บทที่ 6 ตอนที่ 5 ของเล่นเฮียแสง

ตอนที่ 5 ของเล่นเฮียแสง

แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านสีเข้มตกกระทบบนใบหน้าฟกช้ำที่กำลังจมอยู่ในห้วงนิทราตื่นขึ้นมา ภูผากวาดมองไปรอบห้องนอนที่เงียบสงบ บนเตียงอ่อนนุ่มขนาดใหญ่บ่งบอกได้ดีว่าตอนนี้ได้ถูกย้ายออกมาจากห้องขังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“อะ!” พอจะหยัดกายลุกขึ้นมาก็พบว่าแขนของตัวเองมีสายน้ำเกลือติดอยู่ หรือเป็นเพราะว่าภูผายอมเป็นนางบำเรอแล้วถึงได้ถูกดูแลเป็นอย่างดีขนาดนี้

คนป่วยเหลือบไปเห็นห้องน้ำ ด้านหน้ามีเสื้อผ้าพับและพวกครีมอาบน้ำวางเอาไว้ จึงตัดสินใจดึงสายน้ำเกลือออกแล้วกัดฟันพาสังขารที่ยังไม่หายดีเดินเข้าไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย

ซ่า...ซ่า... สายน้ำกระทบพื้น ร่างเพรียวเปลือยเปล่าภายใต้ฝักบัวยืนนิ่ง เมื่อรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบพาให้สดชื่นที่ไม่เคยได้สัมผัสมายาวนาน ก่อนออกจากห้องน้ำก็เอื้อมมาหยิบผ้าเช็ดตัวที่แขวนเอาไว้หน้ากระจก ดันสะท้อนรอยสักที่แขนให้นึกเจ็บใจจนอยากจะเอามีดมากรีดเนื้อตัวเอง

พลั่ก!... แขนข้างขวาฟาดเข้ากับฝาผนังเต็มแรง ความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาไม่เท่าความเจ็บที่อยู่ในใจ ภูผาจมอยู่กับความเคียดแค้นอยู่นาน กว่าจะปรับอารมณ์ให้เย็นลงได้ก็นานพอสมควร ครั้นเดินออกมาด้านนอก เห็นชายชุดดำใบหน้าเหี้ยมเกรียมเดินถือข้าวผัดกะเพราจานโตเข้ามาในห้อง ความหิวโซมันทำให้ภูผาพุ่งเข้าไปรับมากินอย่างหิวโหย ข้าวคำน้ำคำแทบสำลักเกือบติดคอ จนกระทั่งอิ่มก็โยนขวดน้ำที่กระดกเข้าปากจนเกลี้ยงทิ้งไป แล้วเรอออกมาเสียงดัง

“ไอ้แสงอยู่ไหน” เอ่ยถามคนเป็นลูกน้องด้วยความสงสัย

“เฮียแสงทำงาน”

“ทำที่ไหน”

“ในบ้านนี่แหละ มึงจะถามทำไม”

“กูมาทวงสัญญาเรื่องรอยสัก ให้มันไปหาช่างมาที”

“งั้นก็ตามกูมา”

ชายฉกรรจ์ออกไปแล้ว ภูผาเริ่มมีเรี่ยวแรงรีบเดินตามหลังมาติด ๆ สายตาเหลือบมองไปรอบข้าง บอดีการ์ดเยอะแยะมากมายกำลังเดินสวนกันไปมา แสงหิรัญมีอำนาญมากสุดในแถบตอนใต้ ตำรวจทุกนายย่อมอยู่ในความดูแล ถึงธุรกิจของแสงหิรัญจะมีแต่สิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่ถึงกระนั้นพวกตำรวจก็ยอมปิดตาข้างเดียว เพียงเพราะอำนาจของเงินมันหอมหวานยิ่งกว่าอาหารโอชะชั้นเลิศเสียอีก

เดินตามมาได้ไม่ไกลก็มาหยุดอยู่ที่ชั้นสองของตัวคฤหาสน์ ก๊อก ๆๆ... ลูกสมุนเคาะประตูห้องทำงาน

“ใคร” น้ำเสียงโทนแข็งกระด้างถามออกมาจากทางด้านใน

“ไอ้ผามีเรื่องอยากคุยด้วยครับเฮีย”

“รอแป๊บ” เพียงเท่านั้นเสียงก็เงียบไป ไม่นานบานประตูก็ถูกเปิดออก ทว่าไม่ใช่แสงหิรัญที่เปิดประตู แต่เป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยสวมใส่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเดินออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจ มองเลยเข้าไปด้านในเห็นชายล่ำสันกำลังรูดซิปกางเกง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาทำอะไรกัน มาได้ถูกจังหวะเสียด้วย

“มีอะไร หายดีพอที่จะให้กูเอาแล้วเหรอ” ชายวัยสามสิบหกยกมือสองข้างขึ้นมากอดอก สายตาคมกริบจ้องมองร่างเพรียวที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิมหน่อย

“เปล่า กูแค่อยากให้มึงหาคนมาลบรอยสักให้กู” เอ่ยบอกความต้องการออกไป ในตอนนี้พวกเขาอยู่ในห้องเพียงแค่สองคนเท่านั้น ทำให้คนไม่ทันได้ระวังตัวเริ่มประหม่า เพราะอยากจะลบรอยสักจนลืมไปว่าแท้จริงแล้วจุดประสงค์ของแสงหิรัญนั้น ต้องการอะไรจากตัวเขากันแน่

“กูยังไม่ทันได้ประโยชน์อะไรจากตัวมึงเลย เรียกร้องแล้วเหรอ”

“แล้วมึงจะให้กูทำอะไร”

“ก็ไม่เห็นต้องถามให้โง่เลย” ใบหน้าคมคายกระตุกยิ้มมุมปาก มือหนาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดแล้วสูบสารนิโคตินเข้าไปในปอด ก่อนจะพ่นออกใส่หน้าว่าที่นางบำเรอตัวเองที่ยืนเม้มริมฝีปากตัวแข็งทื่อ

“ตะ... แต่ตอนนี้กูยังไม่พร้อม ร่างกายกูยังไม่หายดี” เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ดวงตาสั่นระริกมีความหวาดหวั่นอยู่ในที แสงหิรัญเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน หย่อนก้นนั่งลงที่เก้าอี้หนังสีดำราคาแพงท่าทางสบายใจ ดับก้นบุหรี่ใส่กับกระถางขนาดเล็กแล้วยกมือมาประสานกัน

“งั้นวันนี้กูจะใจดีก็ได้”

ภูผาผ่อนลมหายใจโล่งอก อย่างน้อยก็เอาตัวรอดไปอีกวันที่ยังไม่เสียเอกราชให้กับคนหื่นกามอย่างแสงหิรัญ

“แต่...”

“...” เม็ดเหงื่อเริ่มผุดมาตามกรอบหน้าหล่อแกมสวย เพิ่งจะหายใจหายคอได้สะดวกเองแต่ก็ต้องมานั่งลุ้นว่าเฮียแสงต้องการให้เขาทำอะไร ภาวนาอย่างยิ่งว่าอย่าทำอะไรที่มันสัปดนเลย

“อมให้กูหน่อย”

พรึ่บ!... ยังไม่ทันได้ตอบตกลงท่อนเนื้อขนาดเก้านิ้วก็ถูกงัดออกมา กางเกงสแล็กสีดำถูกรั้งลงมากองตรงข้อเท้าพร้อมกับอันเดอร์แวร์สีเข้ม ความเป็นชายดีดผึงขึ้นมาตั้งผงาด หัวหยักตั้งชูชันเป็นลำแข็งประดับด้วยเส้นเลือดปูดโปนสุขภาพดี 

“อมสิ”

“คือ... เอ่อ...” ภูผากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สีหน้าดูตื่นตระหนกเมื่อเห็นขนาดที่ใหญ่โต

“ยืนบื้ออยู่ทำไม กูปวดไปหมดแล้วนะ” เอ่ยเสียงดุเมื่อเห็นภูผาเอาแต่ยืนนิ่ง ความปวดหนึบที่ส่วนนั้นมันแทบจะแตกระเบิดออกมา อาจเพราะอารมณ์ที่คั่งค้างกับหญิงสาวเมื่อสักครู่ มันเกือบจะเข้าด้ายเข้าเข็มแล้วแต่ก็ถูกรบกวนทำให้ขาดตอนเสียก่อน

“กะ... กูยังไม่พร้อม กะ... กูยังไม่หายป่วยเลย” เอ่ยเสียงกระท่อนกระแท่น ริมฝีปากสั่นด้วยความหวาดหวั่น

“อย่ามาสำออย คนอย่างมึงถึกยิ่งกว่าควายอีก”

“...”

“ถ้ามึงช้ากว่านี้ กูบอกเลยไม่ได้จบแค่อมของกูแน่”

ภูผาก้าวขาออกไปอย่างเก้ ๆ กัง ๆ แสงหิรัญทอดมองมาพร้อมกับมือหนาที่กดบ่าคนเด็กกว่าให้นั่งคุกเข่าลงตรงกลางหว่างขา ส่วนปลายหัวเห็ดบานแดงมีน้ำสีใสไหลซึมออกมาบ่งบอกถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเกินขีดจำกัด พาให้คนมองใจสั่นระรัว

หมับ!... อดีตนักเลงตัดสินใจกำเอ็นอุ่นไม่มั่นคงนัก จับชักรูดรุนแรงจนได้ยินเสียงของสันมือกระทบกับหน้าขา

“อ่าส์ มือสากฉิบ แต่เสียวดี”

“กูใช้มืออย่างเดียวไม่ได้เหรอ”

“กูบอกให้อม ไม่ได้ให้ชักว่าว” แสงหิรัญสายตาดุดันแสดงความไม่พอใจจนภูผาขนลุกซู่

“มึงยังไม่เสร็จเลย จะรู้ได้ไงว่าชอบ”

“คนอย่างมึงไม่มีทางเลือก ก็แค่หมาตัวหนึ่งที่ต้องทำตามเจ้านายสั่ง บอกให้อมก็อมเร็ว ๆ ดิวะ” เส้นความอดทนขาดสะบั้น พยายามข่มความใจร้อนค่อย ๆ พูดอยู่นานแต่ดูเหมือนภูผาจะย่ามใจ แสงหิรัญไม่ใช่คนใจดี ยอมลดหย่อนโทษให้ภูผามีโอกาสแก้ตัวทำให้เจ้านายคนใหม่พอใจก็ถือว่าบุญหัวเท่าไรแล้ว

“มึงอย่าสวนมานะ เดี๋ยวกูทำเอง” ที่พูดออกไปแบบนั้นเพราะตัวเขาเองก็เป็น ในตอนที่ถูกคู่นอนอมท่อนเขื่องก็เผลอกระแทกไปตามห้วงอารมณ์กระสัน มาตอนนี้เหมือนถูกเวรกรรมตามทันอย่างไรไม่รู้เลย

ดวงหน้าเรียวก้มลงไปแตะชิมท่อนปลายหัวบากที่ร้อนผ่าว อ้าปากอมส่วนปลายคาเอาไว้ ขนาดของมันใหญ่กว่าเขาไปมาก ทั้งที่ของภูผาเองก็ใหญ่เกินกว่ามาตรฐานชายไทยอยู่แล้ว ความรู้สึกกระดากปากที่ต้องอมท่อนเนื้อเท่าแขน แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องตาโปนเมื่อถูกรั้งท้ายทอยกดเข้ามาเต็มแรงจนใบหน้าแนบกับหน้าท้อง ความใหญ่ยาวสอดลึกเข้าไปถึงคอหอยจนแทบหายใจไม่ออก ความเจ็บแปลบข้างมุมปากเกือบฉีก จนต้องยกมือขึ้นมาผลักหน้าท้องแสงหิรัญ

“เบาดิวะ!”

“ก็มึงลีลาเอง อ่าส์” เสียงครางต่ำในลำคออย่างพึงพอใจเมื่อถูกความหยุ่นนุ่มละเลงลงมาที่ส่วนปลายหัวหยัก ท่าทางดูเป็นงาน สงสัยจะผ่านประสบการณ์เรื่องอย่างว่ามาโชกโชน แต่ถึงอย่างนั้นแล้วแสงหิรัญก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่ทราบสาเหตุ ภูผาตั้งใจลากลิ้นเลียไปตามความยาวแท่ง ขบกัดดูดเม้มแท่งร้อนระอุที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดประดับปูดโปนราวกับว่าจะเอาคืนด้วยการทำให้มาเฟียหนุ่มเสียวตายไปเลย

“ดีมาก อ่าส์ ปากมึงแม่งเอามันฉิบ”

“อ๊อก! อุก!” อารมณ์กระสันทำให้ชายวัยสามสิบหกเริ่มทนไม่ได้ เผลออัดเอวสวนกับปากของภูผา ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่อยากลบรอยสักบนแขนทำให้ภูผาถึงกับยอมทำเรื่องแบบนี้ แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลสำคัญที่ภูผายอม เพราะการมีชีวิตรอดไปพบน้องชายฝาแฝดต่างหาก คือสิ่งที่ตัวเองปรารถนาและเฝ้ารอว่าต้องมีสักวัน

ภูผายังคงดูดแก่นกายใหญ่จนเกิดเสียงดังน่าอายไปทั่วห้องทำงาน น้ำตาลูกผู้ชายเริ่มไหลออกมาเมื่อรู้สึกเจ็บคอหอยอย่างทรมาน บริเวณลำคอพองเป็นรูปลำเนื้อชัดเจน

“อ่าส์ ดูดแรง ๆ หน่อย มีแรงแค่นี้เองเหรอมึง” มือแกร่งคว้าเส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่สระมายังไม่ทันแห้งดี จิกทึ้งดึงเข้ามารับกับท่อนเนื้อขยับเข้าออกอย่างเอาแต่ใจ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้าง กระบอกตาร้อนผ่าวกลั้นน้ำตาแห่งความเจ็บปวดเอาไว้ไม่ไหว

“อ๊อก! ไอ้เหี้ย กูเจ็บ อึก!” ร่างกายใหญ่โตของภูผา ไม่น่าเชื่อว่ามันจะสร้างความยั่วยวนให้เกิดอารมณ์ทางเพศได้

“ซี้ดดด ดีมากไอ้ผา กูจะแตก” แค่เห็นปากบางอมท่อนเขื่องก็เสียวจวนจะแตะขอบสวรรค์ น่าแปลกที่มาเฟียผู้เหี้ยมโหดเป็นคนอึดมาก แต่เพียงจ้องมองแก้มตอบยามครูดท่อนเนื้อเข้าปาก ลำเนื้อใหญ่ยาวก็กระตุกคาปากพร้อมกับน้ำขาวขุ่นเข้าไปในโพรงปาก

“ห้ามคาย กลืนลงไปสิ ซี้ดดด”

ความอุ่นร้อนไหลลงสู่ลำคออย่างเลี่ยงไม่ได้ ได้กลิ่นน้ำคาวอ่อน ๆ ยามเมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระ น่าแปลก แทนที่ภูผาจะสำรอกอาเจียนและรู้สึกสะอิดสะเอียนสิ่งพวกนี้ แต่กลับไม่ได้รู้สึกแย่อย่างที่ควรจะเป็น

แอดดด!... เป็นจังหวะเดียวกันกับที่บานประตูห้องทำงานเปิดออก โชคดีที่โต๊ะทำงานบังช่วงล่างที่โป๊เปลือย แสงหิรัญจึงดึงกางเกงขึ้นมาใส่ไว้ได้ทันท่วงที

ปึก!... คนโตกว่ารีบยกปลายเท้าถีบคนที่นั่งทำหน้ามึนอยู่ตรงหว่างขากระเด็นออกไปเหมือนกลัวผู้เข้ามาใหม่รู้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขากำลังทำอะไรกัน

“โอ๊ยยย! ไอ้เหี้ย เสร็จแล้วถีบหัวส่งเลยนะ” ภูผาลุกขึ้นชี้หน้าด่า ก่อนยกมือขึ้นมาเช็ดคราบเหนียวข้นคล้ายนมข้นหวานข้างมุมปาก

“มีอะไรหรือเปล่าคะม่านฟ้า ทำไมไม่เคาะประตูก่อน” โทนเสียงทุ้มอ่อนนุ่มเอ่ยถามน้องสาว ชวนให้อดีตนักเลงหัวไม้หมั่นไส้อยากยกตีนขึ้นมาถีบปากมาเฟียแก่

ถ้าแม่งกลัวเมียรู้ขนาดนั้นจะให้เขามาทำเรื่องระยำตำบอนแบบนี้ทำไม

“ถ้าเคาะ ฟ้าก็ไม่รู้สิคะว่าจริง ๆ แล้วเฮียมีรสนิยมต่ำขนาดไหน” สายตากลมโตคู่นั้นดูแข็งกร้าว มีความไม่พอใจอยู่ในที

ภูผาไม่ได้สะทกสะท้าน คิดว่าตัวเองไม่ผิด คนที่ผิดคือไอ้เหี้ยแสง หวงผัวขนาดนี้ทำไมถึงปล่อยให้มาทำเรื่องเลวทรามกับคนอื่นได้

ร่างบอบบางในชุดสายเดี่ยวทับด้วยกระโปรงสั้น เดินเข้าไปนั่งตักคนเป็นพี่ชายอย่างไม่ถือตัว เธอทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ใครจะคิดอย่างไรก็ไม่ได้สนใจ มือสองข้างยกขึ้นมากอดอก ส่งสายตาโกรธเคืองให้แสงหิรัญที่เริ่มทำตัวไม่ถูก

“เฮียอธิบายมาสิคะ เรื่องแบบนี้หนูขอเฮียแล้วไง แต่เฮียไม่ทำตามที่ฟ้าขอเลย แบบนี้ฟ้าควรจัดการกับไอ้หมอนี่อย่างไรดีคะ” เธอชี้ไปทางภูผาที่กำลังทำหน้าเบื่อโลกมาดูผัวเมียพลอดรักกัน

“เฮียไม่เคยจริงจังกับใคร หนูก็เห็นนี่คะ”

“ไม่จริงจัง แต่เฮียก็ควรจะเลือกบ้างนะคะ”

“หนูกลัวเฮียรักคนอื่นมากกว่าหนูหรือไง”

“แล้วไม่ได้หรือคะ” คนหวงพี่ชายทำปากพองลม ใบหน้าสวยขมวดคิ้วไม่คลายกลัวเฮียแสงจะรักคนอื่นมากกว่าตัวเอง

“เฮียไม่มีทางเอามันมาเป็นเมียหรอกค่ะหนู สบายใจได้” มือใหญ่รั้งร่างคนบนตักเข้ามาตระกองกอด ยกมือขึ้นมาลูบศีรษะด้วยความเอ็นดู

จุ๊บ!... แต่แล้วก็ถูกหญิงสาวขโมยหอมแก้ม ทั้งยังมีรอยลิปสติกสีแดงติดอยู่เป็นรูปปากด้วย

“ดีมากค่ะ คนอย่างเฮียแสงไม่ควรรักใคร นอกจากหนูคนเดียวเท่านั้น หนูรักเฮียนะคะ”

“เฮียก็รักหนูค่ะเด็กดี”

Take : สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เดินทางมาถึงตอนที่ห้ากันแล้ว บอกเลยว่าความแซ่บ ปั่นป่วน และน่าหมั่นไส้ของ 'แสงหิรัญ' นี่คือยืนหนึ่งแบบไม่มีใครเกิน! หลังจากตกลงเงื่อนไขกันได้ ภูผาของเราก็ต้องยอมจำนนและรับบทเป็นของเล่น (แถมยังต้องรับหน้าที่ปรนเปรอความใคร่) ให้กับมาเฟียหนุ่มตัวโตเพื่อแลกกับการลบรอยสัก

แต่ความพีคมันอยู่ตรงที่ในขณะที่ภูผากำลังก้มหน้าก้มตาทำงาน (แบบจำใจสุด ๆ) บานประตูห้องทำงานก็ดันเปิดผางต้อนรับ 'ม่านฟ้า' น้องสาวสุดที่รักของเฮียแสงเข้าซะได้ งานนี้ทำเอามาเฟียหนุ่มรีบถีบหัวส่งคนตัวเล็กแทบไม่ทัน แถมยังออกปากปฏิเสธเสียงแข็งแบบไร้เยื่อใยว่าไม่มีวันเอานักมวยปากแจ๋วมาทำเมียเด็ดขาด!

โอโห... ฟังแบบนี้แล้วเจ็บจี๊ดแทนภูผาจริง ๆ ค่ะ อุตส่าห์ยอมทำตามคำสั่งทุกอย่างแต่กลับโดนตีค่าเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อแถมยังโดนเขี่ยทิ้งต่อหน้าน้องสาวอีกต่างหาก งานนี้ความแค้นในใจของภูผาจะพุ่งทะยานขึ้นไปอีกกี่เท่าตัว และความสัมพันธ์ใต้ดินแบบลับ ๆ ระหว่างเจ้านายกับอดีตนักมวยคนนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไร เตรียมมาลุ้นและติดตามตอนต่อไปด้วยกันนะคะ!

ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจสำคัญให้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป