บทที่ 14 ไม่ใช่พ่อ
เกือบจะห้าทุ่มแล้วที่คนตัวเล็กยังนั่งพิมพ์รายงานสลับกับหาข้อมูลเพิ่มเติม หนังสือที่เธอเคยว่าของเขาล้าสมัยหรือเปล่าถูกนำออกมาใช้ด้วยเช่นกัน กระป๋องเบียร์ที่หมดแล้วอยู่บนโต๊ะสามกระป๋อง อีกกระป๋องอยู่ในมือเขา ธีรินท์เขยิบมานั่งอยู่ด้านหลังพรรณษาชะโงกหน้ามาอ่านรายงานที่อ่านค้างไว้เมื่อครู่แล้วก็ดีดนิ้วชี้เคาะไปที่หน้าจอโน้ตบุ๊ก
"พิมพ์ผิด"
พรรณษารีบแก้ทันทีเพราะกลัวจะลืม เมื่อเขาอ่านจนจบถึงตรงที่เธอทำค้างไว้ จึงได้เอ่ยแนะนำเรื่องให้ใช้ภาษาอังกฤษกำกับไว้ด้วย
"ไม่ต้องหรอกค่ะ" เธอรีบปฏิเสธ พร้อมให้เหตุผล "เดี๋ยวต้องรายงานหน้าชั้นด้วย เดี๋ยวอ่านผิดโดนหักคะแนน" คนฟังได้แต่ขมวดคิ้ว
"ถ้ามันใส่กำกับไว้ จะทำให้มันดูสมบูรณ์ขึ้น ไหนลองออกเสียงตัวนี้" เขาชี้ไปที่หนังสือตัวที่มันสมควรไปอยู่บนรายงาน
พรรณษาออกเสียงคำที่เขาชี้ให้อ่าน เธออ่านออกแต่สำเนียงยังไม่ถูกต้องนัก เขาอ่านให้เธอฟังสำเนียงอเมริกันจ๋า เธอพยายามทำตามแม้จะยังไม่ดีแต่ก็ดีกว่าเมื่อสักครู่ที่เธออ่านเอง
"สำเนียงยังไม่ได้ ลิ้นแข็ง"
คนลิ้นแข็งพยายามจะออกเสียงอีกครั้ง แต่เสียงนั้นก็ถูกกลืนหายไป เมื่อเขาก้มหน้าลงมาที่เธอ มือใหญ่รั้งท้ายทอยให้เธอหันหน้าไปหาเขา ปากบางถูกเขากลืนหายไปในพริบตา เมื่อเขาบดจูบลงมา กลิ่นเบียร์กรุ่นบวกกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่เธอคุ้นชิน พรรณษาเผลอไผลไปกับรสจูบเผยอปากอย่างว่าง่าย คนลิ้นแข็งถูกบริหารลิ้นอยู่นาน กว่าจะยอมปล่อย ริมฝีปากเขาห่างออกแล้ว แต่คนนั่งแหงนหน้ายังค้างอยู่อย่างนั้น ปากบางยังเผยอค้างดวงตาหวานฉ่ำค่อยๆ ปรือตามองคนที่ถอนจูบออกไป
"โอ๊ย!!"
ธีรินท์เขกหน้าผากคนที่ยังเคลิ้มเพราะรสจูบ ทำท่าเหมือนรอคอยคิดว่าเขาจะฝังจูบลงไปอีกรอบ
"รีบทำรายงานเข้า ทำหน้าแบบนี้เดี๋ยวไม่ได้ทำรายงานหรอก แล้วลิ้นต้องบริหารบ่อยๆ จะได้ไม่แข็ง"
"เกี่ยวกันตรงไหน"
พรรณษาทำเสียงขึ้นจมูกใส่เขาแล้วก็หันกลับมาทำรายงานของตัวเองต่อทันที เธอพิมพ์ต่อยังไม่ทันถึงไหน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เมื่อเธอหยิบโทรศัพท์มาดูเห็นว่าเป็นใคร ใบหน้าก็เปื้อนยิ้มทันที
"ว่าไงคะ พี่จ๋า"
"จริงหรือคะ ว่างๆ ค่ะ วันเสาร์นี้ได้เลยค่ะ"
"ได้ค่ะพี่จ๋าส่งรายละเอียดมาให้หนูในไลน์ได้เลยค่ะ"
เธอวางสายไปแล้วแต่ยังทำท่าตื่นเต้นไม่หาย คนที่กระดกเบียร์อยู่นั่งมองอย่างนึกหมั่นไส้
"มีเรื่องอะไรให้ดีใจ"
"อาธี หนูจะได้งานแล้ว ถ่ายโฆษณา" เสียงดีใจเอ่ยบอก รอยยิ้มหวานที่ไร้การประดิษฐ์อย่างที่เธอมักจะทำใส่เขาบ่อยๆ ยิ้มจนตาแทบจะเป็นสระอิ ทำให้เขาพลอยยกยิ้มมุมปากเบาๆ ไปด้วย
"พรีเซนเตอร์หรือ"
"เปล่าค่ะ ตัวประกอบพี่จ๋าว่างานนี้เห็นหน้าชัด ได้ถ่ายคู่กับนางเอกดังด้วยค่ะ" คนดีใจเผลอไปจับแขนธีรินท์เขย่า จนทำเขาเผลอยิ้มไปกับเธอหลายครั้งแล้ว
"พี่จ๋ายังบอกอีกว่าถ้างานนี้โอเค คุณศักดาเขากำลังจะทำละคร เขาสนใจหนูด้วย หนูอาจจะได้เล่นละครของเขา"
เพราะความดีใจเธอจึงได้เอ่ยเล่าให้ชายหนุ่มฟัง จนเขาต้องเอ่ยเตือนเธอให้ทำรายงานให้เสร็จซะก่อนเถอะ คนฝันหวานได้แต่หุบยิ้มแล้วหันกลับไปนั่งทำรายงานต่อ กว่ารายงานจะเสร็จก็เกือบจะตีหนึ่ง เธอหันไปมองอาธีเห็นเขานอนหลับอยู่บนโซฟา เธอเก็บโน้ตบุ๊กเก็บหนังสือวางเรียงไว้บนโต๊ะ แล้วก็เก็บทำความสะอาดพวกถุงขนมกับกระป๋องเบียร์เสร็จเรียบร้อย จึงได้ปลุกให้เขาตื่น
"อาธี อาธี ไปนอนข้างในเถอะค่ะ"
ธีรินท์ขยับตัวแล้วก็ลุกเดินเข้าห้องนอนอย่างว่าง่าย เพราะเบียร์ครึ่งโหลที่เขาซัดคนเดียวหมดคงจะช่วยให้หลับสบาย เขาเคลิ้มหลับไปสักพักหลังจากเข้าไปนอนที่ห้องนอน แต่คนตัวเล็กก็ทำให้เขาตื่นเพราะเหมือนจะได้กลิ่นแชมพูอ่อนๆ โชยกลิ่นอยู่ในห้องทำให้เขาลืมตาขึ้นมาเห็นเธอที่อยู่ในชุดนอนผมยาวปล่อยทิ้งตัวเหมือนเพิ่งเป่าให้แห้งมา เธอกำลังจะหยิบหมอนกับผ้าห่มที่ปลายเตียงเขาเดาว่าเธอจะหนีออกไปนอนที่โซฟา จึงได้ลุกขึ้นคว้าเอวคนตัวเล็กให้ขึ้นมานอนบนเตียง
"อุ๊ย อาธี นึกว่าหลับแล้ว"
"หลับไปแล้ว แต่เธอทำเสียงดังให้ฉันตื่น"
คนถูกกล่าวหาพูดไม่ออกได้แต่นอนนิ่งเงียบเฉยๆ เขายกมือขึ้นมาให้เธอหนุน รั้งเอวให้เธอเข้ามาแนบชิด
"ดีมาก นอนเฉยๆ นะ ถ้าขยับตัวบ่อยๆ ไม่งั้นฉันไม่รับรองว่าเธอจะได้นอน" เพราะหน้าขาของเธอเสียดสีอยู่ที่กลางกายเขาอย่างหมิ่นเหม่ แต่เพราะความง่วงบวกกับเพลียมาหลายวันรวมทั้งเธอด้วย เขาจึงอยากให้เธอได้นอนพักบ้าง ฝ่ามือใหญ่ลูบผมเธอเบาๆ แล้วเพียงครู่เดียวเธอก็หลับไปในอ้อมกอดเขา
เช้าวันเสาร์ที่เธอยังอยู่คอนโดของธีรินท์ แต่ตั้งแต่คืนที่ทำรายงาน ตอนเช้าเขาไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัยด้วยรถคันหรูแสนแพงคันเดียวกับที่ไปรับเธอจนลือกันทั่วคณะ ยิ่งเช้าอีกวันที่เขาไปส่งยิ่งตอกย้ำข่าวลือให้แพร่สะพัดไปอีก แต่พรรณษาก็ไม่ได้มีเวลาสนใจ อีกสองวันที่ทำงานเธอก็ไม่ได้เจอเขาที่ผับอีก และเสาร์อาทิตย์นี้เธอก็ได้ขอลางานกับคุณภูมิพัฒน์เอาไว้เพราะต้องไปถ่ายโฆษณาที่เธอรับปากพี่จ๋าเอาไว้
เธอมาถึงหน้าบริษัทพี่จ๋าตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะต้องเดินทางออกกองไปถ่ายที่ชลบุรี โฆษณาครีมกันแดดยี่ห้อดัง โดยที่นางแบบเป็นคุณพอลลี่ดาราดังเบอร์หนึ่งของช่องแถมเธอยังได้ประกบแบบใกล้ชิดอีกด้วย อดจะตื่นเต้นไม่ได้ เธอรู้รายละเอียดงานคร่าวๆ จากพี่จ๋ามาแล้ว นอกจากดาราดัง ชุดที่ใส่ก็จะเป็นแนวสปอร์ตบาร์เผยให้เห็นผิวมากหน่อยเพราะเป็นโฆษณาครีมกันแดด
วันแรกของการถ่ายทำก็จะเก็บบรรยากาศบริเวณชายทะเลโลเคชันเป็นหน้าชายหายของโรงแรมห้าดาว เธอใส่ชุดสีส้มตามสียี่ห้อแบรนด์ วิ่งเล่นไปกับนางเองดังและผองเพื่อนอีกสองคน ใบหน้ายิ้มแย้มสนุกสนาน แต่กว่าจะได้ภาพเป็นที่พอใจผู้กำกับ ก็เล่นเอาพวกเธอวิ่งอยู่หลายรอบ ไม่เธอพลาดก็คนอื่นพลาด บางทีดาราดังก็สะดุดทรายพลาดเสียเอง
คุณพอลลี่ดูเป็นกันเอง และใจดีมาก เวลาที่พวกเธอพลาดก็ยังให้กำลังใจพลางสอนมุมกล้องให้อีกด้วย จวบจนเกือบห้าโมงเย็น กว่าเธอจะได้เลิกกอง เพราะกว่าจะเปลี่ยนฉาก เซตฉากแต่ละครั้งก็ใช้เวลาพอสมควร แล้วพรุ่งนี้เธอยังต้องถ่ายกันด้วยอีกวัน
"เอ้าไปเด็กๆ ไปพักผ่อนกันได้แล้ว ตอนค่ำๆ ลงมาที่ห้องอาหารด้านล่างนะ เรามีปาร์ตี้เล็กๆ กันด้วย"
พี่จ๋าเอ่ยบอกน้องๆ ในสังกัดที่เป็นคนพามา ก่อนจะแยกย้ายกันกลับห้อง โชคดีที่ครั้งนี้เธอได้นอนห้องเดี่ยว ถ้าปกติที่เธอมาเข้าฉากเดินผ่านกล้องเฉยๆ ก็มักจะได้นอนร่วมกับเพื่อนร่วมห้อง พรรณษายืนมองอยู่ที่ระเบียงชั้นสิบทอดตามองทะเลในเวลาที่พระอาทิตย์เริ่มจะคล้อยต่ำลง ปล่อยใจปล่อยความคิดล่องลอยไปไกลจนเผลอคิดถึงใครบางคนที่เธอไม่ได้เห็นหน้าเขาเสียหลายวัน พรรณษารีบไล่ความคิดฟุ้งซ่านออก แล้วอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะลงไปห้องอาหารด้านล่าง
พรรณษาลงมาที่ห้องอาหารด้วยชุดเดรสแบบเรียบสีฟ้า ก่อนเวลาอาหารเล็กน้อย เห็นทีมงานมากันหลายคนแล้ว รวมถึงดาราประกอบอย่างพวกเธอก็ลงมากันครบแล้ว งานเลี้ยงเล็กๆ จัดที่ห้องอาหารของโรงแรมไม่ได้จองห้องจัดเลี้ยงเพราะเห็นคนจะน้อยเกินไปอีกทั้งคุณศักดายังจะได้พูดคุยเรื่องงานวันนี้อีกด้วย เพื่อที่จะได้เตรียมตัวในวันพรุ่งนี้ คุณศักดาจึงได้แต่บอกว่าเดี๋ยวทานข้าวเสร็จค่อยไปสนุกกันที่ผับชั้นล่างของโรงแรมกันต่อ จนเมื่อทีมงานมากันครบพร้อมกับคุณพอลลี่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับชายหนุ่มคุ้นตา พรรณษาหันไปมองเขาเพียงนิด ในจังหวะนั้นธีรินท์ไม่ได้มองมาที่เธอ เธอจึงรีบหันกลับมาสนใจอยู่ภายในโต๊ะอาหาร
"พี่ศักดาคะ บังเอิญพอลลี่เจอพี่ธีที่ลิฟต์เมื่อกี้ค่ะ เลยชวนมาสวัสดีพี่" พอลลี่พาธีรินท์มานั่งข้างๆ พี่ศักดา
เสียงทักทาย พูดคุยกันด้วยความสนิทสนม จนพรรณษาจับใจความได้ว่าพี่ศักดาเคยไปถ่ายโฆษณาให้โชว์รูมรถของธีรินท์นั่นเอง แล้วเขายังรู้จักดาราเบอร์ใหญ่เสียด้วย ดูค่อนข้างจะสนิทสนมกันอีกต่างหาก พรรณษาไม่กล้าหันสายตาไปกลุ่มคนทางนั้น ได้แต่คุยกับพี่จ๋าและทีมงานที่นั่งอยู่แถบนั้น
"เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีทีมแข่งรถที่มาด้วยกันจัดปาร์ตี้ที่ผับด้านล่าง" พรรณษาจึงได้พลอยรู้ไปด้วยว่าเขามาทำไม
"งั้นเดี๋ยวเจอกันนะคะพี่ธี เดี๋ยวพวกเราก็ว่าจะลงไปสนุกข้างล่างเหมือนกันค่ะ"
"ครับ เดี๋ยวเจอกัน"
เสียงนัดแนะของหนุ่มหล่อสาวสวยเบอร์ต้นของประเทศทำเอาพรรณษาหูผึ่ง แม้จะอยู่เกือบท้ายโต๊ะ แต่เหมือนเธอนั่งอยู่ใกล้เขาก็ไม่ปาน เธอเหลือบตาไปมองเขาอีกครั้งตอนที่เขาเดินออกไปจากห้องอาหาร คล้ายเขาจะไม่เห็นเธอ หรือไม่ได้สนใจพรรณษาก็ไม่แน่ใจ
จนเมื่อการพูดคุยเรื่องงานกับการรับประทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อย ทุกคนก็เตรียมตัวที่จะลงไปที่ชั้นล่างเพื่อสนุกสนานกันต่อ สีหน้าเธอออกจะไม่ได้สนุกสนามเหมือนเช่นคนอื่น พรรณษาออกจะไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เพราะเธอเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า หรือตั้งแต่ที่เธอแอบคิดถึงเขา แล้วกลับมาเจอเขาที่นี่แต่แค่เพียงหางตาเธอยังไม่เห็นเขามองมาด้วยซ้ำ ทำราวกับคนไม่เคยรู้จักกันอยู่ๆ เธอก็กลับรู้สึกน้อยใจขึ้นมาลึกๆ
พรรณษารีบสะบัดไล่ความคิดนี้ออกจากหัวทันที เพราะอยู่ๆ เธอก็แปลบในอกขึ้นมาเสียดื้อๆ ทั้งที่ปากเธอพร่ำบอกเขาอยู่บ่อยๆ ว่าไม่ได้ชอบเขาสักนิด แต่พอเห็นแบบนี้ก็ทำเอาเธอจี๊ดๆ อยู่ในอก หรือเพราะเธอจะชอบเขาขึ้นมาเสียแล้ว
จากห้องอาหารทีมงานทุกคนก็ย้ายลงมาที่ผับชั้นใต้ดินของโรงแรม เธอไม่ได้ตั้งใจจะมองหาใคร แต่สายตาเธอก็ดันไปสะดุดกับเขาอย่างจัง แม้จะเห็นแค่เพียงด้านหลัง แต่เธอก็จำแผ่นหลังเขาได้อย่างแม่นยำ เช่นเดียวกับดาราสาวคนสวย เธอรีบตรงไปหาธีรินท์ที่โต๊ะเห็นเขาขยับเก้าอี้ตัวสูงให้เธอนั่ง ดูคนในกลุ่มนั้นออกจะตื่นเต้นที่เห็นเธอไม่น้อย พรรณษานั่งเลือกมุมที่นั่งหันหลังให้เขาเช่นกัน เพราะไม่อยากเห็นภาพนั้นสักเท่าไร ผู้คนออกจะสนุกสนาน แม้เธอจะมีรอยยิ้มนั่งฟังเพลงเพลินๆ ดื่มเหล้าไปสองสามแก้ว แต่จิตใจกลับไม่สนุกสักนิด
"พี่จ๋า เดี๋ยวหนูมานะ ไปห้องน้ำแป๊บ"
"ให้พี่ไปเป็นเพื่อนไหม"
"ไม่เป็นไรค่ะ อาจจะออกไปเดินสูดอากาศข้างนอกสักครู่ด้วย"
"ได้จ้ะ ไปดีๆ นะ ถ้าง่วงก็ไปนอนก่อนได้"
"โอเคค่ะ"
พรรณษาลุกออกจากโต๊ะ ก่อนจะเดินเลี้ยวไปทางห้องน้ำ เธอเหลือบสายตาไปทางนั้น ยังเห็นดาราสาวนั่งอยู่ข้างๆ เขาไม่ห่าง
"ขอโทษครับ"
เสียงเอ่ยขอโทษจากผู้ชายที่เดินสวนเธอเข้ามาทางห้องน้ำ หลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จเธอก็เดินออกมาแม้จะมึนๆ หัวอยู่บ้าง แต่เธอคิดว่าเธอก็เดินได้ตรงทาง แล้วก็เห็นผู้ชายสองคนนี้ที่กำลังจะเดินเข้ามา เธอยังแอบเดินเลี่ยงให้เขาอีกต่างหาก แต่ก็ยังโดนผู้ชายคนนี้ชนเข้าอย่างจัง จนเธอเซถอยหลังเกือบจะล้ม ผู้ชายคนที่ชนเธอรีบยื่นมือมาจะช่วยพยุงแต่เธอก็รีบถอยหลังห่างออกทันที
"ไม่เป็นไรค่ะ" พรรณษาตอบเสร็จก็เดินเลี่ยงจะออกไป แต่ผู้ชายคนนั้นก็ยังกางแขนขวางเธอเอาไว้
"ใช่คนที่มาถ่ายโฆษณาที่หน้าโรงแรมวันนี้ไหมครับ"
"เอ่อ...ค่ะ" เธอคิดแค่จะรีบตอบแล้วก็จะได้ออกจากตรงนี้ให้พ้นๆ แต่ดูผู้ชายสองคนนี้ทำท่าจะไม่ให้เธอผ่านไปได้ง่ายๆ แม้สองคนนี้จะดูไม่โซเซแต่ก็ดูจะเมาอยู่ไม่น้อย
"พวกผมไปยืนดูคุณถ่ายตั้งนาน ผิวส๊วย สวย หุ่นก็ดี ถ้าออกอากาศแล้วคงดังแน่นอน"
"ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ" พรรณษาจะก้าวขาเดินอีกครั้ง แต่ก็ยังถูกหนึ่งคนในนั้นกางแขนไว้ไม่ให้เธอเดิน
"เดี๋ยวครับ ผมขอเฟซบุ๊ก หรือไอจี ได้ไหมครับ"
"เอ่อ..."
"ขอโทษนะครับ ไม่สะดวกครับ" เสียงคุ้นหูที่ดังอยู่ข้างหลังเธอ แผ่นอกกว้างที่ยืนชิดร่างอรชรทำให้หลังเธอพิงเขาไว้ น้ำหอมกลิ่นคุ้นเคย อีกทั้งแขนแกร่งที่โอบรอบเอวเธอไว้นั่นอีก
"ขอตัวก่อนนะครับ" ธีรินท์เอ่ยบอกผู้ชายสองคนนั้นอย่างสุภาพ แล้วก็รั้งเอวเธอให้ก้าวเดินผ่านออกมา
"ทีกับฉันล่ะเก่งจัง ทีอย่างนี้ไม่รู้จักปฏิเสธ"
"หนูก็ปฏิเสธแล้วนี่คะ แต่เขายังขวางอยู่"
"ถ้าฉันยังไม่ออกมาจากห้องน้ำ คงให้ยันบ้านเลขที่แล้วมั้ง"
"แล้วมาถึงนี่ทำไมไม่บอก"
"แล้วทำไมต้องบอกคะ อาธีไม่ใช่พ่อหนูสักหน่อย"
ธีรินท์ยิ้มร้ายใส่คนตัวเล็กที่ยังหน้าบึ้งๆ
"พูดแบบนี้ อยากให้ฉันพูดว่าอะไรต่อ"
"ว่าอะไรคะ" พรรณษาไม่
เข้าใจ ว่าเขาหมายถึงอะไร
"ว่า ไม่ใช่พ่อ แต่เป็นผัว อะไรแบบนี้หรือเปล่า"
