บทที่ 6 บทที่ 6 โอที
บทที่ 6 โอที
หลังจากที่เธอดึงสติอยู่นานในห้องน้ำ มินตราก็เดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วเริ่มลงมือทำงานทันที เธอตั้งหน้าตั้งตาทำงานอยู่นานหลายชั่วโมง จนเข็มนาฬิกาบนข้อมือของมินตราหมุนเลยเวลาทุ่มตรงไปแล้ว แต่กองเอกสารสรุปยอดขายอสังหาริมทรัพย์และแผนการตลาดสำหรับโครงการใหม่ยังคงตั้งพูนอยู่เต็มโต๊ะทำงานหน้าห้องประธาน
พนักงานคนอื่นๆ ทยอยสแกนนิ้วกลับบ้านกันไปหมดจนความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งชั้น เหลือเพียงแสงไฟจากสปอตไลต์ดวงเล็กและหน้าจอคอมพิวเตอร์ของมินตราที่ยังคงสว่างอยู่
“จงใจแกล้งกันชัดๆ ไอ้งานวิเคราะห์คู่แข่งย้อนหลังห้าปีเนี่ย... ฮึ่ย! คนแก่นี่เจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนี้ทุกคนไหมนะ”
มินตราบ่นพึมพำเสียงเบาขณะรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ด ใบหน้าหวานมุ่ยลงด้วยความเหนื่อยล้า เธอจำต้องอยู่ดึกขนาดนี้ก็เพราะ ‘กฎเหล็ก’ บ้า ๆ ของภัทรพลที่สั่งงานเพิ่มแบบสายฟ้าแลบก่อนห้าโมงเย็นเพียงสิบนาที
แกร๊ก!
เสียงประตูห้องทำงานใหญ่เปิดออกพร้อมกับร่างสูงของภัทรพลที่เดินออกมา ชายหนุ่มถอดเสื้อสูททิ้งไว้ข้างใน เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมคอสองเม็ดพับแขนเสื้อขึ้นอย่างลวกๆ เขาเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของเธอ กอดอกมองคนตัวเล็กที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียด
“ยังไม่เสร็จอีกเหรอคุณเลขา?” ภัทรพลเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับแสดงความพึ่งพอใจ
ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นถลึงตาใส่เจ้านายทันที เขาพอใจ แต่เธอไม่พอใจ!!!
“ท่านประธานคิดว่างานวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังห้าปีหนาเกือบสองร้อยหน้า มันจะเสร็จภายในสองชั่วโมงได้เหรอคะ? ถ้าฉันมีสิบมือก็น่าจะเสร็จไปแล้วค่ะ”
“พูดประชดเจ้านายแบบนี้... อยากโดนหักคะแนนความประพฤติเหรอครับ?” ภัทรพลโน้มตัวลงมาเอามือเท้าขอบโต๊ะทำงานของเธอ ส่งยิ้มยั่วเย้า “หรืออยากโดนลงโทษด้วยวิธีอื่น”
“คุณภัทร!! นี่มันในออฟฟิศนะคะ” มินตราลดเสียงต่ำลง เอ่ยพูดอย่างระวังพลางหันซ้ายหันขวา เพราะกลัวว่าจะมีคนมาได้ยินในสิ่งที่เขาพูด
“ไม่มีใครอยู่แล้วมินตรา พนักงานกลับไปตั้งแต่หกโมงครึ่งแล้ว ตอนนี้ทั้งชั้น... มีแค่เราสองคน” ภัทรพลลากเสียงยาวอย่างจงใจแกล้งคนตัวเล็ก
“แต่ก็ยังมีกล้องวงจรปิดนะคะ!”
“อ๋อ... กล้องตรงทางเดินน่ะเหรอ? ฉันสั่งให้ฝ่ายไอทีปิดปรับปรุงระบบตั้งแต่ทุ่มตรงแล้วล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบหน้าตาเฉย เหมือนว่าเขาเตรียมทุกอย่างมาพร้อมแล้ว
“คุณมัน... จอมวางแผน แกล้งสั่งงานเยอะๆ เพื่อจะกักตัวฉันไว้ใช่ไหมคะ” มินตราลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขาทันที
ภัทรพลจ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมที่หงุดหงิดคู่นั้น มุมปากยกยิ้มอย่างยอมรับทันที
“ใช่ ฉันอยากอยู่กับเธอสองต่อสองแบบไม่มีคนกวนใจ และดูเหมือนแผนของฉันจะหยั่งรู้ฟ้าดินนะ เพราะตอนนี้...”
โครก!
เสียงท้องร้องประท้วงดังขึ้นมาขัดจังหวะจากคนตัวเล็ก มินตราเบิกตากว้างรีบเอามือกุมท้องตัวเองทันที ใบหน้าสวยแดงระเรื่อด้วยอาย
“ท้องร้องดังใช้ได้เลยนะ” ภัทรพลหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างเอ็นดู
“ไม่ได้ร้องค่ะ! เสียง... เสียงแอร์ต่างหาก” มินตราแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ข้างๆ คูๆ
“แอร์บ้าอะไรจะร้องโครกครากขนาดนั้น” ภัทรพลเอื้อมมือไปจับข้อมือเล็กออกแรงดึงให้เธอเดินตาม “ไป... เข้ามาข้างในได้แล้ว”
“ไปไหนคะ? มินต้องทำงานให้เสร็จนะ!” มินตราพยายามขืนตัวไว้ ทว่าสู้แรงของผู้ชายอย่างเขาไม่ได้เลย
“กองงานไว้ตรงนั้นแหละ เข้ามาสิ ฉันสั่งอาหารมาแล้ว”
ภัทรพลลากเลขาสาวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเขา เธฮจำต้องเดินตามเข้ามา ทว่าพอสบตาเข้ากับโต๊ะรับแขกตัวใหญ่ เธอก็ต้องเบิกตากว้างเพราะบนโต๊ะถูกจัดวางด้วยกล่องอาหารแบรนด์หรูจากโรงแรมระดับห้าดาว มีทั้งสเต็กเนื้อวากิว ซุปเห็ดทรัฟเฟิล และพาสต้าล็อบสเตอร์ซอสเพสโต้สีสันน่าทาน
“คุณสั่งของพวกนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” มินตราเอ่ยถามอย่างอึ้งๆ กลิ่นหอมของอาหารทำเอาน้ำลายสอ
“สั่งตั้งแต่ตอนที่สั่งงานเธอห้าร้อยหน้านั่นแหละ” ภัทรพลกดไหล่บางให้นั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม ก่อนที่ตัวเขาจะนั่งลงข้างๆ ในระยะประชิด “คิดว่าฉันจะใจร้ายปล่อยให้เลขาตัวเองอดจนไม่มีแรงทำงานหรือไง”
“คุณสั่งงานมินแค่เกือบสองร้อยหน้าค่ะ ไม่ใช่ห้าร้อยหน้า” มินตราเอ่ยค้านขึ้นทันที “แล้วนี่คุณสั่งมาทานด้วยกันเหรอคะ?”
“เปล่า... ฉันทานส่วนของฉันไปแล้ว นี่ของเธอคนเดียวทั้งหมด”
“หมดนี่เลยเหรอคะ มินทานไม่หมดหรอกค่ะ”
“ทานไม่หมดก็ต้องทานให้เยอะที่สุด ตัวก็แค่นี้... เมื่อคืนตอนฉันอุ้มเธอยังรู้สึกว่าเบาเหมือนปุยนุ่นเลย ทานเยอะๆ จะได้มีเนื้อมีหนังให้ฉัน ‘กอด’ ถนัดมือหน่อย” ภัทรพลเอ่ยพูดหน้าตาเฉยขณะเอื้อมมือไปเปิดฝากล่องอาหารและส่งช้อนส้อมให้เธอ
“คุณภัทร คำก็เมื่อคืน สองคำก็กอด... สัญญากันแล้วไงคะว่าจะแยกแยะ”
“บอกแล้วไงว่าอยู่กันสองคนถือเป็นข้อยกเว้น” ภัทรพลยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบชนแก้มขาวเนียน “หรือจะให้ฉันป้อน? แต่ถ้าฉันป้อน... ฉันไม่ได้ป้อนด้วยช้อนนะ”
“ทานเองค่ะ ทานเองได้ค่ะ” มินตรารีบแย่งช้อนและส้อมมาถือไว้แน่น แล้วตักพาสต้าเข้าปากทันทีเพื่ออุดปากตัวเองไม่ให้พูดอะไรที่ทำให้เสียเปรียบเขาอีก
รสชาติกลมกล่อมและความหอมละมุนของอาหารหรูทำให้มินตราเผลอเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข ใบหน้าหวานดูผ่อนคลายลงทันตา ชายหนุ่มมองภาพนั้นด้วยสายตาที่อ่อนโยน มือหนาเท้าคางมองแก้มป่องๆ ของเธอที่ขยับขึ้นลงอย่างเพลิดเพลิน
“อร่อยไหม?”
“อร่อยมากค่ะ ไม่คิดว่าอาหารแบบนี้ที่ไทยจะมีรสชาติอร่อยขนาดนี้” มินตราตอบเสียงใสโดยลืมตัวว่าเธอกำลังโกรธเขาอยู่
“ชอบก็ดีแล้ว วันหลังอยากทานอะไรก็บอก ฉันจะสั่งมาให้”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ทานบ่อยๆ มินอ้วนตายพอดี”
“อ้วนก็ดี... แก้มจะได้นุ่มๆ เวลาฉันฟัดจะ...”
แค่ก!
มินตราสำลักพาสต้าทันทีที่ได้ยินคำหยอดหน้าตายของเขา ภัทรพลรีบยื่นแก้วน้ำเปล่าส่งให้พลางลูบหลังเนียนของเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยน
“ซุ่มซ่ามจริงๆ”
“ก็เพราะใครล่ะคะที่พูดจาทะลึ่งๆ ออกมา!” มินตราดื่มน้ำเสร็จก็หันไปดุเขาทันที “คุณภัทรคะ คุณอายุสามสิบกว่าๆ แล้วนะ ทำไมถึงชอบพูดจาลวนลามเด็กจังเลยคะ”
“ฉันไม่ได้ลวนลาม ฉันพูดความจริงจากใจ” ภัทรพลขยับตัวเข้ามาใกล้เธอขึ้นอีกนิด มือหนาเลื่อนจากแผ่นหลังลงมาโอบเอวเล็กของเธอเบาๆ “เธอรู้ไหมมินตรา ฉันไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยคิดจะกักตัวใครไว้ทำงานดึกๆ เพื่อหาเรื่องอยู่ด้วยแบบนี้ด้วยซ้ำ”
มินตรานิ่งอึ้งไปกับน้ำเสียงที่จริงจัง และแววตาคมกริบที่แฝงความออดอ้อนอย่างปิดไม่มิด หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปหลายวินาที ก่อนที่จะดึงสติกลับมา
“คุณ... แค่กำลังหลงเพราะเรื่องคืนนั้นมากกว่าค่ะ” มินตราพยายามดึงสติตัวเอง “พอมันผ่านไปซักพัก คุณก็คงเบื่อฉันเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ”
“ผู้หญิงคนอื่น? ใครคือผู้หญิงคนอื่นของเธอ” ภัทรพลขมวดคิ้วถามเสียงเข้มขึ้น “ฉันไม่เคยมีผู้หญิงคนอื่นในความสัมพันธ์แบบนี้ เธอเป็นคนแรกที่ฉันพาขึ้นเตียงในรอบหลายปี และเป็นคนแรกที่ฉันยอมลดละทิฐิมานั่งตื๊ออยู่นี่ไง”
“จริงเหรอคะ?” มินตราเอ่ยถามเสียงแผ่ว
“จริงสิ... ฉันไม่เคยโกหก” ภัทรพลจับมือเรียวของเธอขึ้นมาจูบเบาๆ หลังมือ “เพราะฉะนั้น... อย่าคิดว่าตัวเองเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อเด็ดขาด”
สัมผัสอบอุ่นและอ่อนโยนจากริมฝีปากหนาทำเอามินตราใจสั่นเล็กน้อย กำแพงหนาที่เธอสร้างไว้พังทลายลงไปทีละน้อยโดยที่เธอไม่รู้ตัว
“แต่... แต่เรื่องของเรามันไม่มีทางเป็นไปได้หรอกค่ะ คุณเป็นประธาน ส่วนมินเป็นแค่เลขา และมินก็ยังมีปัญหาเรื่องหนี้สินเรื่องบ้านอีก...”
“เรื่องบ้านของเธอ ฉันจัดการได้สบายมาก ขอเพียงแค่เธอเชื่อใจฉัน” ภัทรพลเอ่ยแทรกขึ้น “ตอนนี้ทานต่อเถอะ จะได้มีแรงไปเคลียร์งานต่อ... หรือว่าอยากจะเคลียร์อย่างอื่นบนโซฟานี่ก่อน?”
“คุณภัทร!!” มินตราตีเข้าที่อกแกร่ง หน้าแดงก่ำจนปิดไม่มิด “มินจะทานต่อแล้วค่ะ และห้ามพูดเรื่องลามกอีกเด็ดขาด”
“หึ! โอเคๆ ไม่พูดแล้ว” ภัทรพลยอมถอยกลับไปนั่งพิงพนักโซฟา พลางหัวเราะอย่างมีความสุข สายตาคมยังคงจับจ้องที่ใบหน้าหวานของเลขาสาวไม่วางตา
ค่ำคืนที่ยาวนานในการทำงานล่วงเวลาที่มินตราเคยคิดว่าจะแสนน่าเบื่อและเหนื่อยล้า กลับกลายเป็นค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นจางๆ ของคนสองคนท่ามกลางแสงไฟสลัวของออฟฟิศชั้นบนที่ปิดไฟเงียบสนิท โดยมีเพียงเสียงบ่นเบาๆ ปนเสียงหัวเราะของท่านประธานที่ดังคลอเคล้าไปตลอดค่ำคืน
