บทที่ 7 ล็อกเก็ต

ตอน ล็อกเก็ต

หลายวันต่อมา

รสรินกำลังใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดห้องนั่งเล่นอยู่ ส่วนสามีของเธอก็กำลังนั่งดูรายการโทรทัศน์อย่างเพลิดเพลิน แต่ในระหว่างที่ดูรายการโทรทัศน์ก็มีหลายครั้งที่เจ้าตัวแอบเหลือบมองรสรินจนเธอเริ่มรู้สึกตัวว่าถูกมอง หญิงสาวจึงตัดสินใจหันไปมองหน้าเขาตรงๆ ในคราแรกชายหนุ่มก็ตกใจที่เป้าหมายรู้ตัว แต่ก็ส่งยิ้มให้เธอ

“มีอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าอยากเข้าห้องน้ำ” เธอถาม

“เปล่าครับ ไม่มีอะไร” เขาตอบตามตรง

“อ๋อ...” ว่าแล้วก็ทำความสะอาดต่อ ก่อนศรันย์จะตัดสินใจถามอะไรบางอย่างออกไป ซึ่งมันก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาอยากรู้

“ถามอะไรหน่อยสิ”

“คะ” เธอขานรับ ก่อนจะปิดเครื่องดูดฝุ่นและหันมาตั้งใจฟังในสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะพูด

“คุณเกลียดผมมั้ย” พอลองมาคิดๆ ดูเมื่อก่อนความสัมพันธ์ของเขากับเธอก็ค่อนข้างจะห่างเหินและตึงเครียดกันมาก เพิ่งจะได้มาใกล้ชิดและมีความรู้สึกดีๆ ให้กันตอนที่ศรันย์ขาหักนี่แหละ

“ก็ไม่นี่คะ” เธอตอบตามความรู้สึกจริงๆ

เมื่อก่อนตอนที่รู้ว่าจะต้องแต่งงานกับผู้ชายคนนี้หญิงสาวยอมรับว่าเธอไม่ชอบขี้หน้าเขาเลย ไม่ชอบแววตาเจ้าชู้ที่เขาชอบส่งมาให้ เธอไม่ชอบผู้ชายลุคแบดบอยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งไม่ได้รักกันก็ยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่

ช่วง 2 เดือนแรกที่แต่งงานกับเขาความสัมพันธ์ของคนสองคนมันช่างห่างเหินกันมาก ไม่ได้มีกลิ่นไอความเป็นคู่รักเลยสักนิด แต่เธอก็สบายใจที่เขาไม่เข้ามายุ่งกับเธอมากเกินไป เรียกได้ว่าไม่ได้มีความสุขแต่ก็สบายใจ ยังพอทนอยู่ด้วยได้

แต่ปัจจุบันได้มาดูแลเขาอย่างใกล้ชิด ได้พูดคุยได้เห็นหน้ากันมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน หญิงสาวก็รับรู้ได้ว่าศรันย์ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรเลย เขาก็เป็นคนธรรมดาที่มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง ในเมื่อเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เธอก็คงจะเป็น ‘เพื่อน’ กับเขาได้

“แล้วคุณชอบผมมั้ย” อยู่ๆ เขาก็ถามอะไรแบบนี้ออกไป และก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องรู้สึกลุ้นกับคำตอบมากๆ

“ก็ชอบค่ะ คุณคงจะเป็นเพื่อนอีกคนของฉันได้” ตอบพร้อมกับรอยยิ้ม นี่คือฐานะที่หญิงสาวพอจะมอบให้เขาได้

จึก! อยู่ๆ หัวใจอันแข็งแกร่งก็รู้สึกเจ็บปวดกับคำว่า ‘เพื่อน’ ราวกับรสรินเป็นคนนำลูกธนูอันแหลมคมมาปักที่ดวงใจของเขา

“อ๋อ ครับ” เขาตอบ แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมามันช่างดูเหมือนกับว่าชายหนุ่มกำลังสิ้นหวัง ส่วนคนที่ไม่รู้อะไรบ้างเลยอย่างรสรินก็ทำงานบ้านต่อไปอย่างเพลิดเพลิน ต่างจากสามีของเธอที่รู้สึกปวดร้าวในอกข้างซ้ายไปหมด แต่ในระหว่างนั้น...

“อุ๊ย!...” รสรินตกใจมากๆ เมื่อสร้อยล็อกเก็ตที่สำคัญดันตกลงพื้นเพราะสายสร้อยขาด

“ขาดเลย” เธอทำเสียงเหมือนจะร้องไห้เมื่อหยิบสร้อยขึ้นมา และพบว่าสายสร้อยมันขาด

“สายสร้อยขาดเหรอ” คนที่กำลังช้ำใจอยู่เอ่ยถาม

“ค่ะ” เธอตอบพลางมองมันด้วยสายตาเศร้าๆ

“มันซ่อมได้หนิ ผมซ่อมเป็นนะ ให้ผมช่วยมั้ย” เขาทำได้อย่างที่พูดจริงๆ ถึงแม้จะไม่ได้มีความสามารถทางด้านนี้มากนัก แต่ชายหนุ่มก็เคยทำสร้อยขาด เคยทำของบางอย่างพังและต้องซ่อมมันด้วยตัวเอง ซึ่งพอดูดีๆ แล้วสร้อยเส้นนี้ก็น่าจะซ้อมไม่ยาก

“คุณทำได้จริงๆ เหรอคะ” ดูเธอโล่งใจขึ้นมาทันที

“ได้สิ คุณไปหาอุปกรณ์มาให้ผมก็พอ”

“แล้วมันต้องใช้อะไรบ้างคะ ฉันจะไปหาให้” หญิงสาวกระตือรือร้นมาก เห็นได้ชัดว่าเธอรักและหวงสร้อยล็อกเก๊ตเส้นนี้มากขนาดไหน

“ก็ต้องใช้...” เพราะในบ้านหลังนี้ไม่มีอุปกรณ์ที่ใช้ซ่อมสร้อยคอได้ เขาจึงบอกให้เธอไปซื้อที่ร้านวัสดุงานซ่อมที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้าน และหญิงสาวก็รีบขับรถออกไปโดยเร็ว

“รักสร้อยเส้นนี่มากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย เขาคงรักมันมากกว่ากูแน่นอน” ว่าแล้วก็มองไปยังสร้อยเส้นสวยที่อยู่ในมือ ยิ่งพูดก็ยิ่งเจ็บ ไม่เข้าใจเลยว่าตัวเองเป็นอะไรไป แต่รับรู้ได้ว่าใจมันเจ็บปวดไปหมด

“เป็นสร้อยล็อกเก๊ตก็แสดงว่าข้างในต้องมีรูป รูปอะไรวะ” แน่นอนว่าถ้าหากเขาเปิดออกมาดูมันคงจะเป็นการกระทำที่เสียมารยาทมาก แต่ในตอนนี้ดันอยากจะรู้มากกว่าอยากรักษามารยาท สองมือของเขาจึงจัดการเปิดสร้อยล็อตเก๊ตออกมา ก่อนจะนิ่งอึ้งไปหลายวินาทีเมื่อเห็นรูปภาพที่อยู่ในนั้น

มันเป็นภาพของรสรินกับผู้ชายคนหนึ่ง ในภาพนี้ทั้งสองสวมชุดกาวน์สีขาว รสรินกำลังยิ้มแย้มอย่างมีความสุข โดยที่ผู้ชายคนนั้นสวมกอดเธอจากทางด้านหลังและหอมแก้มข้างหนึ่งของเธอ แม้จะเห็นเพียงด้านข้างของวงหน้าเพราะเขากำลังหันหน้าไปหอมแก้มรสริน แต่เห็นเพียงเท่านี้ศรันย์ก็รู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ต้องหล่อมาก เพราะเห็นว่าทั้งสองใส่ชุดกาวน์สั้นหนำซ้ำหน้าตารสรินยังดูอ่อนเยาว์กว่าปัจจุบัน ชายหนุ่มจึงคิดว่าภาพนี้น่าจะถูกถ่ายไว้ตอนที่หญิงสาวยังเป็นนักศึกษาแพทย์

‘แฟนเก่าเหรอ มันเป็นใครวะ ทำไมไม่เคยเห็นหน้า โรสก็ไม่เคยโทรคุยกับผู้ชายคนอื่น มันอยู่ไหน ต้องรู้ให้ได้เลย’

ความรู้สึกหลายๆ อย่างกำลังทิ่มแทงหัวใจชายหนุ่ม แวบแรกที่เห็นนั้นอาการใจหายและเจ็บปวดมันพุ่งเข้ามาในใจจนเขาหยุดนิ่งไปหลายวินาที

และตอนนี้สิ่งที่อยากรู้ที่สุดก็คือผู้ชายในรูปมันคือใคร! ชายหนุ่มจึงตัดสินใจแอบใช้มือถือถ่ายรูปสร้อยล็อกเก๊ตเก็บไว้ ไม่ว่าเขาจะมองมันกี่ครั้งและเห็นว่ารสรินดูรักมันมากแค่ไหน คำว่า ‘เจ็บปวด’ มันก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นในความรู้สึกและหัวใจ

เวลาต่อมา ในระหว่างที่กำลังซ่อมสร้อยคอให้เธอ เขาสังเกตเห็นว่ารสรินดูจะสนใจและให้ความสำคัญกับมันมาก

เธอนั่งมองเขาซ่อมจนเสร็จ เธอดูรักมันมากจนอีกใจหนึ่งชายหนุ่มก็แอบคิดว่าอยากจะใช้อุปกรณ์ในมือทำมันให้พังมากกว่าซ่อมแซม

“เสร็จแล้วครับ” ว่าแล้วก็ส่งมันให้เธอ

“ค่อยยังชั่ว ขอบคุณนะคะ”

เธอดูมีความสุข แต่คนที่เศร้ากลับเป็นเขาเอง นอกจากจะรักสร้อยมาก เธอก็คงจะรักคนในรูปมากๆ ด้วย ทำเอาคนมองรู้สึกปวดร้าวไปหมด และก็ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมตัวเองถึงต้องมาเจ็บปวดกับอะไรแบบนี้ 

“เดี๋ยวฉันขอตัวไปออกกำลังกายที่ห้องฟิตเนสก่อนนะคะ” พูดขึ้นหลังจากที่มองนาฬิกา

“ครับ” ตอนนี้เป็นเวลาที่เธอต้องไปออกกำลังกายที่ห้องฟิตเนสซึ่งอยู่บนชั้นสองของบ้าน และเมื่อเธอไม่อยู่มันก็ได้เวลาที่ศรันย์ต้องติดต่อหาญาติพี่น้องของหญิงสาว เพื่อที่จะหาคำตอบว่าไอ้ผู้ชายในรูปนี้มันคือใคร และตอนนี้อยู่ที่ไหน...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป