บทที่ 11 ไปส่ง
พรรณษาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงตั้งเวลาปลุกจากโทรศัพท์ เรียวแขนยืดออกมาจากผ้าห่มเหยียดตัวบิดขี้เกียจด้วยความเคยชิน แต่เมื่อแขนเธอสัมผัสเข้ากับคนที่นอนอยู่ข้างๆ ก็ทำให้เธอนึกขึ้นมาได้ว่าไม่ได้อยู่ที่หอ เธอหันไปมองนาฬิกาที่ผนังห้องแปดนาฬิกา ก็รีบดีดตัวลุกขึ้นทันทีคนที่นอนอยู่ถูกปลุกจากคนข้างๆ ทำเสียงจิ๊จ๊ะในปากแล้วก็ดึงคนตัวเล็กให้นอนลงมาที่เดิม
"อาธี ปล่อยค่ะ หนูสายแล้ว จะต้องกลับไปเปลี่ยนชุดที่หอด้วยเดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน"
"เพิ่งแปดโมงเอง จะรีบไปไหน"
"หนูมีเรียนสิบโมงนะคะ ไม่ทันแน่"
"เดี๋ยวไปส่ง"
"ไม่ทัน หนูต้องกลับไปเปลี่ยนชุด"
"ที่ห้องยายออย ไม่มีหรือ"
"ไม่มีค่ะ ไม่ได้ทิ้งไว้ อาธีมีกุญแจสำรองหรือคะ"
"อื้อ" เสียงตอบในลำคอเบาๆ แต่คนตอบยังหลับตารั้งเอวคนตัวเล็กเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
"ไหนว่าไม่มีกุญแจสำรองไงคะ"
"ตอนนั้นไม่มี ตอนนี้มี"
พรรณษาได้แต่ทำเสียงขึ้นจมูกใส่เขา เธอไม่มีเวลาจะต่อล้อต่อเถียงอีก เพราะจากบ้านของธีรินท์ไปที่หอพักเธอก็ใช้เวลาพอสมควรในชั่วโมงเร่งด่วนแบบนี้ แล้วไหนเธอยังจะต้องบิดอีแดงต่อไปที่มหาวิทยาลัยด้วย มันคงไม่ทันแน่นอน เธอทั้งขืนทั้งผลักทั้งดันให้คนตัวใหญ่หลุดออกจากการเกาะกุม แต่กว่าเขาจะยอมปล่อยเธอก็เหนื่อยแทบแย่ เมื่อหลุดจากมือปลาหมึกออกมาได้ พรรณษาก็รีบเดินแกมวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว แต่เหมือนเขาจะเร็วกว่าเมื่อร่างสูงเดินตัวเปล่าไม่มีแม้แต่ชุดคลุมอาบน้ำตามเธอไปที่ห้องน้ำ
พรรณษารีบหยิบแปรงสีฟันบีบยาเสร็จก็รีบแปรงฟัน คนตัวเปล่าเดินเข้าห้องน้ำมาอย่างหน้าตาเฉย พรรณษาแทบจะสำลักยาสีฟันจนต้องกระแอมถี่ๆ เพื่อไม่ให้มันแสบคอ
"รอหนูอาบเสร็จก่อนไม่ได้หรือไงคะ"
"รีบไม่ใช่หรือ ก็อาบพร้อมกันนี่แหละ"
เธอรีบเบือนหน้าหนีรีบแปรงฟัน เสร็จแล้วก็หนีเขาเข้าไปโซนอาบน้ำด้านใน เมื่อเขาแปรงเสร็จก็รีบตามเธอมาแม้พรรณษาจะอาบน้ำเกือบเสร็จแล้วก็ตาม เธอเตรียมจะออกจากห้องน้ำเพื่อให้เขาได้อาบต่อ แต่มือใหญ่ของเขาก็รั้งเอวเธอไว้ ดันคนตัวเล็กชิดกำแพง แล้วเขาก็ประกบตามมาติดๆ จนเธอสัมผัสได้ถึงแก่นกายแท่งใหญ่ของเขาดีดตัวอยู่แถวหน้าท้องเธอ
"อาธี หนูรีบ เดี๋ยวไม่ทันค่ะ"
"แล้วจะปล่อยมันไว้แบบนี้หรือไง" ไม่พูดเปล่าเขายังแอ่นสะโพกเข้าหาเธอให้เจ้ามังกรมันถูไถหน้าท้องแบนราบอยู่อย่างนั้น
"หนูจะสาย"
"ก็บอกเดียวไปส่ง"
พรรณษาพูดได้เพียงเท่านั้นเธอก็ถูกเขาบดจูบ เรียวขาเธอถูกยกขึ้นจนตกใจรีบคว้าแขนเขาไว้เป็นที่พึ่ง เจ้ามังกรตัวร้ายถูกสอดใส่เข้าไปอย่างรวดเร็ว คนตัวเล็กนิ่วหน้าเพียงนิด แต่เมื่อถูกจังหวะเร่งเร้าเธอก็กอดรัดเขาเอาไว้แน่น
"อาธี คอนดอม อ๊ะ.." เสียงกระเส่าเอ่ยเตือน ธีรินท์ได้แต่ยกยิ้ม
"ไม่ทันแล้วเบบี๋ จะเสร็จแล้ว อ๊า..." พร้อมเสียงเปล่งจากลำคอหนักๆ เมื่อธีรินท์ปล่อยธารน้ำขาวขุ่นพุ่งใส่ช่องทางรักจนเธอสัมผัสได้ เมื่อเขาถอนตัวตนออก แล้ววางขาอีกข้างของเธอลงพื้น เธอก็ต้องคว้าเขาไว้เป็นหลักอีกครั้ง มีเพียงสายตาขุ่นๆ ส่งให้ พร้อมกับรีบอาบน้ำให้เสร็จเธอรีบหนีเขาออกมาจากห้องน้ำ เสื้อผ้าชุดเดิมที่เธอใส่ไปกลับมาเมื่อคืน ถูกใส่ซ้ำแต่เพราะชุดนี้แค่ใส่ไปแล้วก็เปลี่ยนเท่านั้น เธอจึงไม่ขอให้เขาเปิดห้องยายออยเพื่อเอาชุดใหม่ เพราะเดี๋ยวก็ต้องกลับไปเปลี่ยนชุดนักศึกษาที่หอพักเธออีก เธอได้ยินเขาเดินออกมาจากห้องอาบน้ำแล้วก็หายเข้าไปที่ห้องแต่งตัว เธอจึงรีบแต่งตัวอยู่ที่ห้องนอนเขานั่นเอง เขาออกมาพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนถึงข้อศอก กระดุมถูกปลดออกสองเม็ด กางเกงยีนสีเข้มพอดีตัว ที่แปลกตาคงจะเป็นหนวดเคราเขียวครึ้มของเขานั่นกระมังที่ถูกโกนออกจนเห็นผิวขาวตลอดทั้งคางและเหนือริมฝีปาก ทำให้เขาดูเด็กลงอีกหลายปีเลยทีเดียว
"ทำไมใส่ชุดเก่า" เขาขมวดคิ้วมองดูชุดเมื่อคืนของเธอ
"เดี๋ยวก็ต้องไปเปลี่ยนที่ห้องอีกค่ะ หนูไปก่อนนะคะ"
พรรณษาคว้ากระเป๋าสะพายเตรียมจะวิ่งออกไปแต่ก็ถูกเขารั้งสายกระเป๋าเอาไว้ จนเธอแทบจะหงายหลัง
"โอ๊ย อาธี"
"ก็บอกว่าจะไปส่ง"
"งั้นก็รีบๆ สิคะ" พรรณษาชักจะเริ่มหงุดหงิดกับท่าทีนวยนาดของเขาเต็มทน บอกว่ารีบก็ยังยืนพูดอะไรอยู่ได้ แถมเมื่อกี้ก็ยังจะ...
ธีรินท์คว้ากุญแจรถที่แขนอยู่ที่ผนังหน้าห้องนอน กระเป๋าสตางค์และก็โทรศัพท์เธอเห็นเขาจับยัดมันใส่กระเป๋ากางเกงยีนอย่างไม่ค่อยสนใจ แล้วเดินนำเธอออกไป เขาแวะเข้าไปที่ห้องครัว หยิบขนมปังของตัวเองหนึ่งแผ่น แล้วก็หยิบแซนด์วิชมาให้เธอ เมื่อแม่บ้านเห็นท่าทางรีบร้อนของเจ้านายคล้ายว่าจะไม่นั่งทานอาหารเช้า จึงเอ่ยถามว่าเอากาแฟหรือเปล่า ธีรินท์พยักหน้ายืนรอเพียงครู่แม่บ้านก็รินกาแฟดำจากกาใส่แก้วเก็บความร้อนส่งให้เขา พรรณษารีบปฏิเสธเพราะเธอไม่ชอบกาแฟดำแล้วเดี๋ยวแม่บ้านจะต้องวุ่นวายช่วยเธอใส่นมอีก เธอจึงเลือกที่จะปฏิเสธ แต่แซนด์วิชที่ถูกเขายัดใส่มือมาไม่อาจปฏิเสธได้ เธอจึงถือมันไว้แบบนั้น เขาคว้าแก้วกาแฟเสร็จก็เดินนำเธอไปที่รถบิ๊กไบค์คันใหญ่ วางแก้วกาแฟที่เพิ่งกระดกหมดไว้แถวนั้น แล้วโยนหมวกกันน็อกส่งให้เธอแล้วเขาก็วาดขาขึ้นคร่อมอย่างชำนาญ พรรณษายืนมองเจ้ามอไซค์คันยักษ์เธอจะก้าวขาไหนขึ้นก่อนดี
"เร็วๆ สิ รีบไม่ใช่หรือไง" เมื่อโดนเร่งเธอเลยไม่รู้สรุปว่ายกขาไหนขึ้นไปก่อน ทั้งที่หมวกกันน็อกยังใส่ไม่เรียบร้อย ธีรินท์เอี้ยวตัวมาติดเข็มขัดใต้คางให้เธอ แล้วก็พับกระจกลงหนักๆ เสียงเจ้าตัวร้องโอ๊ยบ่นเบาๆ เขาก็ไม่ได้สนใจรีบสตาร์ตเครื่องออกไปทันที เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มพุ่งทะยานไปอย่างเร็ว เธอรีบเอนตัวคว้าเอวเขากอดไว้แน่น นึกกลัวความเร็วของมันเหมือนกัน แต่เพียงรถที่ขับออกมาได้หน่อยยังไม่ทันพ้นปากซอย เขาก็จอดรถหันมาถามเธอ
"หอพักเธออยู่ไหน"
พรรณษาได้แต่กลอกตามองบน เอ่ยบอกถนนเส้นหลักซอยจนถึงชื่อหอพักให้อย่างละเอียด เขาปิดหมวกเสร็จก็ขับออกไปเธอต้องรีบคว้าเอวเขาไว้อีกรอบ
เก้านาฬิกากว่าๆ ที่พรรณษามาถึงหน้าหอพักขนาดห้าชั้น เธอคืนหมวกให้เขา ไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปในอาคาร แต่ก็ถูกเขารั้งสายกระเป๋าไว้อีกครั้ง เธอเห็นเขาถอดหมวกออกแขวนไว้ที่แฮนด์หน้ารถดับเครื่องรถแล้วก็เดินตามเธอเข้ามาหน้าตาเฉย
"อาธีจะขึ้นไปทำไมคะ หนูไม่สะดวกมันรกแล้วก็แคบด้วย"
"เดี๋ยวก็สาย" แต่เมื่อเรื่องที่เขาเตือนมันสำคัญกว่า พรรณษาจึงจำต้องเดินนำเขาเข้าไป อาคารกลางเก่ากลางใหม่ที่ถูกสร้างมาหลายปีแต่เจ้าของยังดูแลไว้อย่างดี แม้จะดูเก่าอยู่บ้างแต่ก็สะอาดเรียบร้อยดี ห้องพักของเธออยู่ชั้นสามห้องริมด้านในสุด เขาเดินตามเธอเข้าไปในห้องก็จริงอย่างที่เธอว่า ออกจะรกเสื้อผ้าที่ถูกพาดเอาไว้บนเตียงยังไม่ได้เก็บ น่าจะเพราะเจ้าของห้องแทบจะไม่มีเวลาอยู่ห้อง แล้วมันก็แคบมากจนเขานึกปวดหัวว่าเธออยู่แบบนี้ได้อย่างไร เธอรีบคว้าชุดนักศึกษาแล้วเดินเข้าห้องน้ำ เพียงครู่เดียวเธอก็กลับออกมาเขามองกระโปรงนักศึกษาตัวสั้นของเธอแล้วก็ต้องขมวดคิ้วอีกรอบ
"จะซ้อนรถได้ไง ใส่สั้นขนาดนี้"
"เดี๋ยวหนูนั่งวินมอไซค์ไปได้ค่ะ ไม่ไกลเท่าไหร่"
"ไปเปลี่ยนซิ มียาวกว่านี้ไหม หรือใส่กางเกงคลุมไปแล้วค่อยไปถอดออก"
คนถูกสั่งทำหน้างอ เปิดตู้เสื้อผ้าไม้อัดราคาถูกเพื่อหากระโปรงอย่างเขาว่า ธีรินท์พยักหน้ามองกระโปรงพลีทยาวครึ่งหน้าแข้งของเธอด้วยความพอใจ
"ที่จริงใส่แบบนี้ยังจะดีซะกว่าอีก ตูดก็ใหญ่ใส่แต่สั้นๆ น่าเกลียด"
เธอคร้านจะเถียงกับเขาได้แต่เดินตามออกมาเงียบๆ ขึ้นซ้อนท้ายรถคันใหญ่แล้วก็จัดระเบียบกระโปรงให้เข้าที่ เพื่อจะไม่ให้มันปลิวเวลาเขาซิ่ง เขาจึงรอให้เธอขยับเนื้อขยับตัวให้เข้าที่ก่อนจะเอ่ยถามความพร้อม
Ducati Panigale V4 สีแดงสด จอดที่หน้าคณะบริหาร เรียกสายตานักศึกษาที่เดินหรือนั่งอยู่แถวนั้นได้เป็นอย่างดี พรรณษาปีนลงจากรถมาก็รีบถอดหมวกกันน็อกคืนเขา แต่ยิ่งรีบมันก็ยิ่งช้าเธอดึงมันไม่ออกสักที จนคนตัวใหญ่ต้องเอี้ยวตัวมาดึงล็อกออกให้ เธอส่งหมวกคืนเขา
"ขอบคุณค่ะอาธี หนูไปก่อนนะคะเดี๋ยวเช็กชื่อไม่ทัน"
"เลิกเรียนกี่โมง"
"บ่ายสามค่ะ"
พรรณษาไม่ได้เอะใจกับคำถามของเขา เธอสนใจแค่ว่าจะวิ่งไปทันอาจารย์เช็กชื่อหรือเปล่าเท่านั้น เมื่อตอบคำถามเขาเสร็จเธอก็รีบวิ่งเข้าอาคารเรียนไปอย่างรวดเร็ว
ช่วงพักเที่ยงของวันนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นจุดสังเกตไม่น้อย หรือเพราะผู้คนเริ่มจำหน้าดาราตัวประกอบอย่างเธอได้ เพราะถ้ามีงานเข้ามาแม้จะแค่เดินผ่านหน้ากล้อง พูดสองสามประโยค หรือถ่ายโฆษณาแค่เพียงด้านข้างหรือด้านหลังติดไปเท่านั้น เธอก็ยินดีไม่มีเกี่ยงสักครั้ง แต่ช่วงนี้แม้แต่งานเดินผ่านกล้องยังเงียบเหงาจนเธอต้องไปเป็นเด็กเสิร์ฟชั่วคราว เพราะเห็นจะรายได้ดีและทิปก็หนัก แต่กระนั้นเหล่านักศึกษาทั้งรุ่นเดียวกันรุ่นน้องหลายๆ คนมองเธอแปลกๆ
"ไงเจ๊ เกือบไม่ทันเลยซิเมื่อเช้า ว่าแต่ไอ้หนุ่มบิ๊กไบค์นั่นใครหรือ" พรรณษาแทบจะสำลักข้าวในปากเมื่อเพื่อนรุ่นน้องอย่างฮันนี่เอ่ยถาม พวกน้องๆ ในกลุ่มเธอส่วนมากจะเรียกเธอว่าเจ๊ษากัน
"เอ่อ.." พรรณษาไม่ได้อายหรือคิดจะปิดบังอะไร แต่ไม่อยากพูดให้ยายออยคิดไปไกล แต่ก็ห้ามความคิดสร้างสรรค์ช่างบรรเจิดอย่างยายออยไม่ได้สักที เมื่อยายออยเหล่ตามายิ้มกริ่มใส่
"เจ๊ ไหนเหลาซิ ให้แหลมเลยนะ อาธีมาส่งได้ไง แถมรถคันโปรดด้วย ปกติไม่ให้ใครจับเลยนะ มันราคาแพง" ในประโยคสุดท้ายเธอกระซิบกระซาบใส่เจ๊ษา พลางเอาไหล่ไปกระทบ ยิ่งยายออยทำสีหน้าแบบนั้นยิ่งสร้างความน่าสนใจให้คนอื่นอยากรู้ตามไปด้วย
"เมื่อคืนใช่ที่โทรมาหรือเปล่า"
"ไม่ใช่สักหน่อย รีบกินอย่าพูดมาก ไม่งั้นรายงานฉันไม่ช่วยทำแล้วนะ"
พรรณษาต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่งั้นเด็กพวกนี้คงจะถามเธออีกหลายคำถาม คงมีแค่ยายออยเท่านั้นที่น่าจะรู้เรื่องกว่าเพื่อน ทำให้เธอนึกรู้ได้ทันที คงเป็นภาพเมื่อเช้าที่เขาจอดรถส่งเธอที่หน้าคณะแล้วเขาคงช่วยถอดหมวกกันน็อก คงจะมีหลายคนที่เห็น ภาพมันคงน่าสนใจโดยเฉพาะเจ้ารถราคาแพงนั่น
ข่าวเมื่อเช้ายังไม่ทันจางหาย บ่ายสามโมงสิบนาทีเธอเดินออกมาจากอาคารคณะ ก็ต้องสะดุดตากับรถซูเปอร์คาร์คันหรู จอดอยู่ที่หน้าอาคาร สีเหลืองสะดุดตาชวนให้คนที่ผ่านไปผ่านมาเป็นต้องเหลียวกลับมามอง ยิ่งทะเบียนตัวเดียวราคาที่สามารถซื้อรถได้อีกคัน หรืออาจจะหลายคันด้วยซ้ำ เขาจอดรถหันหน้ามาทางอาคาร เมื่อเธอเดินออกมาเขาจึงเห็นได้อย่างชัดเจน ส่วนเธอจำรถเขาได้จากที่จอดในตู้กระจกโรงรถบ้านเขานั่นแหละ
ธีรินท์เอี้ยวหน้าออกมาจากรถพอให้เธอได้เห็น ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แว่นตาแบรนด์เนมสีดำยิ่งชวนให้สะดุดตา เขายกนิ้วชี้เรียวในท่าหงายมือขึ้นกระดิกเบาๆ เป็นเชิงเรียก เมื่อเขาเห็นเธอเดินออกมาจากอาคารและมองมาทางเขา พรรณษารีบเดินมาที่ข้างรถฝั่งคนขับเพราะเขายังเปิดกระจกไว้
"มีอะไรค
ะ ยายษากำลังลงมา หนูไปก่อนนะคะ รีบ"
"ขึ้นรถ"
"อะไรนะ"
