บทที่ 9 ตอนที่ 8 เกิดอะไรขึ้น
ตอนที่ 8 เกิดอะไรขึ้น
ผลัวะ ผลัวะ ผลัวะ!
เสียงกำปั้นใหญ่กระทบใบหน้าคนนั่งบนพื้นดังหลายครั้งติดจนมันล้มลงไปนอนแผ่บนพื้น แต่ละครั้งที่เขารุนแรงไปไม่ได้ทำให้ความโกรธในใจลดน้อยลงเลย แค่มองตาก็รู้เมื่อคืนมันเกิดอะไร แค่มองหน้ามันเขาก็รู้ว่ามันคิดไม่ซื่อมากขนาดไหน!
เขาที่อุตส่าห์ไม่เมาอยู่รอให้มั่นใจ แต่ใครจะรู้ พอหลับแล้วมันก็ทำแบบนี้ มันย่ำยีพราวทั้งที่เธอเมา เมาไม่รู้เรื่องอะไรเลยเผลอ ๆ ไม่รู้กับสิ่งที่มันทำไปด้วยซ้ำ
คฐาที่ศีรษะกระแทกพื้น โดนปลุกจากความรุนแรงหลายครั้งพอจะทำให้สติที่ล่องลอยหวนคืนกลับมา เขาดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง ย่องยืนเบาที่สุด แล้วคว้าไหล่ไอ้ภูผาให้หันกลับมารับความเจ็บปวดจากเขาบ้าง
ครั้งนี้เราต่างก็ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ได้พังข้าวของในห้องเพียงแค่สลับกันลงแรง มีบ้างที่เขาเสียเปรียบและก็มีอีกหลายครั้งที่เขาได้เปรียบ จนล้มลงไปนอนราบหมดแรงกันทั้งคู่..
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ตากลมสวยของคนบนเตียงหันมองหาสองหนุ่มที่มักจะนอนข้างกายนิ่ง
"กลับกันไปแล้วเหรอ ไม่รอบอกกันหน่อยหรือไง" ฉันพึมพำถึงคนสองคนที่ทิ้งให้ฉันนอนเมาอยู่คนเดียว ก่อนหูจะได้ยินเสียงลมหายใจหนัก ๆ
ทำให้ต้องลุกขึ้นด้วยความเร็วพร้อมกับช่วงล่างที่เจ็บแปลบขึ้นมาดื้อ ๆ แต่ภาพตรงหน้าทำให้ต้องโฟกัสคนนอนจมกองเลือดถึงสองคนมากกว่า..
"นี่นายสองคนทะเลาะกันเหรอ?"
"มันหนักถึงขั้นจะต่อยให้ตายกันไปข้างหนึ่งแบบนี้เลยหรือไง พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ!" ฉันว่าให้เขาทั้งสองคนก่อนจะรีบลงจากเตียงไปดูสภาพภูผาที่ลืมตาแทบไม่ขึ้น แล้วเดินไปประคองตบแก้มคฐาเบา ๆ ให้ได้สติ เสียงหัวเราะของคฐาทำให้ฉันหวาดกลัว..
เสียงหัวเราะเขาเหมือนตัวร้ายในละครที่ดูไม่มีผิด
ฉันทำได้แค่หันมองเขาสองคนทั้งน้ำตา ดึงเสื้อภูผาและคฐาให้ตอบคำถาม จนได้คำตอบเป็นสายตาที่ทั้งสองต่างก็มองมาที่ฉันคนเดียว..
"..." เขาทั้งสองมองมาที่ฉัน..เพราะฉันเหรอ? ฉันทำให้พวกเขาทะเลาะกันจนเลือดตกยางออกแบบนี้เหรอ มันเป็นเพราะฉันเหรอ..
ฉันที่มือไม้สั่นทำอะไรก็ไม่ถูกสักอย่างรีบกดโทรเรียกรถโรงพยาบาลให้มารับพวกเขาไปรักษาทั้งที่น้ำตาไหลอาบหน้า..
โรงพยาบาล..
ทั้งสองคนถูกปฐมพยาบาลเบื้องต้นและให้ยาแก้ปวดจนตอนนี้ต่างก็เข้าสู่ภวังค์อีกครั้ง ต่างจากฉันที่เดินไปห้องนั้นทีห้องนี้ทีด้วยใจที่ร้อนรุ่มอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เกิดนานแค่ไหน เขาทั้งสองถึงได้นอนจมกองเลือดกันแบบนี้..
[คฐา]
ตั้งแต่ที่อยู่ในห้องคนที่ได้รับความเป็นห่วงเป็นใยคนแรกคือไอ้ภูผา ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่คราวถ้าต้องให้เลือก มันมักจะเป็นฝ่ายที่ถูกเลือกมากกว่าเขา
ขนาดพราวเห็นสภาพเขาหนักกว่ามันเธอยังเลือกลงไปหามันก่อนเลย แค่นี้ก็รู้แล้วใครสำคัญสำหรับเธอ มันน่าสมเพชนะ ทั้งที่ที่ผ่านมาเขาก็เฝ้าทะนุถนอมเธอไม่ต่างจากมัน คอยขัดคอยขวางทุกคนเพื่อไม่ให้ใครเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเธอนอกจากเขากับมัน แต่สุดท้าย..ก็อย่างที่เห็น
คนมาทีหลังแบบเขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะพูดด้วยซ้ำ เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องกลายเป็นคนผิด แต่ถ้าผิดแล้วพราวยืนข้างเขา เขาก็ยอม..
[ภูผา]
..ที่มันบอกจะไม่ทำ ไม่อยากมองหน้ากันไม่ติด วันนี้มองไม่ติดแล้วล่ะ เขาไม่สามารถมองมันเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ไม่ได้เลย แค่มองก็ไม่ได้
สำหรับเขาพราวมีค่ามาก มากกว่าที่มันจะทำเลวกับเธอแบบนี้ หากในอนาคตเราต่างก็ไม่มีใครคงวาดฝันนั้นไปด้วยกัน แต่พอไอ้คฐาทำแบบนี้..ดับทั้งฝันเขาและฝันเธอ
[แพรวพราว]
บ่ายคล้อย..
มาถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้ถึงสาเหตุที่คนสองคนมีปากเสียงกัน ไม่รู้ว่าทำไม ตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าใครสักคนจะได้สติ ทำให้ฉันต้องเดินไปห้องภูผาทีห้องคฐาทีด้วยความเป็นห่วง
ฉันก้มมองมือสั่นเทาของตัวเองก่อนจะเช็ดน้ำตาที่หยดลงมาลวก ๆ แล้ววางมือลงบนมือภูผาที่นอนหลับไม่ได้สติ ทันทีที่ภูผาจับมือกลับ โลกทั้งใบก็แทบหยุดหมุน..
"ต..ตื่นแล้ว นายตื่นแล้ว.." ฉันพูดออกมาทั้งน้ำตา ดีใจและเสียใจไปพร้อมกันเมื่อเห็นสีหน้าเจ็บปวดของคนบนเตียง
ฉันไม่ลังเลที่จะเรียกหมอให้เข้ามาสอบถามอาการเพิ่มเติม ก่อนจะแวะไปดูคฐาที่ยังนอนหลับตาอยู่..
"ตื่นได้แล้ว..ภูผาตื่นแล้วนะ" ฉันเขี่ยแก้มคฐาและพูดคล้ายปลุกเขาให้รู้สึกตัวตื่นแต่ทุกอย่างมันก็เงียบ..
พยาบาลเดินเข้ามาตามฉันในห้องคฐา ทำให้ต้องเดินออกไปยืนคุยกับคุณหมอและพยาบาล คำตอบของคุณหมอทำใจดวงน้อยดีขึ้นมาหน่อยที่ทั้งสองไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่บาดเจ็บภายนอกเท่านั้น..
"เจ็บไหม.." ฉันถามภูผาที่นอนหลับนิ่ง ดึงเก้าอี้ไปนั่งข้างเตียง วางมือลงบนหลังมือตรงที่ไม่ได้พันแผลของภูผาแผ่วเบา
"..."
"พวกนายทะเลาะอะไรกัน ทำไมหนักขนาดนี้..มันคุยกันไม่ได้เลยเหรอ"
"ไม่มีอะไรจะคุย"
"คฐายังไม่ตื่นเลยนะ.." พูดน้ำตาคลอมองภูผาที่ดูเย็นชาไม่เหมือนอย่างที่แล้วมา
"หน้าอย่างมันไม่ตายง่าย ๆ หรอก"
"นายโกรธคฐาขนาดนั้นเลยเหรอ"
"..."
"ตอบฉันหน่อยสิภูผา ฉันว่านายมีเหตุผลมากที่สุดแล้วนะ" เราสบตากันแล้วก็เป็นภูผาที่หันหนี
ฉันก็ได้แต่คิดว่าทำไม เป็นอะไร ทำไมภูผาเลือกเงียบไม่พูดไม่จา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ถามอะไรไปเขาก็มักจะมีคำตอบให้เสมอ
"..นายไม่ตอบฉันเลย เมื่อวานนายก็ไม่อยู่กับฉัน"
"ไอ้คฐาอยู่" ภูผาตอบเสียงเรียบ
"เราเป็นเพื่อนกันนะ มีกันแค่สามคน.."
"มันดูแลเธอได้"
"นายก็เลยไม่มาเหรอภูผา" ฉันเงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตา ก่อนจะหลบสายตาภูผาที่หันมามองกัน
มือที่วางบนหลังมือภูผาตอนนี้ฉันดึงมันออกแล้ว ต่อให้จับหรือสัมผัสกันยังไงวันนี้ก็คงไม่ได้คำตอบ และก็คงไม่มีทางรู้ว่าเขาสองคนทะเลาะอะไรกัน
ใจฉันมันสังหรณ์แปลก ๆ เพราะภูผาพูดถึงคฐาคล้ายประชดประชันไม่เหมือนทุกครั้ง..
"ถ้านายคิดว่าการชวนฉันออกมานั่งดื่ม แล้วจะให้นั่งกันแค่สองคนวันหลังไม่ต้อง ฉันจะไม่มาแล้ว.."
"ต่อไปก็ต้องนั่งสองคน ไม่มีคนที่สาม"
"ทำไม ?" เป็นอีกครั้งที่ฉันถามภูผา
คำตอบคือความเงียบเหมือนเดิม..
การที่ภูผาไม่ตอบคำถามทำให้ฉันไม่อยากคาดคั้นเขา เลือกเดินออกจากห้องเขาไปเข้าห้องคฐา..
ในห้องมันว่างเปล่า..ราวกับว่าคนที่เคยนอนตรงนี้ ไม่อยู่แล้ว
