บทที่ 8 บทที่ 5 ผมชื่อแอนดริว
บทที่ 5
ผมชื่อแอนดริว
“แมทธิว!!”
เสียงร้องอุทานอย่างตกใจดังขึ้นมาให้ได้ยินเมื่อนัยน์ตาคู่สวยมองเห็นใครบางคนตรงหน้า ทว่า เพียงแค่นาทีต่อมานักเขียนคนเก่งก็เริ่มรับรู้ได้ถึงอะไรแปลกๆ ที่ตัวเขาเองยังไม่เข้าใจเลยว่ามันคืออะไร คล้ายกับว่าบรรยากาศรอบตัวตอนนี้เหมือนไม่ใช่แมทธิวคนปากดีคนนั้นเลยสักนิด ทำไมถึงรู้สึกดูอบอุ่นใจดี ที่สำคัญดวงตายัง…
“ผม แอนดริว ครับ”
"ขะ ขอโทษครับ ผมทักคนผิด"
ลูกเต๋าบอกออกไปน้ำเสียงเจือจางบ่งบอกถึงความอายไม่น้อย ทั้งยังเริ่มตำหนิความสายตาสั้นของตัวเองอีกยกในในใจ เพราะนอกจากใบหน้าที่คล้ายกันแล้ว ก็เหมือนจะไม่มีอะไรที่ผู้ชายคนนี้เหมือนกับแมทธิวเลยสักนิด โดยเฉพาะดวงตาที่ของคนนี้เป็นสีฟ้าสุกสว่างต่างกับคนคืนนั้นที่เป็นสีเทาหม่นลิบลับ
ระหว่างที่ลูกเต๋ากำลังตบตีกับความคิดตัวเองนั้น จู่ๆ ผู้ชายปริศนาตรงหน้าก็ส่งยิ้มมุมปากมาให้ แล้วพูดขึ้นเสียงเรียบ
“คุณเป็นคู่นอนของเจ้าแมทใช่มั้ย” คำพูดจากท่าทีสบายๆ เหมือนไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรทำเอาคนฟังชะงักค้างไปครึ่งวิ ก่อนจะเอ่ยออกไปคล้ายไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินนัก
“หะ ห๊า อะไรนะครับ”
“ผมถามว่าคุณเป็นคู่นอนของเจ้าแมท น้องชายฝาแฝดของผมใช่มั้ย”
ลูกเต๋าเริ่มรับรู้ได้ว่าใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าวกว่าเดิมก็ตอนนี้ ทั้งจู่ๆ ลมหายใจก็เกิดอาการติดขัดขึ้นเอาเสียดื้อๆ น้ำเสียงตะกุกตะกักติดอ่างเอ่ยถามกลับไปอีกครัง เพื่อให้แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน
“นะ น้องชาย หมายความว่าไง”
“ก็ตามที่พูดนั่นแหละครับ มีคนทักพวกผมผิดแบบนี้บ่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกผู้หญิงของมัน แต่ว่าคุณดูไม่เหมือนสเป็กของมันเลยนะ”
ได้ยินแบบนั้นคนที่ถูกมองว่าเป็นคู่นอนของน้องชายก็ส่งเสียงหัวเราะแห้งๆ ออกมาในลำคอ พร้อมกับอดนึกอายสภาพตัวเองตอนนี้ไม่ได้
สภาพที่หน้ามันมันแผล็บ แว่นหนาเตอะ ผมยุ่งเหยิง รองเท้าขาดๆ เสื้อที่โดนแมลงสาบแทะ ที่ดูยังไงก็ไม่นึกแปลกใจเลยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงถามแบบนั้น เล่นเอาคุณนักเขียนนึกอายอยู่ไม่น้อย
“ฮ่าๆๆ ผะ ผมขอตัวก่อนนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณแอนดริว”
“นี่คุณพูดติดอ่างเหรอนั่น” ว่าพลางคลี่ยิ้มสดใส
“เปล่าครับ ผมชอบประหม่าเวลาอยู่ต่อหน้าคนจริงๆ”
“หมายความว่าไงคนจริงๆ”
“อะ เอ่อ ปกติผมทำงานเป็นนักเขียนอยู่แต่หน้าจอคอม เลยไม่ค่อยได้พบปะผู้คน เวลาอยู่ต่อหน้าคนผมจะประหม่าแบบนี้แหละ ขะ ขอโทษทีนะครับ”
“น่ารักจัง แล้วไปเจอเจ้าแมทได้ยังไงล่ะ”
"ผมขอไม่เล่านะครับ ขะ ขอตัวก่อน" ลูกเต๋าว่าพร้อมกับก้มหน้างุดพยายามจะเดินหนี แต่เสียงของพ่อหนุ่มตาสีฟ้าสุกสกาวก็ยังดังมาให้ได้ยินอยู่ดี พร้อมกับสองขาที่ก้าวเดินตามมาเรื่อยๆ
“เดี๋ยว คุณเป็นนักเขียนนามปากกาอะไร”
“ซะ ซ่อนกลิ่นร่านสวาท ครับ” แม้จะรู้ว่าไม่ควรบอกออกไป แต่กว่าจะรู้ตัวปากมันก็ขยับไปเองเสียแล้ว
“เฮ้ย คุณคือนักเขียนนิยายคนดังคนนั้นงั้นเหรอ”
“คุณรู้จักนิยายของผมเหรอครับ” คนหน้าหวานเอ่ยถามออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อหูเท่าไหร่นัก ที่ชายตรงหน้าตอนนี้รู้จักนิยายของเขา เพราะดูทรงแล้วเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่เหมาะกับเรื่องเพ้อฝันอะไรแบบนี้เลยสักนิด
“รู้จักสิ แซ่บซี๊ด ถึงทรวงเลยล่ะ ผมเป็นแฟนคลับคุณเลย ตามอ่านทุกเรื่อง หมดไปหลายหมื่นแล้ว”
"คุณพระช่วย ขอบคุณมากครับ แต่ช่วยเก็บเป็นความลับด้วยนะครับคือผมไม่อยากให้คนอื่นรู้เท่าไหร่" เพียงเพราะได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นแฟนคลับที่ติดตามผลงานของตน อาการเกร็งก็เหมือนจะลดลงเรื่อยๆ อย่างน่าประหลาด คนตัวเล็กกล้าที่จะพูดคุยกับเขาด้วยท่าทีที่สบายขึ้น
“ได้สิ งั้นขอแลกกับไลน์คุณได้ไหม”
“หืม เอ่อ...” คิ้วสวยที่เลิกขึ้นสูงคล้ายว่าไม่ค่อยไว้ใจในสิ่งที่เขาพูดนั้น ทำเอาแอนดริวต้องรีบเอ่ยออกไปอย่างไว
“ไม่ต้องคิดมาก ผมไม่เอาไปทำมิดีมิร้ายหรอก”
“อ่า ครับ ได้ครับ” คนตัวเล็กกว่าว่าพร้อมกับยื่นมือถือของตัวเองออกมาที่เปิดแอปพลิเคชันสีเขียวเอาไว้รออยู่แล้วไปให้อีกฝ่ายอย่างว่าง่าย
“ว่าแต่คุณชื่ออะไรนะ”
“ลูกเต๋าครับ”
“โอเคครับ”
ลูกเต๋าส่งยิ้มไปให้อีกฝ่ายอย่าเป็นมิตรอีกครั้งก่อนจะเดินแยกตัวออกมาเพื่อกลับที่พักของตน ในความรู้สึกของนักเขียนชื่อดังนั้นสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนอบอุ่นอ่อนโยนระดับหนึ่งเลยทีเดียว แถมยังเป็นแฟนคลับของเจ้าตัวอีกต่างหาก แล้วตัวเขาเองเป็นคนที่แคร์แฟนคลับมาก เลยคิดว่าไม่น่าจะเสียหายอะไร แต่ใครจะไปรู้ว่ามันจะนำพาไปสู่เรื่องยุ่งเหยิงทั้งหลายในอนาคตข้างหน้า
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง
เสียงเรียกเขาของโทรศัพท์ประจำกาย ทำให้นักเขียนหนุ่มผละจากหน้าคอมที่จ้องอยู่แล้วควานหามันมารับสายโดยไม่ได้ดูหรอกว่าเบอร์ใคร เพราะปกติไม่มีใครโทรเจ้าตัวมากนักนอกจาก พ่อ แม่ กับคุณมะปรางเพื่อนรัก หรือจะมีบ้างก็แค่นิติบุคคลของคอนโดที่ต่อสายมาหาเป็นครั้งคราวเท่านั้น
“ครับ ลูกเต๋าครับ”
“ลูกเต๋า หายหัวเลยนะมึงอ่ะ” เสียงโวยมาตามสายทำให้ลูกเต๋ายกมือถือออกห่างจากตัวอยู่หน่อยแล้วจึงค่อยกรอกเสียงลงไป
"เออ ปราง กูลืมโทรหามึงเลย"
“เนรคุณจังนะมึงอ่ะ ได้ผู้ชายแล้วลืมกูเลยรึ”
“เปล่าๆ กูยุ่งๆ น่ะ พึ่งอัปนิยายไป ตอนนี้โอเคละ คุยได้”
“เออ งั้นมึงออกมาเจอกู”
“ไม่เอาง่ะ คุยผ่านมือถือก็ได้นี่” คนหน้าสวยว่าโดยที่ตาไม่ได้ละจากจอคอมไปไหน เพราะเหมือนว่าตอนนี้เจ้าตัวจะติดลมจนไม่อยากจะลุกไปไหนแล้ว
“โอ๊ย คุณขา กูบอกให้ออกมาก็ออกมาสิ”
“มึงก็รู้ว่าใครก็สั่งกูไม่ได้”
“ลูกเต๋า ขอร้อง ออกมาเจอกูหน่อยเถอะ นะ นะ” ท่าทีที่อ้อนเกินเหตุของเพื่อนสนิททำเอาลูกเต๋าอดแปลกใจไม่ได้ เพราะปกติแล้วถ้าเขาบอกว่าไม่ อีกฝ่ายก็ไม่เซ้าซี้อะไรอีก แต่ครั้งนี้กลับตื๊อไม่เลิกซะอย่างนั้น
“อะไรของมึงวะปราง มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบออกข้างนอก”
“เออ ทีให้หาผู้ชายกูยังหาให้ เรียกออกมาแค่นี้ไม่ได้ กูจะจำมึงไว้ กูจะไม่รับสายมึง บล็อกเบอร์มึง บล็อกเฟส ไอจี”
“ก่อนบล็อกก็โอนเงินที่ยืมกูคืนมาก่อนละกันนะ”
“เอ้า! ไอ้นี่ กูให้มึงง้อกูนะ”
“อ้าวเหรอ” คนตัวเล็กหัวเราะร่วนกรอกลงไปตามสายอย่างไม่คิดอะไร แต่ดูเหมือนมะปรางจะจริงจังมากกว่าทุกครั้ง
“ออกมาเถอะลูกเต๋า กูขอร้อง”
“เออๆ อัปตอนนี้เสร็จก่อน เจอที่ไหน”
“ผับเดิม”
“ทำไมต้องผับ กูอยากนั่งชิล เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง”
“เออ บอกให้มาก็มาเถอะ แต่งตัวดีๆ นะ ไม่งั้นกูอายเค้า”
ลูกเต๋ารับคำอีกครั้งก่อนตัดสายไป จากทีแรกว่าจะสิงตัวอยู่ตรงนี้ยาวๆ แต่พอถูกตื๊อแบบนี้ก็จำใจต้องย้ายร่างออกไปย่างเสียมิได้
“มันจะมาไม้ไหนวะนี่ ชั่งเถอะ ถือว่าติดค้างมัน ไปเลี้ยงมันสักมื้อละกัน” พอคิดได้แบบนั้นคนตัวเล็กก็เร่งพาตัวเองไปจัดการแปลงร่างอย่างไวเพื่อไปหาอีกฝ่ายตามที่ถูกร้องขอ เพราะถ้าไม่รีบก็เกรงว่าเจ้าตัวจะลงแดงตายซะก่อน
ที่ผับ
“นั่นแหละค่ะ เพื่อนปรางคนนี้ มันไม่ค่อยชอบออกจากห้อง ต้องแทบกราบอ้อนวอนมัน มันถึงจะยอมมา”
“งั้นเหรอ แล้วทำไมวันก่อนยอมมาล่ะ” เสียงของโชนเอ่ยชวนคุยออกไป โดยที่มีคนต้นคิดและถ่ายทอดคำสั่งอีกทีอย่างแมทธิวนั่งฟังอยู่ด้วย มือก็ถือวนแก้วเครื่องดื่มในมืออย่างใจเย็น
"ไม่รู้ผีตัวไหนเข้าสิงเหมือนกัน"
“งั้นเหรอ ขอบใจมากนะมะปราง” พ่อตาสีเทาว่าพร้อมกับส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ไปให้หนึ่งดอก เล่นเอาคนถูกอ่อยถึงกับเขินม้วนกันเลยทีเดียว
“แล้วทำไมคุณแมทถึงอยากเจอหมอนั่นละครับ”
จากที่กำลังอารมณ์ดีแมทธิวก็เหมือนจะหงุดหงิดขึ้นมากับคำถามของอีกฝ่าย พร้อมกับชักสีหน้าให้เธอไปหนึ่งที ทำให้มะปรางไม่กล้าเอ่ยถามอะไรต่อ แล้วหันไปสนใจกับโชนที่เหมือนจะเป็นมิตรกว่า
ไม่นานนักแม่เสือสาวที่บังอาจหนีเขาไปของแมทธิวก็มาถึง วันนี้เจ้าตัวมาในชุดที่ค่อนข้างเซ็กซี่พอดู กับดีไซน์แหวกหน้าหลังจนเห็นเนินอกกับแผ่นหลังขาว ทำเอาคนมองอยู่ก่อนแล้วเผลอขบฟันแน่นอย่างไม่รู้ตัว กับชุดยั่วยวนที่ผ่านมากี่โต๊ะก็เรียกสายตาได้มากเท่านั้น
"ปราง" คนมาใหม่เอ่ยทักเพื่อสนิทด้วยรอยยิ้มหวานชวนมอง แต่พอสายตาที่มองมาเห็นชายหนุ่มผู้เรียกว่าวันไนต์สแตนด์นั้น ใบหน้างามก็เปลี่ยนสีอย่างช่วยไม่ได้
"อะ เอ่อ สวัสดีครับ คุณโชน คุณเซน คุณดินแดน คุณแมทธิว"
“แหม ไม่ต้องมาคงมาคุณหรอก เรียกง่ายๆ กันเองก็พอ” โชนเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเป็นกันเองเรียกรอยยิ้มหวานกระชากใจจากคนมาใหม่ได้อย่างดี ดินแดนที่เห็นแบบนั้นก็ไม่ยอมน้อยหน้างัดสกิลการหยอดออกมาใช้อย่างรวดเร็ว
“แล้วทานอะไรมาหรือยังครับ หิวไหม”
“ทานมาแล้วครับ” รอยยิ้มสวยเก๋ที่แจกจ่ายให้ผู้ชายแทบทุกคนของกลุ่มยกเว้นตัวคนที่อยากเจออย่างแมทธิว ทำเอาคนตัวโตออกอาการหงุดหงิดขึ้นมาเป็นเท่าตัว ยิ่งพอเห็นว่าคนตัวเล็กกระซิบกระซาบกับคนเป็นเพื่อนเหมือนจะชวนกันออกไปข้างนอก ปากหนาก็รีบพ่นคำออกไปทันที
“อะไรกันครับ ไม่คิดจะทักทายคู่นอนคนนี้หน่อยหรือไง” คำหยอกล้อที่ชวนให้น่าอายมากกว่าตลกสำหรับคนเพิ่งมีประสบการณ์ครั้งแรกแบบลูกเต๋านั้น ทำเอาใบหน้าชวนมองขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ใช่ว่าจะยอมลดราวาศอกลงแต่อย่างใดถึงได้โต้กลับแบบเผ็ดร้อนไม่ต่างกัน
“ฮ่าๆๆ คิดว่าคุณคงไม่อยากคุยกับผมซะอีก ได้ข่าวว่าไม่ชอบนอนกับคนซ้ำหน้า”
“อย่ามายั่วโมโหกันนะ” เป็นคนโตกว่าที่อดทนต่อท่าทีนั้นไม่ได้เสียเอง มือใหญ่กระชากแขนของอีกฝ่ายเอาไว้จนคนอื่นหันมองเป็นตาเดียว ในขณะที่ลูกเต๋าเองเริ่มฉายแววตกใจให้ได้เห็น แต่ในความคิดของแมทธิวนั้นคือตนไม่ผิดสักนิด ก็อีกฝ่ายอยากมากวนเขาก่อนเอง
“จะ ทำอะไรครับ แมทธิว” สีหน้าคนถามซีดเผือด แต่แมทธิวก็ไม่ได้สนใจสักนิด กลับลากจูงอีกคนไปด้วยกันอย่างเอาแต่ใจ ในความคิดของเขาคือใครจะมองยังไงไม่สน เพราะเขาสนแค่ตนต้องการอีกฝ่ายเท่านั้น ยิ่งถ้าสามารถจับเจ้าตัวมาระบายความอึดอัดในกายออกได้ตรงนี้จะยิ่งดีมากขึ้นไปอีก
