บทที่ 3 ร่างกายฉันทนไม่ไหวแล้ว
เมื่ออรัญญาลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แสงแดดจัดจ้าของช่วงสายก็สาดส่องเข้ามาในห้องแล้ว
รอยฝ่ามือบนใบหน้าของเธอยังไม่จางหาย เพียงแค่ขยับใบหน้าเล็กน้อย ความเจ็บปวดก็แล่นพล่านไปทั่ว
เมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน บาดแผลลึกในใจของเธอก็ถูกฉีกกระชากออกจนเลือดซิบอีกครั้ง
ทันใดนั้น ประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกผลักออก ภูริณัฐเดินเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง ด้านหลังเขามีแพทย์และพยาบาลติดตามมาอีกหลายคน ในมือของทุกคนถือขวดยาเรียงราย
แววตาของเธอฉายความหวาดกลัว ร่างบางถดถอยหนีไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณ "คุณจะทำอะไร?"
ปกติเธอต้องทดลองยาเพียงครึ่งขวดต่อวัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าคือยาสี่ขวดเต็ม ๆ
ยาพวกนี้จะยิ่งเร่งให้ร่างกายของเธอพังเร็วขึ้น และผลาญชีวิตเธอจนมอดดับในที่สุด!
ภูริณัฐยืนอยู่เหนือศีรษะของเธอ พลางจ้องมองลงมาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "เพราะสิ่งที่คุณทำลงไปเมื่อวาน ทำให้ร่างกายของสุภาพรกลับมาทรุดหนักอีกครั้ง ยาพวกนี้คือสิ่งที่จะต้องทดลองในวันนี้ จนกว่าจะเจอยาตัวที่ส่งผลกระทบต่อสุภาพรน้อยที่สุด"
ดวงตาของเธอแดงก่ำ น้ำตาคลอขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ไม่ใช่ฝีมือฉันจริง ๆ นะคะคุณภูริณัฐ ร่างกายของฉันจะรับไม่ไหวหรอก ถ้าต้องลองยาเยอะขนาดนี้ ฉันต้องตายแน่ ๆ"
ภูริณัฐแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน เขาก้าวเข้าไปจับปลายคางเธออย่างแรง บังคับให้เธอเงยหน้าสบตาเขา
"เธอกินยาพวกนี้มาตั้งหลายปี ก็ยังเห็นมีชีวิตรอดมาได้ไม่ใช่หรือไง? ฉันนึกว่าหลายปีมานี้เธอจะรู้จักเจียมตัวขึ้นบ้าง แต่ไม่คิดเลยว่าเธอยังกล้าลอบกัดสุภาพร!"
เธอพยายามดิ้นรนให้หลุดจากมือที่แข็งราวคีมเหล็กของเขา แต่ร่างกายที่อ่อนแอกลับไม่มีเรี่ยวแรงมากพอจะขัดขืนได้เลย
"ปล่อยฉันนะ..."
คางของเธอเจ็บร้าวราวกับจะแหลกคามือเขา น้ำตาร่วงพรูลงมาเหมือนกับทำนบแตก หยดน้ำตาอุ่น ๆ ร่วงหล่นใส่หลังมือของชายหนุ่ม
ตลอดหลายปีที่ถูกเจาะเลือดและทดลองยา เธอไม่เคยร้องไห้ให้เขาเห็นเลยสักครั้ง
แต่ครั้งนี้เธอกลั้นมันไว้ไม่ไหวจริง ๆ
"ฉันไม่เคยโกหกคุณเลยสักเรื่อง เป็นคุณต่างหากที่ไม่เคยเชื่อใจฉัน แผนการใส่ร้ายของสุภาพรมันตื้นเขินขนาดนั้น ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างคุณจะดูไม่ออก"
เมื่อก่อนแววตาของเธอมีแต่ความเจ็บปวด แต่บัดนี้มันเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ราวกับต้นไม้กระถางเล็ก ๆ ริมระเบียงที่กำลังจะยืนต้นตายเพราะขาดน้ำ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแววตาที่เจ็บปวดรวดร้าวคู่นั้น หรือเพราะสัมผัสอุ่นร้อนจากหยดน้ำตา จู่ ๆ ภูริณัฐก็สะบัดมือออกจากใบหน้าของเธออย่างแรง
"เลิกบีบน้ำตาเรียกร้องความสงสารเสียที มันไม่ได้ผลหรอก ตอนนี้เธอมีทางเลือกแค่สองทาง จะกินเองดี ๆ หรือจะให้จับกรอกปาก"
อรัญญามองเขาด้วยความขมขื่น "ฉันจะตายจริง ๆ นะคะ ถ้าวันหนึ่งคุณมารู้ทีหลังว่าคุณเป็นคนฆ่าฉันด้วยมือของคุณเอง คุณจะรู้สึกเสียใจสักนิดบ้างไหมที่ทำกับฉันแบบนี้?"
ก่อนหน้านี้เธอยังเคยโลภ แอบหวังลึก ๆ ว่าจะขอเวลาสักสามเดือนเพื่อได้อยู่เคียงข้างเขา
เธอรักเขาจริง ๆ รักมากจนแทบอยากจะสลักชื่อเขาไว้บนหัวใจ
แต่ตอนนี้... เธอไม่มีแรงเหลือแล้ว
"ตราบใดที่ยังหายาที่เหมาะกับสุภาพรที่สุดไม่ได้ ฉันไม่มีวันยอมให้เธอตายหรอก"
ภูริณัฐทิ้งคำพูดเลือดเย็นไว้แค่นั้นก่อนจะเดินหันหลังกลับออกไป
ทิ้งให้ทีมแพทย์และพยาบาลเปิดฝาขวดยาเตรียมพร้อม
อรัญญาร้องเสียงสั่น "ไม่นะ..."
แต่คำปฏิเสธของเธอไร้ความหมาย
หลังจากถูกบังคับให้กลืนยาจำนวนมหาศาลลงไป เธอก็ต้องวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำจนแทบหมดสติ และครั้งนี้มีเลือดสีแดงสดไหลปะปนออกมาด้วย
เรี่ยวแรงทั้งหมดของเธอเหมือนถูกสูบหายไป ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้น ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนปุยนุ่นที่ยวบยาบ
ความเจ็บปวดบิดเกร็งในกระเพาะอาหารตีตื้นขึ้นมาอีกระลอก
เธอพุ่งตัวไปที่ห้องน้ำอีกครั้ง
ทว่า ขณะเดินผ่านห้องทำงานห้องหนึ่ง เสียงของภูริณัฐที่ดังลอดออกมาทำให้เธอชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว
ประตูห้องปิดไม่สนิท จากมุมที่เธอยืนอยู่ สามารถมองเห็นเขากำลังยืนคุยกับแพทย์เจ้าของไข้
"ตอนนี้เหลือแค่วิธีนี้วิธีเดียวเหรอครับ?"
หมอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนตอบ "ร่างกายของคุณสุภาพรแย่มากแล้วครับ ยาที่ใช้แม้จะเป็นตัวที่เหมาะที่สุด แต่ก็ยังเลี่ยงผลข้างเคียงไม่ได้ แทนที่จะลองยาไปเรื่อย ๆ สู้ผ่าตัดเปลี่ยนไตเลยจะดีกว่า"
ความรู้สึกสังหรณ์ใจร้ายแรงแล่นปราดเข้ามาในอกของอรัญญา... เปลี่ยนไต
เปลี่ยนเอาไตของเธอไปงั้นหรือ?
เธอกับสุภาพรมีสายเลือดเดียวกัน
ในเมื่อยาที่ทดลองกับเธอใช้ได้ผล ไตของเธอก็ย่อมต้องเข้ากันได้
แววตาของภูริณัฐอ่านยาก เขาเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ เป็นจังหวะ ซึ่งเป็นท่าทางประจำเวลาเขาใช้ความคิด
"แล้วอาการของสุภาพรตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?"
"ไม่สู้ดีครับ ตั้งแต่เมื่อคืนคุณสุภาพรมีไข้ขึ้นสูงตลอด คุณภูริณัฐครับ เรื่องนี้คุณต้องรีบตัดสินใจ ยิ่งช้าก็ยิ่งเป็นการทำร้ายคุณสุภาพรทางอ้อม"
ภูริณัฐเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม "สามารถผ่าตัดได้เร็วที่สุดเมื่อไร?"
"มะรืนนี้ครับ"
"ตกลง"
คำว่า 'ตกลง' ที่หลุดออกมาอย่างง่ายดายนั้น เปรียบเสมือนคำพิพากษาประหารชีวิตสำหรับเธอ
ร่างกายของเธออ่อนแอถึงเพียงนี้ อย่าว่าแต่ผ่าตัดเลย แค่ดมยาสลบเธอก็อาจจะหัวใจหยุดเต้นคาเตียงผ่าตัดได้แล้ว
ชีวิตของเธอในสายตาของภูริณัฐ เป็นได้แค่เครื่องมือที่มีไว้ใช้งานเท่านั้นสินะ
อรัญญาจำไม่ได้ว่าตัวเองพยุงร่างกลับมาถึงห้องพักฟื้นได้อย่างไร
ทันทีที่เปิดประตู เธอก็ปะทะเข้ากับสายตาไม่พอใจของอิทธิพัฒน์ที่นั่งรออยู่
"หายหัวไปไหนมา? ฉันมีเอกสารจะให้แกเซ็น"
อรัญญามองตอบด้วยแววตาว่างเปล่า "เอกสารอะไรคะ"
อิทธิพัฒน์ดึงกระดาษออกจากซองเอกสารสีน้ำตาล ทันทีที่เห็นหัวข้อบนกระดาษ ร่างของเธอก็แข็งทื่อราวกับถูกสาป
มันคือหนังสือยินยอมเข้ารับการผ่าตัดบริจาคไต
พวกเขาจะเอาไตของเธอจริง ๆ
อรัญญารวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ปัดเอกสารฉบับนั้นทิ้งลงพื้น
"ฉันไม่เซ็น"
อิทธิพัฒน์ตวาดด้วยความรำคาญ "นี่เป็นสิ่งที่แกติดค้างสุภาพรไว้ ถึงเวลาที่แกต้องชดใช้ให้พี่สาวแกแล้ว!"
เธอแค่นหัวเราะออกมา ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่ขำไม่ออก
"ชดใช้? ฉันไปติดค้างอะไรเขา? เราต่างก็เป็นลูกสาวของคุณเหมือนกัน ทำไมคุณถึงต้องทำกับฉันขนาดนี้"
อิทธิพัฒน์ตอบกลับอย่างหน้าไม่อาย "เพราะแกมันเป็นลูกเมียน้อย เป็นความอัปยศของฉัน! แค่แกโผล่หน้าไปให้คนอื่นเห็น ใคร ๆ ก็จะขุดคุ้ยเรื่องที่ฉันนอกใจ ทั้งหมดนี้มันเป็นความผิดของแม่แกนั่นแหละ ใครใช้ให้หล่อนมาอ่อยฉันแต่แรก!"
เธอมองชายวัยกลางคนที่วางมาดเป็นผู้ดีตรงหน้าด้วยความหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ ก่อนจะตะโกนกลับไป
"คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดถึงแม่ฉันแบบนั้น! ตอนนั้นเป็นคุณเองที่ปิดบังเรื่องแต่งงานแล้วมาหลอกแม่ฉัน คนที่ผิดจริง ๆ คือคุณต่างหาก!"
ในอดีต แม่ของสุภาพรมีลูกยาก อิทธิพัฒน์จึงสร้างภาพว่าเป็นหนุ่มโสดมาหลอกแม่ของเธอจนตั้งท้อง
แต่ใครจะคาดคิดว่า หลังจากเธอคลอดได้เพียงเดือนเดียว ภรรยาหลวงอย่างแม่ของสุภาพรก็ตรวจพบว่าตั้งครรภ์เช่นกัน
เธอมีสถานะเป็นลูกเมียน้อย แต่กลับเกิดก่อนสุภาพรหนึ่งเดือน
เพราะเรื่องนี้ แม่ของเธอถึงกับเสียสติเพราะความช็อก ทุกคนรุมประณามด่าทอแม่ของเธอด้วยถ้อยคำหยาบคายสารพัด แต่มีเพียงอรัญญาเท่านั้นที่รู้ดีว่า ผู้ชายที่สวมหน้ากากผู้ดีจอมปลอมคนนี้ต่างหาก คือเพชฌฆาตตัวจริง
อรัญญาหอบหายใจอย่างยากลำบาก ชี้มือไปที่ประตู "ฉันไม่มีวันยอมบริจาคอวัยวะเด็ดขาด ออกไป"
แววตาของอิทธิพัฒน์เย็นเยียบขึ้น เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูถูกเหยียดหยาม
"แกไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับฉัน อย่าลืมสิว่าตาของแกยังอยู่ในกำมือฉัน ฉันจะสั่งระงับค่ารักษาพยาบาลเมื่อไหร่ก็ได้!"
ร่างของอรัญญาชาวูบไปทั้งตัว คุณตาคือคนเดียวในโลกที่ดีกับเธอ และเป็นคนเดียวที่รับเธอมาเลี้ยงดูหลังจากที่แม่ทิ้งเธอไป
ไม่อย่างนั้น เธอคงตายเป็นศพไร้ญาติอยู่กลางป่าเขาไปนานแล้ว
