บทที่ 6 ไม่ได้ตั้งใจอ่อย

“พูดมากกันอยู่ได้ ไปเช็ดอินได้แล้วไป” แซมพูดบอกไปเพราะตอนนี้คนมาเช็ดอินก็เริ่มเยอะแล้ว เขาจึงต้องเตือนเพื่อนทั้งสองให้รีบไป เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่ได้นั่งด้วยกัน เนื่องจากมันเป็นสายการบินภายในประเทศ และบินตรงไปที่สมุยเลยจึงเป็นเครื่องบินลำเล็ก ไม่ใช่ลำใหญ่ที่จะนั่งแบบสะดวกสบาย

“เชิญทางนี้เลยครับ” พนักงานหนุ่มที่กิติกรแอบติดสินบนไว้ รีบพูดเป็นภาษาอังกฤษเพื่อเชิญให้หนุ่มฝรั่งเสื้อขาวมาเช็คอินที่เขา เพราะวันนี้เปิดหลายเคาน์เตอร์เขากลัวว่าเขาจะพลาด จนเพื่อนๆของหนุ่มฝรั่งไปเคาน์เตอร์ข้างๆ แล้วเขาก็ได้เช็ดอินให้กับหนุ่มฝรั่งคนนี้

“มีกระเป๋าโหลดใต้เครื่องไหมครับ” พนักงานถามออกไปเป็นภาษาอังกฤษ แล้วมองใบหน้าหล่อแบบอึ้งๆ เพราะดูใกล้ๆแล้วก็หล่อมากจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่พี่คนเมื่อกี้มาติดสินบนเข้าให้ล็อคที่นั่งไว้ เพราะฝรั่งคนนี้งานดีแบบนี้นี่เอง เอาล่ะ เขาจะถือว่าช่วยคนให้ได้รักกันก็แล้วกัน

“มีครับ” อาเธอร์พูดตอบเป็นภาษาอังกฤษออกไป เพราะถึงเขาจะเป็นลูกครึ่งไทยอิตาเลี่ยน แต่เขาก็โตที่อิตาลี่ ไม่ใช่เมืองไทย จึงไม่สามารถพูดไทยได้ เนื่องจากแม่ของเขาได้เสียชีวิตไปตั้งแต่เขาเด็กๆแล้ว จากนั้นเขาก็ทำการเช็คอิน แล้วก็เดินเข้าเกรดไปรอขึ้นเครื่องด้านในพร้อมกับเพื่อนๆ

ด้านมาติกาก็รีบลากกระเป๋ามาอย่างรีบเร่ง เพราะรถติดจนทำให้เธอมาช้าในวันนี้ พอมาถึงก็เจอวาริตาและกิติกรนั่งรออยู่แถวหน้าเคาน์เตอร์เช็ดอินแล้ว โดยมีลูกๆของวาริตามาด้วย นั้นก็คือน้องวินและน้องวาว ซึ่งเป็นหลานรักของเธอนั่นเอง

“หืมยัยมายด์ ถ้าแกจะใส่แบบนี้มานะ ไม่ต้องไปถึงสมุยแกก็หาผัวได้แล้วล่ะ” กิติกรพูดแขวะการแต่งตัวของเพื่อนสาวออกไปแบบอิจฉาในหุ่นอันมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ดูดีอย่างอดไม่ได้ เพราะวันนี้มาติกาใส่ชัดเดรสสายเดี่ยวสีเท่ายาวไปถึงหน้าขา แล้วมันก็มีรอยแยกให้ดูเซ็กซี่ที่ปลายกระโปรงรัดรูปนี้

“เผ็ดพริกร้อยเม็ดเลยแก ฉันกราบเลยยัยมายด์” วาริตาก็เอ่ยชมเพื่อนสาวไปอย่างชอบใจในการแต่งตัวของเพื่อนสาว ที่แต่งชุดไหนก็ดูดีไปหมด

“พวกแกก็ ฉันก็แต่งธรรมดาเองนะ อีกอย่างนี่เราไปทะเลนะ แกจะให้ฉันใส่เสื้อกันหนาวหรือไงเล่า แบบนี้แหละ สวยและเซ็กซี่ดี” มาติกาพูดบอกไปก็ทำท่าเซ็กซี่ให้เพื่อนทั้งสองดูแบบขี้เล่น

“จ้า นี่ธรรมดามาก แหวกหน้าจนนมหกขนาดนี้ แต่ก็ดีแล้วแหละแก มีของดีก้ต้องโชว์ วันนี้ฉันเจอเหยื่อคนแรกของแกแล้ว ถ้าแกสนใจก็ลองอ่อยได้เลย หล่อมากบอกเลย งานดีสุดๆจริงไหมยัยว่าน” กิติกรพูดไปก็ทำท่าทางประกอบไปด้วย จนมาติกาพยักหน้าแล้วคิดจินตนาการไปว่ามันจะแค่ไหนกัน ยัยกีกี้ถึงอวยขนาดนี้

“เออจริง แต่คนนี้เป็นฝรั่งนะแก แกลองไปดูก่อนถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องอ่อยก็ได้” วาริตาพูดบอกเพื่อนสาวไปอย่างให้มีทางเลือก เพราะก่อนหน้านี้มาติกาบอกว่าจะไม่เอาฝรั่ง

“งั้นฉันไม่เอาหรอก แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบฝรั่ง ต่อให้จะหล่อขนาดไหนก็เถอะ ฉันไม่สู้ฝรั่งหัวทองจริงๆอ่ะแก” มาติกาพูดบอกไปแบบปฎิเสธ เพราะเธอชอบแบบเอเชียมากกว่าจะเป็นหนุ่มฝรั่งหัวทองตัวใหญ่ๆ

“ไม่เอาไม่ได้ แกดูคนนี้ก่อน หัวไม่ทองแน่นอน ดีไม่ดีอาจจะเป็นลูกครึ่งอะไรสักอย่างในเอเชียนี่แหละ ดูจ้ะ ถ้านี่ไม่ใช่สเปคแกนะ ให้เอามีดมาแทงฉันได้เลย” กิติกรพูดบอกไปอย่างรับประกันว่านี่คือสเปคของมาติกาอย่างแน่นอน เพราะเขาเป็นเพื่อนกับมาติกามาสิบกว่าปี เขารู้ว่ามาติกาชอบผู้ชายแนวไหน ถ้าไม่นับนิสัย หนุ่มเสื้อขาวก็ถือว่าผ่านเลยล่ะก่อจะเอารูปในมือถือที่เขาถ่ายไว้ให้เพื่อนสาวดู

“โฮ่แก หน้าอย่างกับชีวอนอ่ะ แกนี่เริดจริงๆเลยกีกี้ หาคนแรกก็ทำให้ฉันใจอ่อนแล้วอ่ะ แล้วนี่ฉันจะถึงสมุยไหมเนี่ย” มาติกาพูดไปก็ขยายรูปซูมแบบชัดๆ แต่มันถ่ายจากระยะไกล เธอจึงมองไม่ชัดเท่าไหร่ แต่พอดูเคร่าๆแล้วหน้าตาและหุ่นของเขาอย่างกับชีวอนวงซุปเปอร์จูเนียร์ที่เธอชอบเลย แบบนี้แหละเหมาะแก่การเอามาทำพันธ์มาก

“ถึงไม่ถึงไม่รู้ รู้แต่ว่าแกต้องอ่อยเขา แกถึงจะได้ เพราะสาวๆคนอื่นก็มองเขาตาเป็นมันเหมือนกันแหละ” กิติกรพูดบอกไปตามที่เขาเห็นว่าสามหนุ่มนั้นเป้นที่สนใจของสาวๆโดยเฉพาะสาวไทยที่ดูแล้วจะดีด้ากันเหลือเกิน

“แล้วฉันจะอ่อยยังไงเล่า ตัวจริงเขายฉันยังไม่เคยเจอเลย” มาติกาพูดบอกไปก็ทำหน้ามุ้ย ต่างจากเพื่อนหนุ่มที่กำลังยิ้มออกมาแบบเจ้าเล่ห์

“ฉันจัดการหาทางให้แกอ่อยเขาไว้แล้วล่ะ เหลือก็แต่แกนั่นแหละจะอ่อยเขาสำเร็จไหม” กิติกรพูดบอกไปก็ยิ้ม แล้วมองหน้าเพื่อนสาวไป

“ยังไงอ่ะแก เราจะขึ้นเครื่องแล้วนะ แล้วฉันจะอ่อยเขายังไง” มาติกาถามไปแบบงงๆ เพราะเพื่อนของเธอจะให้ไปอ่อยเขาบนเครื่องหรือไง

“ก็อ่อยบนเครื่องบินนั่นแหละ ฉันให้พนักงานล็อคที่นั่งของเขาไว้แล้ว แกแค่ไปเชคอินแล้วลังจากนั้นแกก็จะได้นั่งกับพ่อหนุ่มสุดหล่อคนนั้นได้ แล้วถ้าอ่อยสำเร็จอ่ะน่ะ แกก็ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อผู้ชายเลยยัยมายด์” กิติกรบอกไปตามที่เขาคิดไว้

“ฉันว่าสำเร็จแน่ สวยๆแบบยัยมายด์ ใครจะไม่ชอบบ้างล่ะ ฉันว่าเรารีบไปเช็ดอินกันเถอะ จะได้พายัยมายด์เข้าไปดูตัวจริงของผู้ชายคนนั้น แล้วฉันก็อยากจะเห็นยัยมายด์อ่อยเขาด้วยว่าจะทำยังไง ฮ่าๆ ” วาริตาพูดบอกไปอย่างรีบร้อน เพราะเธออยากจะรู้แล้วว่าเพื่อนสาวของเธอจะอ่อยยังไง

“ยัยว่าน แกนี่นะ ฉันไม่ได้ใสๆแล้วย่ะ ตอนนี้ฉันเป็นนักล่า แล้วฉันก็ต้องได้เหยื่อชั้นดีด้วย” มาติกาพูดไปก็ยิ้มพร้อมกับมองรูปหนุ่มหล่อในจอโทรศัพท์อย่างมาดมั่น

“เด็กๆ มานี่เร็ว เราต้องไปเช็คอินกันแล้วลูก มาเร็ว ” วาริตาเรียกลูกทั้งสองคนของเธอทันที จากนั้นเด็กๆก็วิ่งเข้ามาหาเธอก่อนจะเข้าไปกอดมาติกาอย่างออดอ้อน โดยเฉพาะน้องวินที่ติดมาติกามาตั้งแต่เด็กๆแล้ว

“ฉันนึกออกแล้วล่ะว่าจะให้ยัยมายด์อ่อยยังไงดี” กิติกรพูดไปก็มองมาติกาสลับกับน้องวิน เพราะงานนี้คงต้องใช้กามเทพตัวน้อยอย่างน้องวิน ช่วยเป็นพ่อสื่อให้ซะแล้วล่ะ

“อีกีกี้ แกจะใช้ลูกฉันเหรอ” วาริตาถามออกไปทันที เพราะแค่ดูสีหน้าและแววตาของกิติกรเธอก็พอจะเดาออกแล้ว ว่ามันจะใช้ลูกเธอเป็นเครื่องมือช่วยมาติกา

“เออน่ะสิ ให้น้องวินไปนั่งกับยัยมาย์ด ส่วนแกกับฉันแล้วก็น้องวาวก็นั่งด้วยกัน เดี๋ยวแกบอกให้น้องนั่งริมหน้าต่างนะ ยัยมายด์จะได้นั่งใกล้ๆกับฝรั่งคนนั้น” กิติกรพูดบอกแผนออกไป จนวาริตาและมาติกามองหน้ากัน

“แกมันร้ายมากเลยกีกี้  ฉันยอมเลย” วาริกาพูดบอกไป ก่อนจะนั่งลงบอกให้ลูกชายว่าถ้าขึ้นเครื่องแล้วต้องนั่งกับน้ามายด์ แล้วต้องขอนั่งริมหน้าต่าง โดยเธออ้างกับลูกว่าลูกของเธอจะได้ดูวิวสวยๆแล้วจะได้ไปอวดเพื่อนๆ

“แกก็ร้ายเหมือนกันแหละยัยว่าน แต่ฉันต้องขอบคุณแกสองคนมากนะ อุตส่าห์มาเป็นเพื่อนฉันแถมยังช่วยฉันทุกอย่างเลย ถ้าฉันมีลูกได้สำเร็จฉันจะไม่ลืมพวกแกเลย” มาติกาพูดไปก็เข้าไปกอดเพื่อนทั้งสองอย่างรักใคร่ จะมีเพื่อนคนไหนดีเท่าสองคนนี้อีก เธอดีใจจริงๆที่มีเพื่อนดีๆแบบนี้

“เพื่อนกัน ถ้าไม่ช่วยกันจะเรียกว่าเพื่อนได้ยังไงล่ะแก” วาริตาพูดบอกไปก็กอดมาติกาอย่างรักเธอเช่นกัน

“พอแล้วๆ รีบไปเช็คอินแล้วทำตามแผนกันเถอะ” กิติกรบอกไปก็เดินนำสองสาวไป โดยวริกาก็จูงมือน้องวาวลูกสาวคนเล็กของเธอไป ส่วนมาติกาก็จูงมือน้องวินลูกชายคนโตของวาริตาไปอย่างน่ารัก เพราะเธอช่วยวาริตาเลี้ยงน้องวินมาตั้งแต่เด็กๆ น้องวินจึงติดเธอมาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป