บทที่ 4 บทที่ 2: บทเรียนแรกของนักเขียนเวอร์จิ้น (18+)
บทที่ 2: บทเรียนแรกของนักเขียนเวอร์จิ้น (18+)
[Trigger Warnings]
3P (มีฉากร่วมเพศสามคนในอนาคต)
Explicit Sex Scenes (การบรรยายฉากร่วมเพศอย่างละเอียด)
Sexual Harassment (การคุกคามทางเพศทั้งคำพูดและการกระทำ)
Dirty Talk (การใช้คำพูดหยาบโลน ลามก)
Non-consensual elements (พฤติกรรมรุกรานพื้นที่ส่วนตัวและการบังคับโดยไม่ยินยอมเต็มร้อยในช่วงแรก)
‘เอาเถอะ ยังไงก็ตั้งใจมาเพื่อมาล่าผู้ชายแล้วเขาจะมองยังไงก็ช่างสิ เอาคนนี้แหละวะ อยากรู้จริงๆ ว่าเรื่องบนเตียงจะเหมือน เอเดนพระเอกนิยายคนนั้นมั้ย’
คนตัวเล็กพยายามปลอบตัวเองในใจ แล้วส่งยิ้มหวานไปให้อีกคนอย่างยั่วยวนเต็มที่เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
“ไปกันครับ แมทธิว”
“เชี่ยมาไม่ถึงสิบนาที คว้าผู้ชายไปแดกแล้วเพื่อนมึงอีปราง” เสียงเพื่อนมะปรางดังไล่หลังมา แต่ผมไม่สนใจหรอก
“ลูกเต๋า มึงโอเคมั้ย” มะปรางส่งสายตาฉายแววเป็นห่วงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่สนใจเสียงเพื่อนที่เอ่ยแซวแต่อย่างใด
“ปรางกูโอเค เดี๋ยวกูเล่าให้ฟังพรุ่งนี้”
“เออๆ ไว้เจอกันเพื่อน”
ผมตัดบทแล้วควงแขนอีกฝ่ายออกไป พร้อมกับพยายามระงับความตื่นเต้นที่กำลังเกิดขึ้นในใจไปด้วย ลากันเสร็จคนทำตัวเจนสนามอย่างผมก็ลากแขนของพ่อหนุ่มแมทธิวออกมาตรงลานจอดรถอย่างไม่รีรอ คล้ายกับว่าอัดอั้นมานาน ซึ่งคนตัวโตเองก็ไม่รอช้าเหมือนกัน มือหนากระชากแขนเรียวเข้าหาตัวแล้วเริ่มบดจูบอย่างร้อนแรงตามอารมณ์ความต้องการของตัวเอง เล่นเอาผมต้องรีบคิดถึงทฤษฎีการจูบที่ควรจะเป็น แล้วตอบสนองออกไปแบบเก้ๆ กังๆ เพียงเพราะไม่อยากให้เขาสงสัยหรือรู้ว่าผมยังอ่อนหัด
มือหนึ่งของแมทธิวบีบปากเล็กของผมเพื่อที่จะให้อ้าปากรับรสจูบร้อนแรงอย่างเอาแต่ใจ อีกมือหนึ่งล้วงเข้าไปในขอบกางเกงแล้วแหย่นิ้วเข้าไปในกางเกงใน ก่อนจะส่งฝ่ามือร้อนเข้าไปหยอกล้อกับแท่งร้อนขนาดน่ารักของคนไร้ประสบการณ์ ทำให้ผมสะดุ้งโหยงแล้วหลุดครางออกมาอย่างลืมตัว
“หึ”
เสียงคล้ายหยันอะไรบางอย่างดังขึ้นจากคนใบหน้าคม ก่อนที่เขาจะยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจแล้วเอ่ยถามเสียงเรียบว่า “รถนายคันไหน”
แต่ผมไม่ทันได้ตอบอะไรเจ้าตัวก็ใจร้อนตัดบทขึ้นมาก่อน “ช่างเถอะ ไปรถฉัน”
เขาพูดพร้อมกับหยิบริโมตรถสปอร์ตออดี้สีขาวคันหรูขึ้นมากดเปิดประตูด้านข้างคนขับ ก่อนจะโยนผมนักเขียนคนล่าสุดเข้าไปที่เบาะอย่างไร้ปรานี ฝ่ายผมยังไม่ทันได้ร้องห้ามอะไร เจ้าของรถก็ตามเข้ามาทั้งอย่างนั้นแล้วปิดประตูรถดังปึ้ง!
เมื่อไฟในรถดับลง แมทธิวก็จัดการเลื่อนเบาะจนสุดแล้วปรับเอนอย่างชำนาญ ก่อนจะนั่งคุกเข่าจ่อหน้ามาตรงกลางหว่างขาของผม มือหนายกขาสองข้างขึ้น ก่อนจะจัดการรูดกางเกงและชั้นในตัวจิ๋วของคนใต้ร่างออกอย่างรวดเร็ว สายตาก็จ้องมองมาที่ส่วนล่างราวกับกำลังมองหาอะไรสักอย่าง ดวงตาคู่คมที่แม้จะอยู่ในที่มืดแต่ก็มองแล้วดูดี แถมตอนนี้ดวงตาคู่นั้นยังกำลังจ้องอยู่ที่... รูจีบ ที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อนของนักเขียนที่ชอบเขียนเรื่องอย่างว่า จนผมได้แต่กรีดร้องในใจให้กับเหตุการณ์ที่ดูเหมือนถูกหมอตรวจภายในยังไงอย่างนั้น!
ใบหน้าสวยของผมแดงฉ่าขึ้นมาแม้จะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เลยสักหยด เมื่อสายตาคมจ้องอยู่ที่ของสงวนแบบตาไม่กะพริบ
ผมได้ยินเขาแค่นหัวเราะออกมาทีหนึ่ง
“เหอะ ว่าแล้วว่ายังซิง จูบยังจูบไม่เป็นยังมาทำตัวเจนสนาม”
“คะ คุณพูดอะไรนะ ผมเปล่าซิงนะ!”
ไม่ต้องเดาก็รู้ตอนนี้หน้าผมคงซีดเป็นไก่ต้มแบบไม่ต้องสงสัย
“ฉันเป็นนักศึกษาแพทย์ ไม่รู้ก็โง่ละ”
เขาปฏิเสธคำแก้ตัวของผมด้วยรอยยิ้มมุมปาก แล้วปล่อยขาสองข้างทิ้งลงอย่างไร้เยื่อใย
บัดซบจริงๆ! แผนที่ผมอุตส่าห์วางไว้ต้องล่มหรือเนี่ย นี่เขาต้องเริ่มใหม่หมดเลยเหรอ? ไม่เอานะ... ใกล้ถึงวันอัปเดตนิยายแล้วจะมาพลาดไม่ได้! มีแต่ต้องหน้าด้านสู้เท่านั้น... เพราะถ้าถอยตอนนี้ ผมก็ต้องกลับไปเขียนนิยายแบบเดาๆ ต่อไปน่ะสิ!
“ดะ ได้โปรดช่วยเปิดซิงผมด้วยครับ ช่วยเปิดประสบการณ์ให้ผมด้วยเถอะ หลับหูหลับตาทำก็ได้” จะอะไรก็ได้ตอนนี้ในความรู้สึกของคนตัวเล็กคือ ต้องไม่กลับไปมือเปล่า ไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ มีแต่ต้องขอร้องเขาเท่านั้น จะพลาดคืนนี้ไม่ได้ ดวงตาคู่งามหลับตาปี๋รอคำตอบจากเขา
"แล้วจะเสียใจที่มาขอร้องคนอย่างแมทธิว"
