บทที่ 5

“ในเมื่อเธอเรียกร้องนัก ฉันก็จะสนองให้!” สิ้นเสียงนั้น ภูริณัฐก็ตรึงข้อมือทั้งสองข้างของอรัญญาไว้แน่น ก่อนจะกระชากอาภรณ์ที่ห่อหุ้มร่างกายของเธอออกอย่างไม่ปรานี

ริมฝีปากที่เย็นเฉียบและแข็งกระด้างบดขยี้ลงมาด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ

ถ้อยคำปฏิเสธและเสียงอ้อนวอนทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ

หากภูริณัฐยอมลดทิฐิแล้วพินิจมองใบหน้าของอรัญญาอย่างตั้งใจสักนิด เขาคงได้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง

ทว่าเขาหาได้สนใจไม่ ชายหนุ่มยังคงถือดีและหลงคิดไปเองว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงมารยาหญิงที่อรัญญาแสร้งทำเป็นเล่นตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจก็เท่านั้น

แต่ความจริงแล้ว ครั้งนี้อรัญญาไม่ต้องการให้ภูริณัฐแตะต้องตัวเธอแม้แต่ปลายก้อย ความรุนแรงที่เขาฝากไว้เมื่อวานยังทำให้ช่วงล่างของเธอเจ็บระบมไม่หาย กระเพาะอาหารปั่นป่วนราวกับมีพายุโหมกระหน่ำ และในลำคอยังคงมีรสคาวเลือดจาง ๆ ไหลซึมออกมา

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางจิตใจหรือร่างกาย อรัญญาก็ไม่อาจฝืนทนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภูริณัฐในเวลานี้ได้จริง ๆ

หญิงสาวจึงตัดสินใจรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย กัดริมฝีปากของภูริณัฐอย่างแรงจนได้ลิ้มรสคาวเลือด

ในจังหวะที่อีกฝ่ายชะงักไปด้วยความเจ็บปวด อรัญญาพยายามผลักไสเขาออกไป แต่ในระหว่างที่ยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่นั้น มือของเธอก็พลาดไปตบหน้าภูริณัฐเข้าอย่างจัง

เพียะ!

รอยนิ้วมือทั้งห้าปรากฏเด่นชัดบนใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร ใบหน้าของภูริณัฐหันไปตามแรงตบ เขาชะงักค้างไปครู่ใหญ่ ราวกับสมองยังประมวลผลไม่ทัน

นายน้อยแห่งตระกูลแจ่มสว่าง ผู้ที่ไปที่ไหนก็มีแต่คนคอยพินอบพิเทาประดุจไข่ในหิน เคยถูกกระทำเช่นนี้เสียที่ไหน?

“ขอโทษ... ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ทันทีที่หลุดพ้นจากพันธนาการ อรัญญาก็รีบถอยกรูดไปชิดมุมเตียง ยกแขนขึ้นกอดอกในท่าทีป้องกันตัว พลางเอ่ยขอโทษเสียงสั่นพร่า

ในตอนนั้นเอง ภูริณัฐใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มข้างที่เจ็บ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาในลำคอ

“เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งขึ้นเยอะนี่!”

น้ำเสียงนั้นราบเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ถูก แต่เมื่อประสานเข้ากับแววตาที่มืดครึ้มดุจเมฆฝน กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวน่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

อรัญญาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องเจอกับพายุอารมณ์ที่รุนแรงและบ้าคลั่งกว่าเดิม ทว่าท่าทีหวาดกลัวของเธอในสายตาของภูริณัฐ กลับทำให้ไฟราคะของเขามอดดับไปเสียดื้อ ๆ

คนอย่างเขา... ภูริณัฐ จำเป็นต้องลดตัวลงไปขืนใจผู้หญิงด้วยเหรอ?

เขาหมดความสนใจที่จะเอาเรื่องกับฝ่ามือเมื่อครู่ ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคสั้นๆ ว่า “รักษาตัวให้ดีเถอะ” ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไปโดยไม่เหลียวหลัง

มองตามทิศทางที่เขาเดินไป ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาคงมุ่งหน้าไปเยี่ยมสุภาพร

ขณะนั้นเอง พยาบาลสาวสองคนเดินผ่านมาหน้าห้อง พวกหล่อนมองตามแผ่นหลังกว้างของภูริณัฐไป พยาบาลสาวคนที่ติดกิ๊บทำท่าทางตื่นเต้นแล้วกระซิบกระซาบว่า “นั่นไงแก ไฮโซตระกูลดังที่หัวหน้าพยาบาลพูดถึง! ตัวจริงดูหนุ่มแล้วก็หล่อวัวตายควายล้มมาก...! ถ้าเขาปรายตามองฉันสักนิด ฉันคงเป็นลมล้มพับไปตรงนี้แน่ ๆ !”

พยาบาลอีกคนกลอกตามองบนใส่เพื่อน “เพ้อเจ้ออะไรของแก วัน ๆ ไม่ตั้งใจทำงานเอาแต่ฝันกลางวันว่าท่านประธานจะมาตกหลุมรักหรือไง? เขาแต่งงานมีภรรยาเป็นตัวเป็นตนแล้วย่ะ! พักอยู่ห้องวีไอพีชั้นบนสุดโน่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเรายังต้องลงมารับรองด้วยตัวเองเลยนะ”

พยาบาลสาวคนที่ติดกิ๊บเบะปาก “มีเมียแล้วก็ช่างปะไร.. พวกคนรวยระดับนี้ส่วนใหญ่ก็แต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจทั้งนั้นแหละ ไม่ได้มีพื้นฐานความรักอะไรหรอก”

เพื่อนสาวหลุดขำพรืด ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มขมับอีกฝ่ายเบา ๆ “ในสมองแกวัน ๆ คิดแต่เรื่องอะไรเนี่ย? คุณภูริณัฐเขามาเฝ้าไข้ภรรยาทุกวันไม่เคยขาด แบบนี้ไม่เรียกว่ารักมากแล้วจะเรียกว่าอะไร? ฉันได้ยินพวกผู้ช่วยพยาบาลตึกวีไอพีเม้าท์กันว่า คุณภูริณัฐน่ะตามใจภรรยาคนนี้สุด ๆ เลยนะ!”

“...”

อรัญญาไม่ได้ฟังบทสนทนาต่อจากนั้น เธอค่อย ๆ ปิดประตูห้องลงอย่างเงียบเชียบ

ที่แท้ในสายตาคนนอก สุภาพรกับภูริณัฐต่างหากที่เป็นคู่สามีภรรยากัน

แต่ก็ไม่แปลกหรอก ในเมื่อภูริณัฐแสดงออกถึงความลำเอียงอย่างเปิดเผยขนาดนั้น ใครบ้างจะไม่เข้าใจผิด?

อรัญญาพิงแผ่นหลังกับบานประตู ปล่อยให้ร่างกายค่อย ๆ ไหลรูดลงไปกองกับพื้น เธอไม่เข้าใจตัวเองเลยจริง ๆ ทั้งที่ตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะไม่เสียใจเรื่องของภูริณัฐอีก แต่พอได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น หัวใจมันก็ยังอดเจ็บแปลบไม่ได้

...

ดึกสงัดคืนนั้น อรัญญาที่เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะอาการไออย่างรุนแรง

ยิ่งไอ เธอก็ยิ่งรู้สึกถึงรสหวานเอียนที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอ กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไป ของเหลวสีแดงฉานพุ่งทะลักออกจากปาก เปราะเปื้อนไปทั่วใบหน้าและผ้าปูที่นอน

ภูริณัฐผลักประตูเข้ามาเห็นภาพอันน่าสยดสยองนั้นพอดี

เมื่อเห็นว่าเป็นเขา อรัญญาก็รีบยกมือขึ้นเช็ดเลือดบนใบหน้าอย่างลนลาน เธอไม่อยากให้ภูริณัฐเห็นสภาพที่น่าสมเพชเวทนาเช่นนี้..!

ทว่ายิ่งเช็ด เลือดก็ยิ่งไหลพรากออกมาราวกับเขื่อนแตก อรัญญาสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่กำลังค่อย ๆ รั่วไหลออกจากร่างกายทีละน้อย

“เธอเป็นอะไร?” ภูริณัฐยืนพิงกรอบประตู คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความสงสัย แต่ไม่มีท่าทีว่าจะก้าวเข้ามาดูอาการใกล้ ๆ แต่อย่างใด

อรัญญาไอโขลกอยู่พักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้ ภายใต้สายตาจับจ้องของภูริณัฐ เธอยกหลังมือปาดคราบเลือดที่มุมปากแล้วเอ่ยเสียงแหบพร่า “ฉันเคยบอกคุณแล้ว.. ว่าฉันกำลังจะตาย... ภูริณัฐ ต่อไปนี้คุณกับสุภาพรไม่ต้องเกลียดฉันแล้วนะ”

“จะไม่มี... ไม่มีใครมาขวางทางพวกคุณอีกแล้ว”

ได้ยินดังนั้น ภูริณัฐก็ชะงักไปเล็กน้อย

คำพูดสั่งเสียของอรัญญา ประกอบกับใบหน้าที่เปื้อนเลือดโชกในขณะนี้ ทำให้เกิดภาพลวงตาว่าเธออาจจะขาดใจตายในวินาทีถัดไปจริง ๆ

ชั่วแวบหนึ่ง ภูริณัฐเผลอคิดไปว่า หรือสิ่งที่อรัญญาพูดจะเป็นความจริง เธออาจจะป่วยหนักจริง ๆ ก็ได้

แต่ความคิดนั้นก็อยู่ได้เพียงแค่เสี้ยววินาที

ครู่ต่อมา แววตาของภูริณัฐก็กลับมาเย็นชาดั่งเดิม ริมฝีปากเหยียดยิ้มเย้ยหยัน “อรัญญา ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหม? ว่าอย่าพยายามใช้วิธีตื้น ๆ แบบนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการทดลองยา นี่คือสิ่งที่เธอติดค้างสุภาพรไว้ ไม่ว่าจะยังไงเธอก็ต้องชดใช้!”

“เธอควรจะดีใจนะ ที่ชีวิตเธอยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง”

อรัญญาส่ายหน้าช้า ๆ

“ภูริณัฐ...” เธอจ้องมองเขา ราวกับกำลังมองคนแปลกหน้า

บางทีเธออาจไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของผู้ชายตรงหน้าเลย แม้ว่าพวกเขาจะเคยใช้ชีวิตร่วมกันมานานเพียงใด แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจถึงความเลือดเย็นและความใจร้ายที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกดำของเขา

เขาก็มีมุมที่อ่อนโยน แต่ความอ่อนโยนนั้นมีไว้มอบให้สุภาพรเพียงผู้เดียว คนอื่นไม่มีสิทธิ์ได้สัมผัสแม้แต่เศษเสี้ยว

ท่ามกลางสายตาที่ไม่เข้าใจของภูริณัฐ อรัญญาหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะเอ่ยคำคำหนึ่งออกมาอย่างเชื่องช้า

“เราหย่ากันเถอะ”

ผ่านไปครู่ใหญ่ ภูริณัฐเหมือนเพิ่งจะประมวลผลคำพูดของเธอได้ เขาถามกลับเสียงเข้ม “เธอว่าอะไรนะ?”

อรัญญาลืมตาขึ้น สบตาเขาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว แล้วพูดเน้นย้ำทีละคำ “แค่คุณยอมหย่า เงื่อนไขอะไรฉันก็ยอมทั้งนั้น”

เธอเหนื่อยเหลือเกิน ไม่อยากให้หลังความตายยังต้องมีพันธะผูกพันใด ๆ กับภูริณัฐหรือสุภาพรอีก

ในความคิดของอรัญญา การหย่าน่าจะเป็นทางออกที่ทุกคนพึงพอใจที่สุด

แต่ไม่รู้ทำไม ภูริณัฐกลับปฏิเสธทันควัน

“ฝันไปเถอะ” คำพูดนั้นลอดไรฟันออกมาด้วยความดุดัน

“ทำไม?!” สีหน้าของอรัญญาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เธอไม่เข้าใจว่าเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ทำไมภูริณัฐถึงยังยื้อไม่ยอมหย่า ทั้งที่เขาเป็นคนพร่ำบอกเองแท้ ๆ ว่าเธอแย่งตำแหน่งคุณนายมาจากสุภาพร ตอนนี้เธอจะคืนให้แล้วทำไมถึงยังไม่พอใจอีก?!

ความจริงแล้ว แม้แต่ตัวภูริณัฐเองก็ตอบไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงปฏิเสธคำขอนั้นไปโดยสัญชาตญาณ อาจเป็นเพราะความหงุดหงิดที่คำพูดตัดรอนความสัมพันธ์หลุดออกมาจากปากของคนที่เคยยอมสยบแทบเท้าเขามาโดยตลอด

หรืออาจเป็นเพราะการต่อต้านของอรัญญาในครั้งนี้ ทำให้เขาเริ่มรู้สึกถึงความไม่สบอารมณ์ที่สถานการณ์กำลังจะหลุดจากการควบคุม

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด สรุปคือเขาไม่ต้องการหย่ากับอรัญญา... อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป