บทที่ 8 ศัตรูหัวใจ
โรงพยาบาล
บรรยากาศภายในแผนกศัลยกรรมตกแต่งดูครึกครื้นมากกว่าปกติ
คงเป็นเพราะ ทางโรงพยาบาลเพิ่งจะประกาศออกแคมเปญใหม่ ทำให้มีผู้สนใจเข้ามาใช้บริการมากขึ้น
หมอเก๋ หรือ พญ.เกศรา ศัลยแพทย์มือทอง ที่มีลูกค้าเข้าคิวอยากใช้บริการทำศัลยกรรมกับเธอมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโรงพยาบาล
เธอถนัดการทำศัลยกรรมหลายอย่าง แต่ที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดคือ การทำศัลยกรรมเสริมจมูก ที่ดูโดดเด่นอย่างเป็นธรรมชาติ
วันนี้เป็นอีกวันที่เธอยุ่งจนแทบไม่มีเวลากินข้าว แต่เพียงเห็นหน้าจอมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะคอนเซาท์กระพริบขึ้น บนหน้าจอโชว์ชื่อที่คุ้นเคย กอหญ้า
หญิงสาวไม่รีรอที่จะขอให้พยาบาลผู้ช่วย อยู่รับหน้ากับคนไข้ตรงหน้า ก่อนจะลุกขึ้นหยิบมือถือเดินออกจากห้องเพื่อรับสาย
[หมอเก๋คะ มีเรื่องด่วนรายงานค่ะ] ทันทีที่กดรับ เสียงจากฝั่งตรงข้ามดังเขาหูเธอทันที
“ขอให้เป็นเรื่องด่วนจริงนะกอหญ้า วันนี้ฉันยุ่งมากจนแม้แต่ข้าวก็ยังไม่ได้กิน หิวจะตาย”
เธอแค่บ่นฝั่งตรงข้ามออกไปเพราะเริ่มโมโหหิว เพียงแต่ในใจกลับรู้ดีว่า ทุกสายที่กอหญ้าโทรหาเธอนั้น มีแต่เรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับคนที่เธอหมายปอง
[ด่วนจริงๆ ค่ะ กอหญ้าไม่เคยหลอกคุณหมอนี่คะ คุณหมอก็รู้] แม้ว่าจะเป็นรองทางสถานภาพ แต่กอหญ้าก็ไม่ถึงกับเกรงกลัวหมอเก๋จนไม่กล้าต่อปากต่อคำ
เพราะเธอรู้ตัวดีว่า มีเพียงเธอที่สามารถเป็นหูเป็นตาให้หมอเก๋ได้ และเธอพอมีแต้มต่อ
“ถ้าด่วนงั้นก็ว่ามา ฉันยังมีคนไข้รออยู่ในห้อง” เสียงเริ่มร้อนรน
[วันนี้มีเด็กนักศึกษามาหาหมอปูลที่คลีนิกค่ะ บอกว่านัดเอาไว้]
“กอหญ้า แค่นักศึกษาฝึกงาน เธอยังจะบอกว่าด่วน จนต้องกวนเวลางานฉันเนี่ยนะ”
[ใจเย็นก่อนสิคะคุณหมอ ไม่อยากรู้เหรอคะว่าทำไมถึงขั้นต้องโทรมาบอก]
“ทำไม ก็รีบพูดมาให้มันเร็วๆ สิ” ปกติหมอเก๋ ไม่ใช่สาวเอาแต่ใจหรือชอบโวยวาย
เธอมักจะเคร่งครึม มาดผู้ใหญ่ใจดี มีความถือตัวบางตามสถานการณ์ แต่ครั้งนี้เธอรู้สึกเหนื่อยกับการทำงานและหิวมากๆ จนทำให้ขาดสติไปเล็กน้อย
[คุณหมอมาพาเด็กนั่นขึ้นไปที่ห้องพักด้วยตัวเองค่ะ แถมยัง…]
กอหญ้าหยุดไม่ยอมพูดต่อทั้งหมด เธอรู้ดีว่านี่จะช่วยเพิ่มความร้อนใจให้คนปลายสาย และเธอต้องการให้เป็นแบบนั้น
“กอหญ้า นี่ถ้าเธอยังยึกยักอยู่แบบนี้ ฉันจะวางสายและเลือกให้คนอื่นช่วยเป็นหูเป็นตาแทนเธอ เธอว่าดีมั้ย”
[ไม่ค่ะ ไม่ กอหญ้าตามขึ้นไปเลยรู้ว่า ทั้งคู่เข้าไปในห้องและล็อคห้องด้วยค่ะ นี่ผ่านไปเป็นสิบนาทีแล้วนะคะ ความจริงถ้าแค่คุยกับนักศึกษาฝึกงานก็ไม่เห็น…ต้อง…ลอ]
ไม่ต้องฟังให้พูดจบ หมอเก๋กดวางสาย รีบกลับไปที่ห้องพักแพทย์เพื่อเก็บของทันที
“เมษา ฝากเลื่อนนัดทั้งหมดวันนี้ออกไปก่อนนะ หมอมีธุระด่วน สำคัญมาก!!”
ก่อนออกจากแผนก เธอสั่งกับเลขาส่วนตัว ที่ได้รับการจัดสรรมาเป็นพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกในการนัดหมายลูกค้าให้เธอ
ห้องทำงานคลีนิก
กว่าหนึ่งชั่วโมงที่ชายร่างสูงหลับลึกจนเหมือนไม่อาจจะฟื้นขึ้นมาได้
แต่ทันทีที่เริ่มรู้สึกตัว ก็พบว่าตนนั้นกำลังหนุนนอนอยู่บนเนินอวบๆ ที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ
กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เป็นความสบายที่รู้สึกได้อย่างที่ไม่เคยได้รู้สึกแบบนี้มาก่อน
“อื้อ…”
เสียงประท้วงดังขึ้นในลำคอ เมื่อเขาขยับตัวเงยหน้ามองใบหน้า คนที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ใต้ร่างเขา
“หลับสบายเชียวเด็กน้อย นี่ฉันให้เธอมานอนหลับหรือไง”
ไม่ทันเท่าความคิด เมื่อเขาเข้าประชิดจมูกและริมฝีปากตนเอง ลงบนลำคอบางนั้น สูดกลิ่นหอมจางเข้าปอด
ริมฝีปากประกบ ขบ เม้ม อย่างหมั่นเขี้ยวคนที่กำลังหลับเพลิน
ในครั้งแรกตั้งใจเพียงอยากจะแกล้งให้คนขี้เซารู้สึกตัว เพียงแต่แค่ได้สูดกลิ่นกายสาว ร่างกายกลับเริ่มร้อนระอุขึ้นไม่ทันตั้งตัว
จากเพียงแค่ลากไร้ริมฝีปากและจมูก ไซร้ซอกคอขาว แต่กำลังเริ่มไล่เล็มชิมลงมายังเนินกระดูกไหปลาร้า
นิ้วเรียวทำหน้าที่เกี่ยวปลดกระดุมที่คอเสื้อ เพื่อเปิดทางให้เขาได้ชิมเนินเนื้อที่ถูกปกปิดเอาไว้
“อื้อ…มาดแมน อย่ากวนสิ”
เสียงหวานงัวเงีย พยายามป่ายปัด ให้หลุดออกจากการถูกรุกราน
“เธอเรียนฉันว่าอะไรนะ ลีลาวดี!”
เพียงได้ยินชื่อไม่คุ้นหูออกจากปากหญิงสาว หมอหนุ่มรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาทันที
เขาหยุดกิจกรรมทุกอย่างที่กำลังทำ ยันตัวเองขึ้นนั่งมองหน้าหญิงสาวที่ยังคงหลับตาพริ้มไม่รู้ตัว ด้วยสีหน้าสังสัยปนกับคับข้องใจ
“นี่เธอมีคนอื่นด้วยเหรอ ลีลาวดี”
อยากรู้แต่ก็ยังไม่รู้จะถามออกไปอย่างไร ไม่รู้ว่ากลัวว่าเธอจะไม่ยอมบอกหรือกลัวคำตอบที่ได้กันแน่
“ลีลาวดี นี่ผมให้คุณมานอนฝันถึงคนรักหรือไง”
เมื่อจัดการความคิดของตัวเองไม่ได้ หมอหนุ่มยิ่งเริ่มออกอาการหงุดหงิดอย่างชัดเจน เรียกคนที่กำลังหลับฝันเสียงดุ
“อ่าว อาจารย์ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมไม่ปลุก”
ลีวาย ตกใจที่ตื่นมาเห็นคนตรงหน้านั่งจ้องเธออยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย
“ผมแค่เห็นคุณละเมอถึงคนรัก เลยยังไม่อยากขัดความสุข หึ…ดูท่าจะฝันหวานเชียว”
พูดเองเข้าก็รู้สึกหน้าร้อน เพราะไม่อยากให้มีใครที่ได้แตะต้องเธอนอกจากเขา
“คนรัก? ใครคะ แต่ชั่งเถอะค่ะ ตื่นแล้วงั้นตอนนี้ ดิฉันกลับได้หรือยังคะ”
“จะรีบไปไหนครับคุณลีลาวดี นี่ยังไม่ได้เริ่มฝึกงานกันเลยนะ”
เมื่อเธอไม่ยอมรับออกมาจากปากเอง เขาก็จะคิดว่าเขาหูฝาดไปเท่านั้น แต่เมื่อเด็กน้อยมาถึงที่แล้ว จะปล่อยไปเลยก็คงไม่ได้
เขาอยากจะระบายความอัดอั้นให้เธอได้รู้สึก ก่อนหญิงสาวจะทันระวังตัว ก็ถูกแขนแกร่งรวบดึงเอวเข้าไปหาแนบชิด
“อาจารย์คะ ที่นี่มันไม่เหมาะสมนะคะ”
จากก่อนหน้านั้น ที่เธอคิดว่าเขาจะเป็นหมอถือจรรยาบรรณเคร่งครัด กลับต้องคิดใหม่
