บทที่ 10 คนควบคุม
"ยายออยมันไปนอนหอเพื่อน" ธีรินท์บอกคนตัวเล็กที่ยืนรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
"อ้าว..." เสียงอุทานเป็นเชิงหาเรื่อง มือยังกำลูกบิดประตูเอาไว้ขยับเบาๆ มันถูกล็อกไว้ แหงนมองหน้าคนตัวสูงอย่างเอาเรื่อง
"ไหนอาธีว่ายายออยให้รับมาด้วย ไม่เห็นยายออยอยู่ห้อง"
"ฉันจะไปรู้มันได้ไงล่ะ ก็เมื่อวานมันบอกฉันแบบนั้นนี่"
"ห้องก็ล็อกด้วย อาธีมีกุญแจสำรองไหมคะ"
"ไม่มีหรอก"
"ไม่มี" พรรณษาทวนคำอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
"งั้นหนูกลับหอก่อนนะคะ" พรรณษายกข้อมือขึ้นดูเวลา
"ดึกแล้ว รถมอไซค์ก็ยังมาไม่ถึง นอนที่นี่แหละ"
พรรณษาถูกมือใหญ่บีบต้นแขนลากให้เธอเดินตามเขาไป ทีแรกเธอนึกว่าเขาจะให้ไปนอนห้องพักแขก แต่เมื่อทางเดินคุ้นตาว่าทางนี้จะมีแค่ห้องเขาห้องเดียว เธอก็รีบขืนตัวเองทันที
"หนูจะไปนอนห้องพักแขก"
"ห้องนั้นมีคนนอนแล้ว อย่าเรื่องมากฉันง่วงแล้ว ทำเป็นไม่เคยนอนกับฉันไปได้"
"อาธี" เสียงเข้มเอ่ยเรียกชื่อเขา เพราะกลัวเขาจะพูดอะไรเยอะไปกว่านี้ที่เธอไม่อยากฟัง
"อ้อ อีกอย่าง เธอยังค้างฉันอีกสองคืนด้วย"
"ค้างอะไรคะ" คนถามขมวดคิ้วทำหน้างง
"อ้าว ก็ฉันให้ไปตั้งห้าพัน ได้นอนแค่คืนเดียวหรือไง อุตส่าห์ให้ทิปตั้งห้าร้อย"
พรรณษาอ้าปากค้าง ทำเสียงหึขึ้นจมูก แต่ก็ถูกเขาลากเข้ามาในห้องจนได้
"ไปอาบน้ำไป ไม่ทำอะไรหรอก จะนอนแล้วง่วง"
พรรณษามองหน้าเขาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ใบหน้าหล่อที่หนวดเคราเริ่มเขียวครึ้มเพราะเขาไม่ได้โกน แต่ก็เหมือนจะตกแต่งไว้ไม่ให้ดูรกจนน่าเกลียดนั้น ดูอิดโรยไม่น้อย ดวงตาของเขาก็ดูเหมือนจะง่วงหรือเมาเธอก็ไม่แน่ใจ เพราะคนอย่างธีรินท์เวลาเมามักจะเก็บอาการไว้ได้อย่างดี เขาไม่เอะอะโวยวายหรือเดินโซซัดโซเซ มีเพียงอาการนิ่งๆ หรือไม่ก็พูดเยอะกว่าปกตินิดหน่อย แล้วแต่สถานการณ์ เธอพยายามมองดูสีหน้าของเขาว่าพูดจริงสักแค่ไหน
"มองแบบนี้จะให้ฉันอาบให้หรือไง"
"เปล่าค่ะ"
พรรณษารีบหนีเข้าห้องน้ำทันที เพราะรู้แล้วว่าอะไรอยู่ตรงไหน เธออดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้เมื่อเห็นแปรงสีฟันอันที่ตัวเองเคยใช้แล้วยังทิ้งไว้ในห้องน้ำของธีรินท์ ถูกวางใส่แก้วไว้คู่กับแปรงสีฟันของเขา
เพียงครู่เดียวที่เธออาบน้ำเสร็จแล้วออกมาจากห้องน้ำ เมื่อไม่มีเสื้อผ้าก็คงต้องนุ่งด้วยชุดคลุมอาบน้ำ เธอเดินเข้ามาที่โซนห้องนอนเห็นเขาเอกเขนกอยู่บนเตียงในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนในชุดคลุมอาบน้ำที่เตรียมจะอาบน้ำ ในมือกดโทรศัพท์ไม่ได้สนใจที่เธอเดินเข้ามา แต่เมื่อพรรณษามองเห็นเขาแล้วก็เกิดใจสั่นขึ้นมาเสียดื้อๆ เธอเดินมาคว้าผ้าห่มที่ปลายเตียงแล้วก็เดินไปอีกฟากของเตียงเพื่อจะหยิบหมอนอีกใบ
"หนูนอนโซฟาดีกว่าค่ะ"
เธอรีบเอ่ยบอกเขา แล้วก็รีบหยิบของที่ต้องการเพื่อที่จะได้หนีออกไปนอนโซฟาด้านนอก เขาตวัดสายตามองอย่างนึกหมั่นไส้ แล้วก็เอี้ยวตัวมาคว้าต้นแขนเธอไว้แน่น พรรณษาถูกดึงจนเซเกือบจะล้มใส่เขาบนที่นอน โชคดีที่เธอเอามือยันที่นอนไว้ได้ทัน แต่มันก็ใกล้เขาจนเกินไป สาบเสือแยกจากกันเล็กน้อยจนเห็นร่องอก เธอรีบปล่อยมือที่ยันพื้นไว้มาจับมันเข้าที่ แต่ต้นแขนเธอเขาก็ยังไม่ปล่อย
"ไหนอาธีว่าจะไม่ทำอะไรไงคะ"
"ก็จะไม่ทำอะไรหรอกทีแรก แต่เธอมันทำตัวเป็นลูกแกะกลัวจิ้งจอกจะตะครุบอยู่ตลอดเวลา เห็นแล้วหมั่นไส้" ไม่พูดเปล่าเขาออกแรงรั้งแขนให้คนตัวเล็กถลาขึ้นไปบนที่นอน จับเธอพลิกนิดเดียวกลายเป็นเธอนอนอยู่บนเตียงมีตัวเขาคร่อมทับอยู่เสียแล้ว
"อาธีพูดไม่เป็นคำพูด ไหนว่าไม่ยุ่งกับพนักงานไงคะ"
"ตอนนี้ไม่ใช่เวลางานนี่"
มือเรียวใหญ่รั้งสาบเสื้อที่ทบกันให้แยกออกห่าง พรรณษารีบคว้ามันไว้แต่ก็ไม่ทัน เมื่อเขาก้มหน้าลงมาจูบที่เนินอกของเธอ ถ้าเธอจำไม่ผิดตรงนั้นคือจุดที่รอยแดงๆ ยังจางหายไม่หมด
"ยังแดงอยู่เลย"
ธีรินท์เหมือนพึมพำคนเดียวเสียมากกว่า แล้วก็ก้มไปจูบหนักๆที่รอยแดงนั้นอีกครั้ง แต่ไม่ได้ทำให้มันขึ้นสีแล้ว แต่พรรณษาก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตัวเธอคงจะแดงไปทั้งตัวแทนแล้วมั้ง เพราะรอยหนวดเส้นสั้นตามสันคางยามเมื่อเขาไล้ปากและลิ้นไปทางไหน หนวดเขาก็ครูดตามไปจนเธอสะท้านไปทั้งตัว หน้าอกอวบอิ่มแม้จะไม่ใหญ่โตแต่เมื่อมือเขาครอบครองมันก็เต็มไม้เต็มมือจนเขาเผลอบีบเค้น ยอดทับทิมสีสวยแทบจะถูกเขากลืนกินหายไปเสียงจ๊วบจ๊าบยามเขาเม้มปากดูดดึงจนมันชุ่มฉ่ำ ก่อนเขาจะไล้เลียกลับขึ้นไปตามลำคอระหงริมฝีปากบางถูกบดกลืนลิ้นร้ายควานหาโพลงปากอุ่นตวัดพันเกี่ยวแม้เธอจะหลบหนีทางไหนก็ถูกเขาพันธนาการเอาไว้จนสิ้น
"อื้อ..."
เสียงอื้ออึงในลำคอเพราะเปล่งออกมาไม่ได้ ยามเมื่อนิ้วเรียวของเขาล่วงล้ำกรีดกรายเปิดรอยแยกของกลีบผกาหวานฉ่ำ ก่อนจะกดนิ้วจนหาย นิ้วร้ายสั่นระรัวอยู่ภายในยิ่งทำให้คนใต้ล่างเกร็งสะท้าน ยิ่งเมื่อเขาเพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไปอีกนิ้วเกร็งข้อมือแกร่งกระตุกหนักๆ ปลายเท้าเรียวจิกที่นอนไว้แน่นสะโพกกลมก็แอ่นลอย ร้องครวญคางจนบางครั้งเธอต้องกัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้
"อ๊ะ..อ๊า..อาธี.."
สองแขนเธอรั้งแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาไว้แน่น ยกตัวขึ้นรัดเขาไว้เป็นที่พึ่งยามเมื่อเขากระตุกข้อมือหนักขึ้น จนเมื่อร่างบางกระตุกถี่เบาๆ เขาจึงคลายมือออกแต่ยังแช่เอาไว้อย่างนั้น พอเขาดึงนิ้วออกเธอก็เผลอผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ใบหน้าแดงระเรื่อ ธีรินท์เพียงยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอื้อมไปหยิบถุงยางอนามัยที่หัวเตียง เขาฉีกซองออกแล้วก็รั้งให้เธอลุกขึ้น
"ใส่ให้หน่อยสิ"
"ไม่เอาหรอก อาธีใส่เองสิ หนูใส่ไม่เป็น"
พรรณษาเผลอมองแท่งเนื้อสีแดงสดลำใหญ่ที่หัวของมันออกจะใหญ่โตกว่าตัวเสียอีก มือเล็กถูกเขาจับมาช่วยใส่เครื่องป้องกัน แม้เธอจะไม่ได้เป็นคนทำสักเท่าไหร่ แต่เขาก็ยังจับมือเธอไว้ราวกับจับมือเด็กสอนเขียนหนังสือ
"แค่นี้เอง ยากตรงไหน"
"ไม่ยากก็ใส่เองสิ"
"หึ แต่วันนี้ฉันจะไม่เป็นคนใส่เอง"
พูดจบเขาก็จับเธอเอนตัวลงนอนอีกครั้ง จับเรียวขาขาวแยกออกจากกันปลายนิ้วกระตุ้นจุดกระสันเบาๆ คนใต้ล่างก็เผลอครางเสียงอีกครา เมื่อเห็นช่องทางรักฉ่ำหวานของเธอพร้อม ธีรินท์ก็จับเจ้ามังกรของเขาบดเบียดเคลือบน้ำหวานของเธอก่อนจะค่อยๆ กดหัวเห็ดดอกใหญ่เข้าไปด้านใน ยังไม่ทันครึ่งทางพรรณษาก็นิ่วหน้าร้องโอย เขาต้องก้มลงไปดูดยอดอกชูชัน ปลายนิ้วขยี้ติ่งเกสรอีกนิด เธอก็เผลอเปิดทางสะดวกให้เขา สะโพกสอบขยับช้าๆ ให้เจ้ามังกรของเขาเข้าที่เข้าทางก่อนจะเร่งจังหวะเนิบๆ ให้เธอคุ้นชินแล้วก็เร่งรัวหนักเน้นบด
"โอ๊วววว...อาธีขา"
"เสียวหรือ"
ไร้เสียงตอบมีเพียงใบหน้าเหยเกส่ายไปมา มือเล็กจิกกล้ามแขนเขาจนเป็นรอย ยามเมื่อเขาส่งสะโพกรัวใส่ เสียงเนื้อกระทบกันที่ช่องทางรักฉ่ำแฉะสะท้านทั่วห้องแข่งกับเสียงกระเส่าครางเรียกเขาไม่ขาดปาก เพียงอีกนิดเดียวเธอก็จะแตะขอบฟ้าสูง แต่อยู่ๆ ก็เหมือนถูกเหวี่ยงลงมา เมื่อเขาหยุดกิจกรรมรักนั้นเสียดื้อ แต่ยังแช่ตัวตนเอาไว้แบบนั้น พรรณษาปรือตามองด้วยความไม่เข้าใจ และเหมือนเธอจะเพิ่งเข้าใจคำพูดที่เขาว่า แต่วันนี้ฉันจะไม่เป็นคนใส่เอง ที่เขาพูดเมื่อครู่ เพราะอยู่ๆ เขาก็พลิกตัวนอนหงายจับเธอขึ้นนั่งคร่อมเขาไว้ทั้งที่สองทางรักยังเชื่อมหากัน พรรณษาได้แต่ทำสีหน้าตื่นๆ ใบหน้ายิ่งเห่อแดงเมื่อเธอกลายมาเป็นผู้ควบคุม
"ขยับสิ รัดฉันไว้แน่นแบบนี้จะไม่ไหวเอา"
ธีรินท์รั้งสะโพกเธอให้ขยับเดินหน้าแล้วก็ดันลงด้านหลังเป็นจังหวะ มือใหญ่บีบก้นงอนเธอจนขึ้นสี พรรณษาไม่รู้จะเอามือไว้ตรงไหนจึงวางเท้าเขาไปที่ลอนหน้าท้อง เพราะยามเมื่อเขารั้งสะโพกเธอให้ขยับเธอก็เกือบจะทรงตัวไม่อยู่ แขนแกร่งรั้งให้เธอเร่งจังหวะอีกนิด เมื่อคนตัวเล็กเรียนรู้ได้ไว ครู่เดียวเขาก็เพียงช่วยเธอประคอง เมื่อคนควบคุมเริ่มสะท้านจนต้องเร่งจังหวะหนักหน่วงส่งตัวเองให้สมปรารถนา ร่างบางสะท้านตอดรัดเขาเป็นจังหวะ หมดแรงฟุบตัวนอนทับเขาไว้แบบนั้นทิ้งให้ร่องสวาทของเธอยังส่งจังหวะรัดเขาไว้แน่น
"อื้อ...เบบี๋ผมยังไม่เสร็จเลย ตอดแบบนี้มันทรมาน อีกทีนะ"
"เหนื่อยนะคะ"
ธีรินท์ยิ้มร้ายให้เด็กเกเร แต่เธอก็ยอมให้เขาดันตัวลุกขึ้นนั่ง ก้นงอนนั่งทับเขาไว้แน่นไม่ยอมขยับ เพียงขยับสะโพกไปมาเท่านั้น
"ไม่ใช่แบบนี้สิเบบี๋"
เขารั้งให้เธอลุกขึ้นเพียงนิดแล้วก็ทิ้งน้ำหนักตัวลงมาจากจังหวะเนิบช้าก็เร่งให้คนตัวเล็กควบหนักๆ แต่เหมือนเธอจะเมื่อยเสียก่อน ธีรินท์จึงรั้งให้เธอเอนตัวมากอดเขาไว้ก้นยกลอยเพียงนิดกลายเป็นเขาเป็นคนส่งจังหวะกระแทกขึ้นมาแทน
"อะ อะ..อาธี"
แขนแกร่งกอดเอวเธอยึดไว้แน่นเพราะกลัวร่างบางจะกระเถิบหนี เสียงครางกระเส่าก่อนจะเงียบหายไปเมื่อปากบางของเธอกัดเข้าที่อกแน่นๆของเขาอย่างจัง
"โอ้วว โอ้ววว ษาจ๋า" ธีรินท์กระแทกในจังหวะสุดท้ายรัวหนักๆ เสียงคำรามในลำคอแข่งกับเสียงกระเส่าไม่เป็นคำของเธอ ก่อนที่เขาจะปล่อยกระแสน้ำพวยพุ่งเข้าเครื่องป้องกัน แล้วจึงจับให้เธอนอนทับเขาไว้อย่างนั้น พรรณษาทิ้งน้ำหนักตัวลงนอนทับเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆ กระเถิบตัวลงมานอนข้างๆ ให้เขาจัดการถอดคอนด้อมออก
ธีรินท์จับหัวให้เธอขึ้นมานอนหนุนแขนเขาไว้แล้วก็ห่มผ้าให้ เพียงครู่เดียวใบหน้าสวยก็หลับสนิท เขาสาบานในทีแรกเขาไม่ได้คิดจะกินไก่สักนิด แต่อาการตื่นกลัวราวลูกแกะน้อยของเธอทำให้สัญชาตญาณหมาป่าของเขามันออกล่า เขายอมรับว่าออกจะติดใจความไม่ประสาของเธอ ยิ่งเวลาเธอครวญครางเขายิ่งอยากกระแทกให้จม มันไม่ได้ประดิษฐ์เหมือนสาวเจนสนามที่เขาเคยเจอ เนื้อตัวผุดผ่องเหมือนที่ไอ้ปาลมันว่าขาวโบ๊ะ หุ่นเธอก็ถือว่าสวยถึงจะมีสะโพกไปสักหน่อยแต่ก็ยิ่งดึงดูดสายตา แต่เมื่อมาถึงตรงนี้ ถามว่าเธอใช่ไหม เขาคิดว่าเธอยังไม่ใช่ เขายังไม่พร้อมที่จะมีใครมาวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของตัวเอง ธีรินท์เผลอมองใบหน้าสวยนั้นอย่า
งอ่อนโยน คิดหวังในใจว่าเธอจะไม่เรียกร้องสถานะอะไรจากเขา
