บทที่ 1 คำท้า…และค่ำคืนที่ไม่ลืมเลือน

เธอจะไม่เสียใจทีหลัง ใช่มั้ยสาวน้อย” เสียงทุ้มกระเส่าดังข้างหู ทำให้หญิงสาวต้องปรือตามองที่มาของเสียงนั้น

ใบหูแดงจัดถูกปกคลุมบางส่วนด้วยเส้นผมพริ้วไหว ลำคอเกร็งจนเห็นเส้นเลือดใหญ่ชัดเจน

ชีพจรกำลังเต้นจนสามารถเห็นการเคลื่อนไหวผ่านผิวขาวนั้นได้ด้วยตาเปล่า

ตากลมดวงน้อยปิดลงอีกครั้ง เพราะการถูกรบกวนกายสาวด้วยนิ้วเรียวยาวอันเย็นเฉียบ

เธอรู้สึกถึงมันได้ ต้นขาด้านในเหมือนถูกไฟฟ้าแล่นผ่าน จากจุดที่ถูกนิ้วเรียวสัมผัสพุ่งตรงสู่กลางกาย

‘เสียใจทำไม งานดีขนาดนี้’ 

เสียงในสมองของเธอดังลั่น ราวกับจะทำให้คนด้านบนได้ยิน

เมื่อความรู้สึกของเธอตอนนี้ มันเกินจะสามารถหยุดทุกอย่างลงได้แล้ว อาจจะเป็นผลพวงจากแอลกอฮอล์ในร่างกาย ที่ได้รับสูงเกินกว่าที่เธอเคยได้รับมา

“กลัว หรือ กล้า”

คำท้าทายจากปากของพวกเพื่อน ที่เธอไม่มีทางจะยอมแพ้ คนอย่างเธอไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น

“อ๊ะ…” เสียงแผ่วเบาเผลอหลุดออกจากปากหญิงสาว

เมื่อเธอกำลังถูกคนด้านบนรุกล้ำอีกครั้ง เหมือนเริ่มไม่พอใจที่ยังไม่ได้ยินคำตอบจากหญิงสาวใต้ร่างเสียที เขาเริ่มจะทนความหนึบปวดที่เกิดขึ้นไม่ไหวแล้ว

“ไม่ค่ะ ฉันไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ฉันเลือก อื้อ... อื้อ…”

เพียงแค่ได้ยินคำตอบที่น่าพอใจ ร่างสูงเริ่มเกมส์รักที่เฝ้าคอยทันที เขาเริ่มจรดปลายจมูกลงที่ซอกคอขาวเนียน สูดเอากลิ่นหอมอ่อนเข้าเต็มปอด

ก่อนจรดริมฝีปากและเรียวลิ้นค่อยๆ ลากผ่านมาตามกรอบหน้า จนมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากบางสีแดงสด เขาประกบลงไปแทรกลิ้นอุ่นเพื่อเปิดปากเข้าไปชิมความหวาน

ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ปล่อยให้ร่างกายด้านล่างถูกทอดทิ้ง กระโปรงเข้ารูปถูกดันขึ้นกองอยู่ที่เอวคอด

นิ้วเรียวเย็นเฉียบค่อยๆ ลูบไล้เรียวขาด้านข้าง ลุกล้ำเข้ามาจนถึงโคนขาด้านใน หัวใจทั้งคู่เต้นรัว เผลอหยุดหายใจ เหมือนกำลังรอคอยกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปหลังจากนี้

นิ้วเรียวเกี่ยวขอบผ้าบางออกให้พ้นทาง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนเข้าไปสัมผัสกับความชื้นเแฉะ ยิ่งออกแรกเลื่อนผ่านจุดอ่อนบาง กายสาวบิดตัวด้วยความซ่าน อยากจะถอยหนี

เพียงแต่ไม่ทันการแล้ว เมื่อนิ้วโป้งของคนด้านบนกำลังหมุนวนอยู่ที่จุดอ่อนไหว จนกายสาวเผลอยกสะโพกขึ้นอย่างลืมตัว

“ถ้าคิดจะเปลี่ยนใจเอาตอนนี้ คิดว่าคงไม่ทันแล้วนะ สาวน้อย ควรเตรียมใจเอาไว้ดีกว่าว่า คืนนี้ เธอคงจะไม่ได้นอนแล้วล่ะ”

สิ้นเสียงทุ้มนั้น มันไม่ใช่เพียงคำขู่ แต่เขาคนนี้ ไม่ยอมปล่อยให้เธอได้นอนทั้งคืนจริงๆ

10 โมงเช้า

หญิงสาวต้องจำใจลืมตาตื่นขึ้น ไม่ใช่เพราะแสงแดดที่ส่องผ่านม่านบางเข้ามากระทบผิวหน้า แต่เป็นเพราะความเจ็บแสบที่กลางกายกำลังเข้าเล่นงาน

การขยับตัวเพียงน้อยนิดของเธอกลับสร้างความปวดร้าวไปถึงกระดูก

“นี่ เราอยู่ที่ไหนเนี่ย โอ้ย...ปวดหัวจัง” เสียงแห้งผากถูกเปล่งออกมาจากปากบางที่ตอนนี้บวมเจ่อจนรู้สึกเหมือนถูกฉีดยาชาตอนหาหมอทำฟัน

ศีรษะหนักอึ้งจนไม่สามารถยกขึ้นจากหมอนได้ ทำได้เพียงเปิดเปลือกตามองเพดานสูง แล้วถึงค่อยๆ หันมองไปรอบตัว

‘เหมือนห้องนอนในโรงแรมห้าดาวที่เธอเคยเห็นในโซเชียลโดยบังเอิญ’

“หรูจัง ค่าห้องที่นี่คืนเท่าไหร่เนี่ย”

เมื่อนึกถึงราคาค่าห้องที่ตัวเองอาจจะต้องเป็นคนจ่าย หญิงสาวเริ่มหน้าเจื่อน พยายามรีบลุกขึ้นจากที่นอน

แม้ว่าเธอจะรู้สึกเมื่อยปวดไปทั้งร่างกาย แย่ยิ่งกว่านั้น คือ กลางกายสาวที่แทบแสบร้อนทุกครั้งที่ขยับร่างกาย

เสียงน้ำฝักบัวในห้องน้ำยังคงไหลอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าเธอจะอยากเห็นหน้าชายคนเมื่อคืนให้ชัดอีกครั้ง ว่าหนุ่มหล่องานดีที่เธอได้เห็น และร่วมกิจกรรมกันเมื่อคืน เมื่อถึงคราวฟ้าสว่างแล้ว จะตรงปกแบบเมื่อคืนหรือเปล่า

ร่างบางรีบสลัดความคิดทั้งหมดทิ้ง เธอต้องรีบออกไปจากที่นี่ ก่อนที่อีกคนจะออกมาเห็นสภาพของตัวเองตอนนี้ สภาพคงไม่น่าจะดูได้สักเท่าไหร่

‘เธอต้องเยินมากแน่ ๆ เลย’

“เอายังไงดี จะไปโดยไม่ลากันอย่างนี้เลยได้ใช่มั้ยนะ เอาเถอะคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วล่ะ เมื่อคืนเราก็แค่เมาจนขาดสติไปหน่อย แล้วไอ้พวกเพื่อนบ้าก็กล้ายุสะเหลือเกิน เฮ้อ แล้วนี่ยัยพวกนั้นจะรับผิดชอบยังไงเนี่ย”

ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังไม่แจ่มชัดในหัวลีวายเท่าไหร่นัก เธอจำได้แค่ว่า เธอไปฉลองการเรียนจบมัธยมปลายอย่างสมบูรณ์ พร้อมกับฉลองที่สอบติดมหาวิทยาลัยคณะที่ต้องการ

ในขณะที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร่างกายเริ่มเข้มข้นขึ้น เหล่าเพื่อนสาวแกงค์เฟี้ยวเปรี้ยวซ่าของเธอ ก็เริ่มยุยงให้เธอจีบหนุ่มหล่อที่นั่งดื่มอยู่โต๊ะข้างๆ เพียงคนเดียว

ทั้งนิสัยที่ไม่ค่อยยอมเสียหน้าของเธอ และฤทธิ์เครื่องดื่มมึนเมา ยิ่งทำให้เธอกล้ามากขึ้นจนรับคำท้า แต่ก็ยังคาดไม่ถึงว่า ชายหนุ่มรูปหล่อคนนั้นจะเล่นกับเธอด้วย จนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เธอสลบไป

“อดอยากมาจากไหนกันนะ เล่นซะระบมไปหมด นี่เราภาพตัดเพราะเมาหรือเพราะ...โอ้ย ไม่เอาๆ ไม่คิด น่าอายมากลีวายเอ้ย”

เสียงบ่นกระปอดกระแปด ออกจากปากพร้อมกับร่างบางที่กำลังพยายามจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง

แต่ก็ยังไม่วายที่จะคอยเงี่ยหูฟังว่าคนในห้องน้ำจะทำธุระเสร็จหรือยัง เพราะกลัวเขาจะออกมาเจอเธอก่อนจะหนีได้ทัน

"แย่แล้ว ยัยลีวาย เขาอาบน้ำเสร็จแล้ว เธอต้องรีบเผ่นแล้วจ้า”

ทันทีที่เสียงน้ำฝักบัวเงียบลง หญิงสาวรีบคว้ากระเป๋าที่ตกอยู่ที่ข้างเตียง เปิดดูธนบัตรที่อยู่ด้านใน รีบหยิบใบสีเทาออกมาสองใบวางทิ้งไว้ที่โต๊ะข้างเตียง

“มีแค่สี่พันเอง ถ้างั้นก็โครงการคนละครึ่งแล้วกันนะ ดูจากหน้าตาเมื่อคืนน่าจะพอมีเงินอยู่ เอาไปแค่สองพันคงไม่ว่ากันนะคะ สุดหล่อ”

หลังจากวางเงินสองพันบาทไว้ที่โต๊ะข้างเตียงเรียบร้อย หญิงสาวรีบเร่งเดินเท้าเปล่าออกจากห้องพักสุดหรูอย่างทุลักทุเลไม่น้อย เพราะร่างกายยังคงร้าวระบม

อีกทั้งความหวาดหวั่นว่าคนในห้องน้ำนั้นจะออกมาเจอ เธอคงทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้จะสู้หน้าเขาอย่างไรในสถานการณ์อย่างนี้

บทถัดไป