บทที่ 5 ตอนที่ 4 กูยอมแล้วก็ได้ กูไม่ไหวแล้ว
ตอนที่ 4 กูยอมแล้วก็ได้ กูไม่ไหวแล้ว
สามวันที่ทุกข์ทรมานจากการอดข้าวอดน้ำ ภูผาอาศัยความรู้การเอาตัวรอดที่ผู้เป็นบิดาได้สั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก จึงนอนนิ่ง ๆ ลดการเคลื่อนไหว เพื่อที่ร่างกายจะได้ใช้พลังงานน้อยที่สุด หากแต่ว่าร่างกายของมนุษย์เรามันก็อดทนต่อความหิวไม่ไหวอยู่ดี ท้องที่ร้องโครกครากมาตลอดสามวัน มันยังคงดังก้องอยู่ในหูจนแทบนอนไม่หลับเลย
แกร๊ก... เสียงกลอนประตูดังขึ้นพาให้ภูผาที่นอนสภาพอิดโรยดีดตัวขึ้นมา เสี้ยววินาทีสายตากลมกวาดมองไปภายในห้องที่มืดสลัวเพื่อหาอาวุธติดกาย จนกระทั่งเห็นเข็มขัดตัวเองที่ถอดกางไว้บนพื้นจึงรีบคว้ามันขึ้นมาเพื่อใช้รัดคอคู่ต่อสู้
แอดดด!... ทันทีที่บานประตูห้องถูกเปิดออก เจ้าของร่างใหญ่ล่ำสันเดินเข้ามาพร้อมกับข้าวไข่เจียวส่งกลิ่นหอมยั่วยวนในมือ แววตาเหี้ยมเกรียมกวาดมองไปรอบ ๆ ไม่พบใคร ภูผาที่แอบหลังประตูอาศัยจังหวะนี้พุ่งตัวเข้ามา หากแต่ว่าสัญชาตญาณที่แสงหิรัญถูกฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กนั้นกลับตอบสนองได้เร็ว
ปั่ก!... แสงหิรัญหันหลังกลับสับข้อศอกใส่ต้นคอของภูผาจนเสียหลักล้มลงบนพื้น กำลังจะลุกขึ้นมาอีกครั้งแต่กลับถูกปลายกระบอกปืนจ่อที่ข้างหัว
“ไม่ได้กินข้าวตั้งหลายวัน ยังมีแรงมาดักฆ่ากูอีกนะ” โทนเสียงต่ำไร้ความอ่อนโยน เก็บกระบอกปืนเหน็บไว้ข้างเอวเหมือนเดิม ประคองจานข้าวในมือเอาไว้แล้วย่อกายลงตรงหน้าอีกคน “มึงว่ากูควรจัดการกับคนที่คิดจะลอบฆ่ากูยังไงดี”
แสงหิรัญหัวเราะในลำคอ รู้สึกขบขันกับท่าทางอวดดีของอดีตนักเลงหัวไม้ แม้ว่าตอนนี้เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แต่ก็ยังคงความปากดีเอาไว้เสมอ แม่งน่าสนใจดีจริง อดทนตีนของเจ๊หยกมาได้ถึงหกปีเต็มถือว่าอึดถึกเหมือนควาย
พรึ่บ!... ข้าวในจานถูกสาดลงพื้นปูนที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นคราบดินครึ่งหนึ่ง เหลือในจานอีกครึ่งยื่นมาตรงหน้า กลิ่นความหอมอบอวลไปทั่วห้องทำให้ท้องร้องประท้วงด้วยความหิวกระหาย
“เหลือข้าวอีกครึ่งหนึ่ง กูจะทำยังไงดีไอ้ผา... มึงก็เลือกเอาว่าจะให้กูเททิ้ง หรือมึงจะคลานมาหากู”
ลุกเดินมานั่งไขว่ห้างท่าทางสบายใจที่เก้าอี้ตรงมุมห้อง ปากหยักโค้งขึ้นอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นภูผากำลังคลานสี่ขาเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ก็ต้องกลับมามีอารมณ์โทสะเมื่อมันหยุดอยู่ตรงกองข้าวที่เขาสาดไปบนพื้นเมื่อสักครู่ มือที่เต็มไปด้วยบาดแผลฟกช้ำกอบเม็ดข้าวรวมถึงเศษไข่เจียวขึ้นมาจวนจะใส่ปาก
ปั่ก!... บาทาที่สวมใส่รองเท้าหนังสีดำเงาลอยไปถีบไหล่ของภูผาจนหงายท้องตึง เม็ดข้าวในมือกระจัดกระจายไปทั่วห้อง
เพล้ง! จานข้าวที่เหลือเพียงครึ่งในมือหนาใหญ่ถูกปาใส่หน้าภูผาด้วยความโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ สายตาคมกริบเกรี้ยวกราด ถึงอย่างนั้นภูผาก็ไม่ได้มีท่าทีจะเกรงกลัวเลยสักนิด ซ้ำยังนั่งถอนหายใจราวกับปลงตก สภาพหมดอาลัยตายอยาก น่าหงุดหงิดชะมัดเลย
“เล่นตัวนักก็อดข้าวต่อไป ในเมื่อกูให้มึงเลือกเป็นพนักงานในบ่อน ก็ดันไปซ้อมลูกค้ากูเกือบตาย ให้เป็นนางบำเรอก็เล่นตัวอยากจะอัปราคาหรือไง ต่อไปนี้มึงจะเป็นจะตายอย่างไรกูไม่สนอีกแล้วไอ้ผา” ร่างใหญ่ล่ำสันเดินออกไปแล้วด้วยสายตาเยือกเย็น น้ำเสียงโทนแข็งไม่ได้มีความล้อเล่นเลยสักนิด ภูผาได้แต่มองแผ่นหลังกว้างเคลื่อนออกไปจนลับสายตาพร้อมกับบานประตูที่ปิดลง หลงเหลือไว้เพียงความว่างเปล่ากับความมืดที่มีแสงรำไรจากช่องระบายลมเพียงเล็กน้อย
“หึ!” อยู่ ๆ ภูผาก็หัวเราะเยาะให้กับความน่าสมเพชของตัวเอง ไม่รู้โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรอยู่กันแน่ หรือนี่อาจเป็นบทเรียนราคาแพงที่กำลังสั่งสอนเด็กเดนที่ไม่รู้จักฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่
ภูผาผ่อนลมหายใจ กระบอกตาร้อนผ่าว เขากะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไม่ให้น้ำตามันไหลออกมา มือสองข้างตระกองกอบโกยข้าวที่หกเกลื่อนกลาดบนพื้นมากองรวมกัน มันพอจะอิ่มและต่อให้เขามีชีวิตต่อไปอีกหน่อย มือข้างหนึ่งกำข้าวที่เปื้อนขี้ดินขี้ฝุ่นเข้ามาใส่ปาก สิ่งสกปรกและเชื้อโรคไม่ได้ทำให้ตายเร็วในวันนี้ แต่การอดข้าวอาจจะทำให้เขาตายทันทีเลยก็ได้
ถึงอย่างไรภูผาก็จะไม่มีทางนอนตายอยู่ตรงนี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าอย่างไร เขาก็จะหาหนทางไปเจอน้องชายฝาแฝดให้จงได้
ต่อให้แลกมาด้วยอะไร... ก็ยอม
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ภูผาทนต่อความหิว ร่างกายผอมโซแทบดูไม่ได้ อาศัยกินน้ำในขวดที่มาวินแอบเอาเข้ามาให้วันละขวดเล็ก ๆ แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่เพียงพอต่อร่างกายอยู่ดี
วันนี้ภูผาตื่นขึ้นมาตอนเช้า ริมฝีปากแห้งเพราะขาดน้ำ ค่อย ๆ พาตัวเองคลานเข้ามาเคาะประตู จนกระทั่งลูกสมุนชุดดำคนหนึ่งเดินมาเปิด
“กูขอคุยกับไอ้เหี้ย... เอ่อ... เฮียแสงของพวกมึงหน่อย”
“เฮียแสงไม่อยู่” ชายฉกรรจ์นายหนึ่งตอบกลับ ในมือถือปืนกระบอกใหญ่ติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา ภายในบ้านมีลูกน้องคุมกำลังอย่างแน่นหนา
“โทรตามมันมาหน่อย บอกว่ากูมีเรื่องสำคัญจะบอก”
“คนอย่างมึงไม่มีสิทธิ์จะมาต่อรอง เฮียแสงจะกลับมาตอนเย็น นอนรออยู่ในห้องนี่แหละ เดี๋ยวกูจะเดินมาตามเอง”
ปัง!... เสียงประตูห้องขังปิดลงพร้อมกับร่างกายอันไร้เรี่ยวแรง ในเมื่อไม่มีทางเลือกจึงได้แต่นอนรอเวลา จนกระทั่งผล็อยหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาอีกทีก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ คนที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้น เห็นร่างใหญ่ล่ำสันเดินเข้ามายืนเหนือศีรษะ ดวงตาที่ฝืดปรือแทบทนไม่ไหวมองสายตาดุจเหยี่ยวที่มองลงมาอย่างเฉยชา ไร้ความสงสารและไร้ความปรานี
“ขะ... ขอข้าวกินหน่อย กะ... กูไม่ไหวแล้ว” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมามันแหบแห้งและแผ่วเบา แต่ถึงอย่างนั้นก็ฝืนร่างกายตัวเองอย่างหนักให้ลุกขึ้นมานั่งเอามือกุมท้อง เพราะถ้าหากวันนี้ไม่มีอะไรตกถึงท้องคงได้ตายสมใจแน่ ๆ
“กูก็นึกว่าจะเก่งเหมือนปาก”
“มึงจะทำอะไรก็ได้ กูยอมหมดทุกอย่าง แต่ขอข้าวให้กูกินหน่อย กะ กูไม่ไหวแล้ว”
“ได้สิ แต่... มึงต้องมาจูบกับกูจนกว่าจะพอใจ ถึงจะได้กินข้าว หลังจากมึงอิ่มแล้วกูจะให้โอกาสมึงได้รักษาตัว หลังจากนั้นก็ต้องเป็นนางบำเรอให้กู” พูดจบก็เดินอาด ๆ เข้ามานั่งที่เก้าอี้มุมห้อง ภูผากัดฟันคลานสี่ขาเข้าไปเพื่อทำตามคำสั่งอย่างไม่มีข้อกังขา ชีวิตความเป็นความตายอยู่ที่ตัวเองเลือก ถ้าศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าจะเก็บมันไว้ไปทำไม เสี้ยวหน้าหล่อแกมสวยมีรอยช้ำข้างมุมปาก เห็นนัยน์ตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นมองเหยียดลงมาด้วยความสมเพชและเต็มไปด้วยชัยชนะ
“ดี พูดง่าย ๆ แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย”
“โอ๊ยยย! มึงก้มหน้าลงมาดิ อย่าลีลา กูหิวข้าว” ภูผากัดฟันหยัดกายให้ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าได้ก็ถือว่าบุญเท่าไรแล้ว แขนสองข้างคล้องลำคอแกร่งโน้มลงมา และทันทีที่ริมฝีปากทั้งคู่แตะสนิทกันแสงหิรัญก็กระตุกยิ้มร้าย ดวงตาคมร้อนแรงราวกับกลายเป็นผู้ล่าที่จะเขมือบภูผาไปทั้งตัว
“มึงอยากจูบกูขนาดนั้นเชียว” แสงหิรัญเอ่ยยียวน
“พ่องเถอะ! มึงไล่กูจนมุมจนไม่มีทางเลือกต่างหาก อื้อส์” ปากหยักจุมพิตลงมาอย่างรวดเร็วราวกับงูพิษโจมตีเหยื่อ กดย้ำรอยจูบบนริมฝีปากอวบอิ่มอีกครั้งจนเกิดเสียงจ๊วบจ๊าบราวกับจะขอรุกล้ำเข้าไปสำรวจด้านใน ลูกน้องที่เดินเข้ามาดูเชิงความปลอดภัยของเจ้านายเห็นแบบนั้นก็รีบหันหลังไปยืนเฝ้ากำแพงเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับอีกฝ่าย
“อ้าปากสิ เม้มปากแน่นขนาดนี้ถ้ากูกัดปากฉีกอย่าหาว่าไม่เตือน”
“กูขยะแขยงมึง”
“แต่กูดันชอบมาก ทำยังไงดีไอ้ผา” แสงหิรัญรั้งท้ายทอยร่างเพรียวให้เงยขึ้นมารับจูบที่หนักหน่วง ลิ้นสากพยายามสอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก แต่รู้สึกเหมือนภูผาจะต่อต้านได้ไม่นาน มุมปากที่มีรอยแผลฟกช้ำอยู่แล้วถูกขบกัดย้ำที่เดิมจนต้องอ้าปากร้องโอดครวญ คนช่ำชองอาศัยจังหวะนี้ส่งเกลียวลิ้นเข้าไปด้านใน ตวัดเกลียวลิ้นที่กำลังหลีกหนี ดูดดึงลิ้นเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ให้ออกมาต้อนรับจูบ
“อื้มมมม” เสียงครางต่ำในลำคออย่างพอใจผสานกับเสียงน้ำลายเฉอะแฉะดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องขังสี่เหลี่ยม เฮียแสงบดขยี้ปากเล็กของภูผาอย่างหื่นกระหายและผลีผลาม ความรู้สึกแปลกใหม่ทำให้ภูผาตื่นเต้นจนไม่อาจหยุดได้ ดวงตากลมฉ่ำปรือ ตัวอ่อนปวกเปียกอย่างเผลอไผลไร้สติหลุดกระเจิง
ส่วนแสงหิรัญแน่นอนว่านี่ไม่ใช่จูบแรกที่ได้สัมผัส มาเฟียหนุ่มมีคู่นอนมาไม่ซ้ำหน้า ทุกคนล้วนแล้วแต่ยอมถวายตัวให้อย่างง่ายดายทั้งชายและหญิง กับผู้ชายตัวโตเขาไม่ได้นึกอยากมีอารมณ์กับทุกคน แต่พอเห็นภูผามันกลับรู้สึกถึงความกระเหี้ยนกระหือรือราวกับสัตว์ป่าที่หิวโหย
“แฮก ๆ หะ... ให้กูกินข้าวได้ยัง” เพราะถูกจูบจนปากแตกซ้ำรอยเดิมเริ่มเจ็บทนไม่ไหว แถมยังหิวโซเหมือนคนกำลังจะตาย แต่ต้องมานั่งเอาใจโดยการจูบ ไอ้หื่นนี่ก็ไม่รู้จักพอสักที
“กูยังจูบมึงไม่อิ่มเลย”
“แต่กูหิว ไม่ไหวแล้วไอ้แสง อื้อส์” เขาถูกมอมเมาด้วยรสจูบหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ ลิ้นเล็กที่สัมผัสกันจนได้ยินเสียงของเหลวตรงปลายริมฝีปากชัดเจน เมื่อถูกมือหนาเลื่อนต่ำลงมาบดคลึงสะโพกที่งอนได้รูป ความรู้สึกวาบหวามมันส่งผลให้รู้สึกดีจนไม่อาจต่อต้านความรู้สึกนี้ได้ มือเรียวที่ขยุ้มเสื้ออีกฝ่ายแรง ๆ แปรเปลี่ยนเป็นวางทาบไว้บนอกแกร่งเบา ๆ ยิ่งกดเข้ามายิ่งอ่อนระทวยเหมือนคนกำลังโดนความสุขครอบงำ จนกระทั่ง...
พรึ่บ... แขนสองข้างที่คล้องลำคอร่วงลงมาอย่างไร้เรี่ยวแรง เปลือกตาสีไข่ปิดลงหมดสติเพราะทนต่อความหิวไม่ไหวอยู่ในอ้อมกอดของแสงหิรัญ
Take : สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เดินทางมาถึงตอนที่สี่กันแล้ว บอกเลยว่าบทลงโทษของมาเฟียใหญ่ขยับสเกลความดุเดือดขึ้นไปอีกขั้น! หลังจากปล่อยให้ 'ภูผา' อดข้าวอดน้ำทรมานจนร่างกายแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง สุดท้ายอดีตนักเลงผู้เคยอวดดีก็ต้องยอมจำนนและคลานสี่ขาเข้าหาเหยื่อด้วยความหิวโหยเพื่อแลกกับลมหายใจ
แต่ความพีคมันอยู่ตรงที่พออีตา 'แสงหิรัญ' ได้จังหวะประชิดตัว แทนที่จะยื่นจานข้าวให้กินดี ๆ พ่อคุณกลับยื่นข้อเสนอให้จูบแลกข้าวซะงั้น! งานนี้จากปากบอกว่าขยะแขยง แต่พอโดนจูบหนักหน่วงเข้าจริง ๆ ร่างกายของภูผาเจ้ากรรมดันเคลิบเคลิ้มและพ่ายแพ้ให้กับรสสัมผัสอันเร่าร้อน จนถึงขั้นหมดสติคาอ้อมอกมาเฟียไปซะอย่างนั้น! บอกเลยว่าทั้งน่าสงสารทั้งชวนลุ้นตามแบบสุด ๆ
การยอมจำนนในครั้งนี้จะทำให้ภูผาหลุดพ้นจากขุมนรกหรือยิ่งลำบากหนักกว่าเดิมเมื่อสติฟื้นคืนมา และความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความบังคับขู่เข็ญแบบนี้จะเดินหน้าไปในทิศทางไหน เตรียมมาติดตามและลุ้นกันต่อในตอนหน้าได้เลยนะคะ!
ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
