บทที่ 10 ตอนที่ 9 ฉันจะนอนที่นี่
ตอนที่ 9 ฉันจะนอนที่นี่
หลายวันต่อมา..
ระหว่างนี้ฉันโทรและส่งข้อความหาทั้งสองคนแทบทุกวัน จะมีก็แต่คฐาที่ตอบบ้างไม่ตอบบ้างจนฉันต้องรีบเคลียร์ยอดของวันนี้แล้วออกไปหาเขาที่คอนโด ออกไปดูให้เห็นกับตาว่าเขาโอเคไม่ได้เป็นอะไร..
ทันทีที่รถเคลื่อนเข้ามาจอดลานจอดคอนโดที่คฐาอยู่ ในใจก็เต้นระรัวภาวนาให้ไม่มาเจอตอนเขากำลังมั่วผู้หญิงหรือเรียกใครมาทำอะไรกันอยู่
ฉันกดกริ่งหน้าห้องเขาไปสองครั้ง ยืนหันหลังให้ประตู หลับตาลงพยายามไม่นึกไม่คิด แต่มันก็นานจนผิดสังเกตที่ประตูไม่เปิดออกสักที ทั้งที่รถเขาก็จอดอยู่..ฉันเลยเลือกกดซ้ำ ๆ
"กดทำเหี้ยอะไรนักหนาวะ!" เสียงตวาดดังขึ้นตั้งแต่ที่ประตูยังไม่เปิดออก
ฉันยืนมองคฐาตาปริบ ๆ
"มาทำเพื่อ ?"
"นายไม่ตอบข้อความ"
"อ่านคำคมเยอะไปเหรอ ไม่ตอบเพราะอยากให้มาหาแบบนี้ปะ บ้า!" คฐาว่าให้คนที่มากดกริ่งหน้าห้องเขาซ้ำ ๆ กดอะไรไม่ดูสภาพสังขารเขาบ้างเลย
"ไหนบอกไม่เป็นอะไรแล้วไง"
"ก็ไม่ตาย"
"แต่นายยังไม่หาย แล้วก็ออกจากโรงพยาบาลก่อนทั้งที่แผลยังไม่ได้ล้าง"
"มีพยาบาลมาล้างให้ที่ห้อง"
"วันนี้ล้างหรือยัง"
"แล้ว" คฐาตอบสั้น ๆ
"กินข้าวหรือยัง มียากินไหม แผลนายมันไม่เหมือนกำลังจะหายเลย ดูมันแดงเหมือนจะอักเสบมากกว่า.." ฉันพึมพำตามหลังคฐา รีบก้าวยาว ๆ ไปเดินนำหน้าหันมองแผลของเขา
บาดแผลของคฐามีเยอะกว่าภูผา แต่ของภูผาดูจะหายแห้งไปบ้างแล้วต่างจากคนทางนี้ที่รอบแผลยังดูแดงเหมือนเพิ่งเป็น
"ทำไม ? แผลไอ้ภูผามันสวยกว่านี้หรือไง"
"อือ ของภูผาเริ่มแห้งแล้ว แต่ของนายยัง.."
"คนได้ยาดีก็แบบนั้นแหละ"
"ยาอะไร ?"
"เธอไง"
"..." ฉันมองคฐาที่พูดประชดนิ่ง
น้ำหน้าอย่างฉันนี่นะจะเป็นยาดีให้ใครได้ ตั้งแต่ที่ภูผาออกจากโรงพยาบาลเรายังไม่ได้เจอกันด้วยซ้ำ ดูคนทางนี้จะรู้ดีเหลือเกินนะ!
"ไม่ปฏิเสธซะด้วย กลับไปได้แล้วไป"
"นิสัยเสีย"
"?" คฐาเลิกคิ้วสูงมองคนด้านข้าง
"ฉันเป็นห่วงนายนะ กับภูผาฉันยังไม่ได้ไปเยี่ยมเลยด้วยซ้ำ"
"โกหก"
"ฉันจะโกหกไปทำไม ภูผาถ่ายแผลให้ดูทุกวันจนฉันหายห่วงแล้ว จะมีก็แต่นายนี่แหละเงียบหายตลอด"
"..เลยทำให้เธอมาหา ?"
"มาดูให้เห็นกับตาว่านายไม่ได้เป็นอะไรจะได้หายห่วง" พูดแล้วส่ายหน้ามองแขนคฐาที่วางพาดไหล่
ขนาดว่าเจ็บตัวแบบนี้เขาก็ยังจะแกล้งกัน คงกลัวฉันไม่จับโดนแผลเขาใช่ไหม ?
"หายเจ็บยัง"
"หายอะไร ?" ถามคฐาที่อยู่ ๆ ก็พูดขึ้น
"..." คฐาหรี่ตามองพราวที่นั่งมองบาดแผลนิ่ง
อย่าบอกนะว่าที่ทำไปวันนั้นไม่รู้ ตื่นมาก็ไม่สงสัย ? แล้วไอ้ภูผาไม่บอกเหรอ เป็นไปได้ยังไง..
"ถาม ตอบสิ" ฉันทวนคำถามซ้ำ
"ไม่มีอะไร"
ตาคมเหลือบมองพราวที่ลุกขึ้นไปหยิบกล่องยา เอนหลังพิงพนักพิงหลังนิ่งพลางคิดว่า..
ทำไมไอ้ภูผาไม่พูด แล้วเจ้าตัวที่โดนกระทำไม่สงสัยเลยหรือไง หรือว่าเป็นห่วงพวกเขามากไปจนไม่รู้ว่าตัวเองก็เจ็บเหมือนกัน ? หรือเจ็บแต่ทนได้ ไม่ได้คิดสงสัย ?
"ขอล้างแผลที่คางหน่อยนะ ดูเหมือนมันจะมีหนอง"
"เป็นพยาบาลเหรอ ?"
"ไม่ใช่ แต่เป็นห่วง"
"ห่วงไอ้ภูผาแบบนี้เหมือนกันใช่ไหม หรือห่วงมากกว่านี้"
"เป็นห่วงเหมือนกัน แต่ภูผามีเหตุผลมากกว่า ส่วนนายน่ะ.."
"ฉันมันทำไม ?" ชายหนุ่มขยับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวตรงหน้า เลิกคิ้วสูงถามเจ้าของคำพูดเมื่อครู่ซ้ำ
"นายดื้ออะ เอาแต่ใจ"
"..หึ" เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้น
"เลิกหัวเราะแบบนี้สักทีเถอะ วันนั้นนายก็หัวเราะแบบนี้ฉันกลัวนะ"
"กลัวอะไร ?"
"มันดูโรคจิตยังไงก็ไม่รู้"
"ฉันก็แค่หัวเราะ เธอคิดไปเอง"
"..ขอล้างแผลนะ"
"แลกกับ ?"
"แลกกับอะไรอีก เดี๋ยวหนองซึม"
"จูบ"
"..สภาพปากตอนนี้ไม่น่าจะจูบได้นะคฐา นายควรรักษาแผลให้หายดีก่อน"
"นอนกอด"
"ฉันนอนดิ้น"
"ไม่ดิ้น"
"คฐา.." ฉันเรียกชื่อเขาเสียงแผ่วลง..
"ไม่ต้องล้าง เดี๋ยวพรุ่งนี้พยาบาลมาให้พยาบาลจัดการเอง"
"..."
"กลับห้องไปได้แล้ว รบกวนเวลาพักผ่อน"
"นิสัยเสีย" พึมพำว่าให้คฐาอีกครั้ง
เขามันเป็นคนยังไงนะ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ยังเป็นคฐาคนเอาแต่ใจปากร้ายอยู่เหมือนเดิม ฉันชักจะเบื่ออยากหยิกอยากตีปากจริง ๆ ถ้าไม่ติดว่าเป็นแผลอยู่จะตีเข้าให้
"ลุกขึ้น เดี๋ยวไปส่งที่ประตู"
"ไล่เหรอ ?"
"เออ" คฐาตอบเสียงเรียบ มองคนข้างกายนิ่ง
"ฉันจะนอนที่นี่"
"หึหึ.."
"ขอล้างแผล"
"ถ้าเจ็บเธอเจอดีแน่"
"แล้วตอนต่อยกันไม่เจ็บหรือไง"
"สนุกดี"
"ประสาท"
"มานั่งบนตักดิ นั่งข้าง ๆ จะมองเห็นอะไร" เขาพูดแล้วรั้งพราวให้ขึ้นมานั่งบนตัก เชิดหน้าขึ้นให้สะดวกแก่การล้างแผล
"นายเจ็บมากไหมอะ..แผลนายดูไม่น่ารักเลย ต้องล้างบ่อย ๆ หน่อย"
"พยาบาลมาได้แค่วันละครั้ง เข้าเวร"
"พยาบาลที่นายหมายถึงคือเด็กของนายใช่ไหม"
"อืม" ก็แค่เคยกินกัน เลยใช้ประโยชน์สักหน่อย
"จ้างพยาบาลพิเศษสิ อีกสักรอบ"
"สิ้นเปลือง"
"แล้วจ่ายค่านอนโรงพยาบาลให้ภูผาไม่เปลืองเหรอ"
"ไม่รู้.." ตอบพราวเสียงเรียบ
ตอนจ่ายก็ไม่รู้คิดอะไร จ่ายเกินไปก่อน ขาดเหลือค่อยว่ากันอีกที เรื่องเงินสำหรับเพื่อนมันเล็กน้อยมาก ไม่ได้มานั่งคิดเล็กคิดน้อย ส่วนแผลบนร่างกาย มันเกิดขึ้นได้เดี๋ยวก็หายได้ไม่ต้องไปใส่ใจอะไรมันมาก แค่ไม่ตายง่าย ๆ เท่านั้นพอ
"แผลนายไม่ดีเลย กินอะไรเข้าไปบ้าง กินยาบ้างไหม"
"ตามอารมณ์"
"อย่าเอาแต่ใจตัวเองคฐา ตอนนี้ร่างกายต้องการการรักษานะ"
"พูดมาก มาอยู่นี่เลยไหม"
"ไม่อะ กลัว"
"กลัวอะไร.."
"กลัวนายทำมากกว่าที่ทำอยู่ตอนนี้"
"แค่จับนม เธอทำฉันเจ็บฉันก็จับให้รู้ว่าเจ็บ"
"หยุดเจ้าเล่ห์เถอะ" ว่าแล้วตีมือคฐาที่สอดเข้าไปใต้บราเหมือนกำลังจะเขี่ยจุกเม็ดเล็ก
เขาเป็นผู้ชายที่โรคจิตมาก ยิ่งถ้าได้ดื่มหรือมีแอลกอฮอล์ดูจะจิตและมีความต้องการสูงมาก ไม่กล้ามาอยู่ด้วยสองต่อสองหรอก เกิดโดนจับกดขึ้นมาไม่ตายเหรอ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นฉันไม่รู้ แต่ฉันกลัว..
อีกอย่างถ้าเผลอพลาดขึ้นมาจริง ๆ ความเป็นเพื่อนที่ยาวนานหลายปีคงต้องจบ ภูผาคฐาจะมองหน้ากันยังไง ในเมื่อฉันต้องกลายเป็นผู้หญิงของใครคนหนึ่งในกลุ่มเพื่อน..
ในตอนที่ล้างแผลฉันนึกถึงประโยคคำถามต่าง ๆ นานา ที่คิดว่าอาจจะได้คำตอบ แต่พอลองทบทวนดูแล้ว คงหาสาระอะไรจากคฐาไม่ได้ ถ้าภูผาไม่พูด แต่คฐาพูดฉันก็ไม่สามารถปักใจเชื่อเต็มร้อยได้อยู่ดี รายนี้เจ้าเล่ห์ที่หนึ่ง..ไม่มีทางพูดความจริงแน่นอน
"มือหนักฉิบหายเลยว่ะพราว"
"ตอนต่อยกันเจ็บกว่านี้ อย่าบ่น"
"มันก็ไม่ได้เจ็บย้ำ ๆ แบบนี้ไหมวะ"
"ไม่รู้.." ฉันตอบเสียงเรียบ ก้มมองคฐาที่บีบขยำหน้าอกแรงขึ้นสายตาไม่พอใจ
