร้านเหล้าก็ตรงไปชั้นใต้ดินที่เป็นบ่อนผิดกฎหมาย

“เอาไปเปลี่ยนซะ” มาวินโยนเสื้อผ้าใส่มือของภูผา คนไม่มีทางเลือกจำใจเปลี่ยนชุดตรงนี้ ลูกผู้ชายอกสามศอกไม่มีอะไรจะต้องอาย แค่มีกางเกงในตัวเดียวบดบังก็เพียงพอแล้ว เสร็จเรียบร้อยก็เดินตามตูดมาวินมาต้อย ๆ จนกระทั่งเข้ามาภายในบ่อน มีลูกค้าแก่ ๆ หน้าตาหื่นกามนั่งดื่มเหล้าอยู่หลายคน โดยที่มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายขายบริการ

“นี่แหละงานของมึง”

“เหี้ย! กูบอกแล้วไงว่าไม่ขายตัว มึงเอาปืนมายิงกูให้ตายเถอะ”

“แล้วกูบอกหรือยังว่าจะพามึงมาขายตัว งานในบ่อนมันมีตั้งเยอะแยะมึงก็เห็น โน่น! เดินไปหยิบเหล้าเสิร์ฟให้ลูกค้า” มาวินเอ่ยสั่ง น้ำเสียงและสีหน้าเย็นชาพอกับเจ้านายไม่มีผิด

ร่างสูงโปร่งกวาดตามองไปรอบ ๆ สถานที่แห่งนี้ เขามาชกมวยกับเจ๊หยกไม่กี่ครั้ง ยังจำทางเข้าออกไม่ได้ แถมลูกน้องของแสงหิรัญก็ยืนเฝ้าอยู่ทุกจุด และเหมือนจะยืนนิ่งนานเกินไปจึงสบเข้ากับสายตาของมาวินที่กำลังจับตามองอยู่

“เดี๋ยว”

“อะไรอีก”

“ถึงอยู่ที่นี่จะไม่ต้องใส่หน้ากากแล้วก็ใช่ว่ามึงจะไปขอให้คนอื่นช่วยสุ่มสี่สุ่มห้าได้ คนที่นี่เป็นของเฮียแสงทั้งหมด ถ้าไม่อยากถูกซ้อมตายก็อย่าทำตัวให้มีปัญหา”

“เออ รู้แล้ว” ชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปีจำใจเดินเข้ามาหยิบถาดไม่ให้ผิดสังเกต เห็นทีว่าแผนการหลบหนีโดยให้คนที่นี่ช่วยคงต้องพับเก็บไปก่อน

“น้อง เสี่ยขอกินน้ำหน่อย” เสี่ยแก่พุงพลุ้ยใส่ทองเส้นเท่าหัวนิ้วโป้งกวักมือเรียก ด้านหลังมีลูกสมุนยืนคุมเชิงอยู่สองคน ภูผาเดินเข้าไปหาก่อนส่งเหล้าที่อยู่ในถาดให้ แต่จังหวะที่กำลังจะเดินออกไปกลับถูกรั้งร่างให้ลงไปนั่งตักอย่างไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าชายแก่ก้มลงมาสูดดมกลิ่นกาย มืออีกข้างก็บีบขยำก้นกลมอย่างไว ก่อนที่ภูผาจะผลักหน้าอกเสี่ยอ้วนท้วมแล้วดีดตัวเองขึ้นมายืนอย่างไวด้วยความขยะแขยงยามถูกเนื้อต้องตัวกัน

“มึงทำเหี้ยอะไรไอ้แก่” พูดน้ำเสียงลอดไรฟัน

“กะหรี่มีกล้ามแบบนี้เสี่ยชอบ เดี๋ยววันนี้เสี่ยจะซื้อน้องเอง”

“ตายเถอะมึง ไอ้เหี้ย” ภูผาง้างหมัดชกหน้าแขกวีไอพีไปหลายหมัด ลูกน้องของมันพุ่งเข้ามาช่วยแต่ก็ถูกนักมวยเก่าจัดการลงไปนอนกองบนพื้นอย่างง่ายดาย จนกระทั่งลูกสมุนของแสงหิรัญเห็นก็กรูกันเข้ามาห้าม ล็อกแขนภูผาเอาไว้คนละข้างถึงจะเอาอยู่

“ปล่อยกู กูจะเอาเลือดหัวมันออก” เพราะถูกบอดีการ์ดสองนายจับเอาไว้ ถ้าไม่อย่างนั้นไอ้แก่นี่ได้ตายคาตีนแน่

เกิดเสียงเอะอะโวยวาย ทำให้ชายร่างสูงสง่าที่ผ่านมาเห็นเดินตรงเข้ามา พบสภาพแขกหน้าช้ำแทบดูไม่ได้จึงตวัดสายตาวาวโรจน์ เรียกสติให้ภูผาสงบลง

“จัดการทางนี้ให้เรียบร้อย แล้วลากไอ้ผาตามมาหากู”

เจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซ็นต์เดินกลับเข้าไปด้านในห้องส่วนตัวทางบ่อน ร่างสูงโปร่งในชุดพนักงานเสิร์ฟถูกลากตามมาติด ๆ เมื่อเข้ามาด้านในก็ถูกผลักล้มไปนั่งลงบนพื้น แสงหิรัญก้มตัวลงมากระชากคอเสื้อทันที

ผัวะ!... หมัดหนัก ๆ ซัดเข้าไปที่หน้าของภูผาเต็มแรงจนมีเลือดไหลออกมาข้างมุมปาก

“ตกลงมึงจะเอายังไงไอ้ผา ให้ไปทำงานก็ทำร้ายลูกค้าของกู” แสงหิรัญเริ่มหัวเสีย ยกมือสองข้างมาเท้าเอวอย่างไม่สบอารมณ์ สายตามองคนก่อเรื่องกำลังยกมือขึ้นมาเช็ดเลือดที่มุมปาก ไม่มีท่าทางเจ็บหรือสำออยแต่อย่างใด ราวกับว่ามันลิ้มรสความเจ็บปวดจนกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว

“มันจะซื้อกูไปนอนกับมัน”

“มึงก็ปฏิเสธไปสิ เหมือนที่ปฏิเสธอยู่ไง”

“กูบอกแล้ว มันไม่ยอม มันลวนลามกู บีบตูดกู กูไม่ชอบ”

แสงหิรัญถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย กำลังเดินเข้ามาซ้อมภูผาเพื่อระบายอารมณ์ ทว่าบานประตูห้องถูกเปิดออกเสียก่อน เมื่อหันไปมองก็เห็นเป็นร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงสดรัดรูป ใบหน้าถูกตกแต่งด้วยเครื่องสำอางราคาแพง กำลังวิ่งเข้ามาสวมกอดแสงหิรัญ เท่านั้นยังไม่พอเธอวาดวงแขนสองข้างคล้องลำคอแกร่งออกแรงโน้มใบหน้าคมเข้มลงมาหอมทั้งซ้ายและขวา

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ เฮียแสงยังดูหล่อเหมือนเดิมเลย” ริมฝีปากแดงกำมะหยี่ระบายยิ้มด้วยความดีใจ โดยที่แสงหิรัญเองก็ไม่ได้ขัดขืนหรือต่อต้าน อีกทั้งยังกอดเธอตอบอีกต่างหาก

ม่านฟ้า เธอเป็นน้องสาวของแสงหิรัญ ถูกส่งไปเรียนที่ต่างประเทศได้สี่ปีแล้ว กลับมาครั้งนี้ก็อยู่ยาว เพราะจบการศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เฮียไม่รู้ว่าหนูจะมา ไม่งั้นเฮียไปรับที่สนามบินแล้วค่ะ” น้ำเสียงที่เอ่ยนั้นดูอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง อีกทั้งดวงตาและสีหน้ามันเปลี่ยนไปจากเดิม แสงหิรัญผู้เหี้ยมโหดในตอนนี้แปรเปลี่ยนไปราวกับคนละคน

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าบอกก็ไม่เซอร์ไพรส์น่ะสิคะ”

ใบหน้าคมเข้มระบายยิ้มเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครได้เห็นมันนอกจากหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“แล้วนี่กำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ” พอหันมามองเห็นพนักงานเสิร์ฟร่างเพรียวทำหน้าซังกะตาย แถมยังมีรอยเลือดที่ปากก็อดสงสัยไม่ได้

“ลากตัวมันเอาไปขังไว้ที่เดิม” หมายถึงที่บ้าน เพื่อป้องกันการหลบหนี ก่อนลูกสมุนจะเอาถุงดำมาคลุมไว้ที่หัว แล้วลากตัวกลับไปที่ห้องขังมืด ๆ เหมือนอย่างเคย

วันต่อมา...

ภูผานั่งทอดสายตามองดูแดดภายนอกช่องลมขนาดเล็กที่ลอดเข้ามาด้านใน นานเท่าไรแล้วที่เขานั่งชันเข่าหันหลังพิงกำแพงท่าเดิม จนกระทั่งได้ยินเสียงคนเปิดประตูห้องเข้ามา เป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากแสงหิรัญ

“เป็นไง หรือมึงเปลี่ยนใจอยากจะเป็นอีตัวคอยเอาอกเอาใจกูก็ได้นะ” ร่างสูงใหญ่ย่อกายลงตรงหน้า มือหนายื่นไปเชยปลายคางให้เงยหน้าขึ้นมาสบสายตา มองหน้าก็เหมือนจะเดาใจออกว่าภูผาจะทำอะไรหลังจากนี้ จึงพูดดักทางเอาไว้เสียก่อน

“ถ้ามึงถุยน้ำลายใส่หน้ากูอีก ครั้งนี้กูคงให้คนมาตัดลิ้นมึงแน่” คนอย่างแสงหิรัญไม่เคยพูดเล่น ทั้งสีหน้าและแววตาดูจริงจังจนภูผาต้องหยุดชะงัก ลมหายใจที่ถี่กระชั้นด้วยความเดือดดาล พยายามปรับให้อ่อนลงอย่างใจเย็นที่สุด

“มึงต้องการเอากูไปเพื่ออะไร ในเมื่อผู้หญิงสวย ๆ ก็มีเยอะแยะ เมื่อกี้ก็เมียมึงไม่ใช่เหรอ”

“คนอย่างกูจะเอาใครกี่คนก็ได้”

“เอามั่วขนาดนี้ติดโรคกูจะสมน้ำหน้าให้”

“ไม่ต้องห่วง กูเองก็กลัวติดโรคจากกะหรี่แบบมึงเหมือนกัน อยู่ซ่องเจ๊หยกมานาน ยังมาโกหกกูว่ายังซิง กูไม่เชื่อ”

ภูผาขบกัดกรามแน่น สายตาจ้องมองอีกฝ่ายไม่ลดละ “กูก็ไม่ได้ให้มึงมาเชื่อสักหน่อย”

“ปากดีแบบนี้สิ กูชอบ อยากจะรู้ว่าถ้ากูสั่งอดข้าวอดน้ำสามวัน มึงจะมีแรงเถียงอยู่แบบนี้หรือเปล่า”

แสงหิรัญเดินออกไปแล้ว ภูผายังคงนั่งเหงื่อตกอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่คับแคบ ลมไม่ลอดเข้ามาเลยสักนิดทำให้เหงื่อแตกเต็มตัว แถมตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องอีกด้วย

ผัวะ! กำปั้นหนัก ๆ ชกเข้าไปที่กำแพงห้องเต็มแรง จนมีเลือดไหลลงมาตามผนังเป็นทาง ความเจ็บปวดเพียงแค่นี้ยังไม่เท่ากับที่เขาเคยโดนกระทำมาเลยด้วยซ้ำ

ทางหนีทีไล่ก็ยังมองไม่ออก แสงหิรัญมีกำลังหนาแน่นกว่าอีเจ๊หยกหลายเท่าโอกาสแทบเป็นศูนย์ถ้าหากว่าเขาจะหาทางหลบหนี หรือทางเลือกสุดท้ายคือต้องยอมเป็นนางบำเรอให้กับคนระยำตำบอนแบบมันจนเบื่อจริง ๆ เหรอ

“คนเหี้ย!” ภูผาสบถออกมาเสียงแข็ง ยิ่งนึกถึงใบหน้ามาเฟียสถุลคนนี้ยิ่งเจ็บใจ มีเมียอยู่แล้วยังมาหาเศษหาเลยกับคนอื่นอีก หน้าไม่อายฉิบหาย

Take : สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เดินทางมาถึงตอนที่สามกันแล้ว บอกเลยว่าความซวยและความอัดอั้นตันใจของ 'ภูผา' นี่ยังไม่จบไม่สิ้นจริง ๆ หลังจากรอดตายและโดนจับมาเป็นพนักงานเสิร์ฟในบ่อน ยัยเสี่ยหัวงูยังไม่ทันจะได้แตะตัว ภูผาก็ซัดหน้ามันจนเรื่องถึงหูมาเฟียใหญ่อย่าง 'แสงหิรัญ' จนโดนลากตัวมาสั่งสอนซะน่วม

แต่พีกยิ่งกว่าคือการปรากฏตัวของ 'ม่านฟ้า' น้องสาวสุดที่รักของเฮียแสง ที่ทำเอามาเฟียหนุ่มผู้เหี้ยมโหดกลายร่างเป็นพี่ชายสายละมุนในพริบตาเดียว! (ต่างจากตอนที่อยู่กับภูผาลิบลับ คนละโหมดแบบตะโกน!) และเพราะเหตุการณ์วุ่น ๆ ในบ่อน ทำให้เฮียแสงสั่งลงโทษคนปากดีด้วยการขังห้องมืดและเตรียมอดข้าวอดน้ำซะงั้น งานนี้นอกจากภูผาจะหนีไม่พ้นแล้ว ยังต้องมานั่งทนหิวและทนฟังความกวนประสาทของเจ้านายคนใหม่ไปอีก

บอกเลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างมาเฟียหนุ่มกับนักมวยปากแจ๋วคนนี้มีแต่จะเดือดระอุขึ้นเรื่อย ๆ ภูผาจะทนรับมือกับบทลงโทษสุดโหดครั้งนี้ไหวไหม และเฮียแสงจะมีแผนร้ายอะไรมาปราบพยศเด็กดื้อคนนี้ต่อ เตรียมมาลุ้นและส่งกำลังใจให้ภูผากันต่อในตอนหน้านะคะ รับรองว่าสนุก เข้มข้น และห้ามพลาดเด็ดขาด!

ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจสำคัญให้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป