บทที่ 2 ตรวจภายใน…

ปัง...

เสียงประตูห้องปิดลงเสียงดัง หลังร่างบางผ่านพ้นปานประตูออกไปไม่นาน

“หึ” ชายหนุ่มออกจากห้องน้ำอย่างไม่รีบร้อน 

ไม่ค่อยต่างจากที่เขาคาดการณ์เอาไว้เท่าไหร่ เมื่อคิดเอาไว้อยู่แล้วว่า สาวสวยที่เพิ่งผ่านบทรักร้อนแรงกับเขาเมื่อคืนนั้น คงไม่นอนรอให้เขากลับมาเริ่มบรรเลงบทใหม่อีกครั้ง 

“ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมากความ ยังไงก็คงไม่ได้เจอกันอีก”

เพียงแต่ เมื่อเหลือบเห็นกระดาษสีเทาที่วางอยู่ที่โต๊ะข้างเตียง คิ้วคมขมวดเข้าหากัน มุมปากยกยิ้มแต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นการแสดงความยินดี 

“อะไรกันเนี่ย ผู้หญิงคนนี้ เห็นชั้นเป็นอะไร”

“สองพันเนี่ยนะแม่คุณ ค่าน้ำหรือค่าอะไร เฮ้อ” 

หลังหยิบธนบัตรทั้งหมดนั้นขึ้นมาดู ก็ยิ่งรู้สึกหน้าชา จากที่ไม่ได้ถือโทษที่หญิงสาวจากไปโดยไม่ได้ร่ำลา แต่เห็นจำนวนเงินที่เธอวางทิ้งเอาไว้ เขาคงต้องคิดใหม่ 

“อย่าให้เจออีกเชียวนะ แม่ตัวดี” เขาไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน เพียงแต่มันหยามกันเกินไป

ภายในห้องนอนโทนขาวครีมสไตล์เจ้าหญิง เตียงสี่เสาหลังใหญ่แขวนผ้าม่านลูกไม้บางรอบด้าน

ลีวายพยายามหยุงตัวเองมาจนถึงบ้านของเธออย่างยากลำบาก หญิงสาวล้มตัวลงนอนแผ่ กางแขน กางขาอย่างไม่ต้องห่วงท่าทีความเป็นกุลสตรีไทย 

เพราะถึงแม้ว่าห้องนอนและเตียงนอนเธอจะจัดตกแต่งสไตล์เจ้าหญิงจ๋าเพียงใด มันไม่ใช่สไตล์ของเธอเลย เป็นความต้องการของแม่เธอล้วนๆ

ถือว่าเธอยังโชคดี ที่วันนี้พ่อกับแม่ก็ยังยุ่งอยู่กับการออกไปทำงานแต่เช้า และคงไม่ทันได้สังเกตุว่า ลูกสาวคนดีเพิ่งจะลากสังขารกลับมาถึงบ้าน ในตอนเกือบเที่ยงวันเข้าไปแล้ว

‘เขาจะว่าอะไรมั้ยนะ ที่เราออกมาแบบนี้ เงินที่วางไว้ให้มันน้อยไปหรือเปล่านะ เขาคงมีเงินพอจ่ายค่าห้องล่ะมั้ง ก็ใครใช้ให้พาไปโรงแรมหรูแพงขนาดนั้นกันล่ะ เฮ้อ... ช่างมันเถอะ หยุดคิดถึงได้แล้วยัยลีวาย ก็แค่วันไนท์ ต่อไปนี้ก็คงไม่ได้เจอเขาอีกแล้วล่ะ’ 

ลีวายได้แต่นอนมองเพดานบ่นกับตัวเอง เมื่อตอนนี้เธอไม่อยากแม้แต่จะขยับร่างกายส่วนไหนเลย 

โดยเฉพาะช่วงกลางกายที่ยังรู้สึกทั้งจุก ทั้งหน่วง และมันแสบไม่หาย

ก่อนจะเคลิ้มหลับไปอีกรอบ เสียงมือถือข้างกายทั้งดังทั้งสั่น เหมือนประท้วงเจ้าของ

[ลีวาย... เป็นไงบ้าง ขึ้นสวรรค์ไปกี่ชั้นกันยะ] 

เสียงแหลมดังลอดออกมาจากมือถือทันทีที่เธอกดรับสาย เพราะเห็นชื่อบนหน้าจอแสดงว่าเป็น 

น้ำฟ้า... เพื่อนสุดซี้คนขี้ยุของเธอ ต้นเหตุที่ทำให้เธอเจอศึกหนักเมื่อคืน

“ยังจะมาพูดอีกยัยฟ้า เพราะแกเลยขี้ยุดีนัก รีบมารับผิดชอบเพื่อนเดี๋ยวนี้เลยนะ เมื่อเช้าโทรไปก็ไม่รับ ส่งข้อความไปก็ไม่อ่าน ดูท่าว่าเพิ่งจะฟื้นสิ ใช่มั้ย” 

หญิงสาวรีบค่อนขอดเพื่อน แกล้งเสียงแข็งเหมือนจะเอาเรื่องที่เพื่อนสร้างไว้ ทำให้เธอต้องเดือดร้อน

[อะไรกัน ทำไมชั้นต้องไปรับผิดชอบ คนที่ต้องรับผิดชอบคือพี่ชายหนุ่มสุดหล่อคนนั้นต่างหาก แกไม่ต้องทำตึงตังเลยยัยวาย เล่ามาซะเมื่อคืนเป็นยังไงบ้าง แซ่บมากมั้ยแล้ว งานดีทั้งตัวเลยเปล่า]

“ยัยบ้า ยัยตัวแสบ รีบมาหาเดี๋ยวนี้เลย มาพาไปโรงพยาบาลหน่อย เดี๋ยวเล่าให้ฟังระหว่างทาง”

[เฮ้ย! แกไปเจออะไรมากันแน่เนี่ย ถึงขั้นต้องไปโรงพยาบาลเลย เจอพวกซาดิสต์เหรอ แต่เห็นหน้าตาแบบนั้นไม่น่าเลยนะแก เออๆ เอาไว้ค่อยเล่าระหว่างทาง เดี๋ยวจะรีบออกไปรับเดี๋ยวนี้แหละ ทำใจดีๆ ไว้นะเพื่อนสาว] 

ลีวายกลอกตามองบน เมื่อฟังคำคาดการณ์พิศดาลของเพื่อนสนิทก่อนที่จะวางสายไป

แผนกสุตินารีเวช โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคอล

“เป็นยังไง ยัยลีวาย ไหนรีบเล่ามาสิ เงียบมาตลอดทางเลยเนี่ย แกเจอพวกซาดิสต์รุนแรงถึงขั้นต้องมาตรวจเลยเหรอ ไม่ฉีกใช่มั้ยแก แกเช็คตัวเองหรือยัง” 

เสียงถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง ปนกับความตื่นเต้นด้วยความอยากรู้อย่ากเห็นของน้ำฟ้า เริ่มดังจนคนนั่งรอข้างๆ แอบหันมอง

“ไม่ใช่ น้ำฟ้า ไม่ได้เจอแบบนั้น แกก็เบาๆ หน่อยสิ คนอื่นเขามองกันหมดแล้ว ถึงชั้นจะกล้าไปจีบหนุ่มหล่อในผับ แต่ชั้นก็อายที่จะต้องพูดเรื่องพวกนี้นะยะ” 

น้ำฟ้าพยักหน้ารับ ยกนิ้วชี้ตัวเองขึ้นบังริมฝีปาก เป็นสัญญาณให้เห็นว่า เธอจะลดเสียงลงให้พอได้ยินกันเพียงสองคน

“ผู้ชายคนเมื่อคืนงานดีมากเลยแก แต่ก็กินดุมาก ทำเอาชั้นถึงกับสลบไปตอนก็ไม่รู้ แถมของเค้ายัง...” ลีวายยกมืออีกข้างจับข้อมือตัวเองโชว์ให้เพื่อนสาวดู แทนการพูดออกมา 

“นี่ทำเอาระบมไม่หายเลยเนี่ย แล้วพอแกโทรมา ชั้นก็รู้สึกเหมือนจะเริ่มเป็นไข้ เลยตามให้แกช่วยพามาให้หมอตรวจเนี่ยแหละ”

“ว้าย ตายแล้ว เพื่อนชั้น ครั้งแรกก็ได้เจอของดีเลยสินะ น่าอิจฉาแกจังเลยยัยวาย ถ้ารู้อย่างนี้ ชั้นไม่ยุแกหรอก ชั้นเข้าไปจีบเองเลยดีกว่า คิ... คิ...” 

น้ำฟ้าทำหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ กระหยิ่มยิ้มย่องไปกับภาพในจิตนาการของตัวเอง ตามคำบอกเล่าของเพื่อนสาว

คุณลีลาวดี เชิญที่ห้องตรวจหนึ่งค่ะ”

“ไปแก ไปตรวจ ว่าแต่ แกบอกไว้หรือเปล่าว่าเอาหมอผู้หญิง” 

ลีวายที่กำลังลุกจากที่นั่งเพื่อไปที่ห้องตรวจตามคำเรียกของพยาบาล ต้องชะงัก เมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนเพิ่งถาม สีหน้าตกใจไม่น้อย 

เพราะเธอมัวแต่คิดเรื่องเหตุการณ์เมื่อคืน ว่าจะเล่าให้เพื่อนฟังอย่างไร จนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท 

“แก...เป็นชื่อหมอผู้ชาย” 

เมื่อทั้งคู่ถึงหน้าห้องตรวจ เห็นชื่อหมอประจำห้องที่ติดไว้เป็น นพ.ปูลวัชร 

หญิงสาวรู้สึกหน้าชา อยากจะเปลี่ยนใจหันหลังกลับ

“เชิญครับ” เสียงทุ้มที่เธอคุ้นหู แต่นึกไม่ออกว่าเป็นเสียงของใครที่เธอรู้จักดังออกมาจากห้องตรวจ 

แต่ก่อนที่จะเปลี่ยนใจได้ทัน พยาบาลเดินถือแฟ้มคนไข้ของเธอเดินเข้ามาหา พร้อมกับช่วยผยุงเธอเข้าไปในห้องตรวจทันที 

“ญาติรอข้างนอกก่อนดีกว่านะคะ ให้คุณหมอตรวจได้สะดวก” 

หญิงสาวได้แต่ทำใจเดินก้มหน้าก้มตามพยาบาลเข้าไปภายในห้อง ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองหน้าเจ้าของห้องตรวจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป