บทที่ 3 ปากแซ่บ

คงจะมีแต่พี่เตอร์ที่จะได้เห็นถ้าเขาได้มองกระจกหลัง เพราะคนตัวเล็กกระโปรงสั้นยกขาขึ้นสูงในท่าเตะส่งให้เจ้าของรถ พลางทำสีหน้าหงุดหงิด พรรณษานั่งอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่เพียงครู่ก็เห็นรถเก๋งสีแดงคุ้นตามาจอดด้านหน้า เธอรีบเดินไปหาศิริกัญญาที่รถทันที

"โหเจ๊แซ่บมาก อย่างตึง ยายนั่นนั่งหน้าหงิกลุกหนีไปเลย นี่ถ้าเจ๊ได้เป็นดารานะมีหวังตุ๊กตาทองเห็นๆ" เสียงกลั้วหัวเราะของศิริกัญญาทำเอาเธอยิ้มจางๆ

"หวังว่าอาเธอจะเปลี่ยนผู้หญิงได้ถูกใจเธอสักทีนะ ฉันไม่ไหวจะโดนเขาด่าแล้ว เมื่อกี้ก็โดนไปหลายดอกจี๊ดยังไม่หาย"

"ก็ถ้าเขาเปลี่ยนมาเป็นเจ๊ หนูก็จะเลิกยุ่งกับเขาทันที"

"น้ำท่วมหลังเป็ด" ศิริกัญญาหัวเราะร่วนกับสำนวนของพรรณษา

"แล้วนี่จะไปไหน" พรรณษาเอ่ยถาม

"กลับบ้านนอนกันดีกว่า หรือเจ๊อยากไปต่อ"

"หึ อยากนอนแล้ว ง่วง แต่อาเธอล่ะ" พรรณษาถามเพราะกลัวจะเจอเขาที่บ้าน

"เขาก็อยู่ที่บ้านนั่นแหละ เมื่อกี้แอบแชตถามพี่เตอร์มา พรรณษาได้แต่กลอกตามองบน เพราะจะไม่กลับบ้านของธีรินท์ก็เห็นจะไม่ได้ เพราะทั้งสมุดเลคเชอร์ ทั้งกระเป๋ายังอยู่ที่บ้านเขา

พรรณษากลับมาถึงบ้านของธีรินท์ก็เห็นรถตู้สีดำของเขาจอดอยู่ที่โรงรถแล้ว พี่เตอร์เก็บรถเสร็จก็เตรียมจะกลับไปที่ห้องพักส่วนตัวที่ตึกเล็กด้านหลังตึกใหญ่ พรรณษาเห็นรอยยิ้มแปลกๆ ของเขาก็พอจะรู้ว่าเขาคงเห็นที่เธอยกเท้าใส่ให้ เธอจึงได้แต่ยิ้มแล้วทำหน้าเจื่อน พลางยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเอง แล้วก็ทำมือจุ๊ๆ ที่ปาก

"มีอะไรกันคะ"

ศิริกัญญาทำหน้าสงสัย เมื่อเดินตามมาแล้วเห็นสองคนทำท่ามีลับลมคมในกัน พี่เตอร์ไม่ได้ตอบคำถามเขาเหลือบตามองหญิงสาวก่อนจะเดินไปทานด้านหลังตึกใหญ่

"ไม่มีไรหรอก" พรรณษาเป็นคนตอบแล้วก็รีบจูงมือศิริกัญญาเข้าบ้าน

ภายในบ้านเงียบกริบราวกับไม่มีใคร ศิริกัญญาจึงเดินไปที่โต๊ะอาหารถัดจากห้องรับแขก ดูว่าแม่บ้านทำกับข้าวอะไรไว้บ้าง เพราะตอนที่อยู่ที่ร้านก็ไม่ได้กินอะไร พรรณษาช่วยอุ่นกับข้าวสองสามอย่างในไมโครเวฟ เพราะเธอออกจะคุ้นชินบ้านนี้รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน สองสาวนั่งกินข้าวกันได้เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงรถที่หน้าบ้าน ศิริกัญญามองจากหน้าต่างกระจกห้องอาหารเห็นรถเก๋งสัญชาติยุโรปของอาธีขับเข้ามา เธอเดาว่าคงจะเป็นคนขับรถอีกคน พี่เชนทร์ แต่อะไรก็ไม่ร้ายเท่าเธอเห็นผู้หญิงลงมาจากรถคันนั้น ลักษณะการแต่งตัวแทบไม่ต่างจากยายซันนี่นั่นสักนิด ผู้หญิงคนนั้นเดินตรงเข้ามาในบ้าน โดยมีพี่เชนทร์เดินตามหลังมาติดๆ

"ใครคะ พี่เชนทร์ แล้วนี่จะไปไหนกัน" ศิริกัญญารีบออกไปยืนต้อนรับที่หน้าประตูบ้าน ด้วยสีหน้าไม่รับแขก

"อ๋อ นายให้คุณ...." พี่เชนทร์ยังตอบคำถามไม่ทันจบ ก็มีเสียงแทรกดังมาจากคนที่ยืนอยู่ตรงบันไดใหญ่กลางบ้านชั้นสอง

"มีอะไรยายออย"

"อาธี ทำอะไรคะ ทำไมเอาผู้หญิงแบบนี้มาที่บ้าน"

"บ้านก็บ้านฉัน เธอเดือดร้อนอะไร แล้วมีสิทธิ์อะไรไปว่าคุณเบลล์เขาว่าผู้หญิงแบบนี้"

"ก็แล้วจะผู้หญิงแบบไหนล่ะคะ ที่วิ่งมาหาผู้ชายถึงบ้านแบบนี้ กี่พันคะ อาธีอยากมีของเล่นชั่วคราวหนูไม่สนใจ แต่หาคนดีๆ หน่อย ไม่ใช่เอะอะก็ขอแต่เงิน" ศิริกัญญาเถียงพลางน้ำตาตก พรรณษารีบเขย่าแขนรุ่นน้องเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม แต่เหมือนทุกอย่างจะดูรวดเร็วไปหมด เมื่อฝ่ามือของธีรินท์กระทบใบหน้าของศิริกัญญาดังฉาดใหญ่ แม้จะไม่สุดแรงแต่ก็ทำให้ใบหน้าขาวนั้นขึ้นรอยแดงทันที

"ศิริกัญญาเธอไม่ใช่แม่ฉันนะ อย่าล้ำเส้น เธออยากทำอะไรฉันพยายามไม่สนใจแล้วนะ"

ศิริกัญญาได้แต่ยืนอึ้งเธอไม่คิดว่าอาธีจะตบหลานสาวตัวเองได้ ทั้งยังตบต่อหน้าคนอื่นอีกตั้งหลายคน ศิริกัญญาวิ่งออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ธีรินท์เพียงพยักหน้าให้ราเชนทร์คนขับรถของเขา พี่เชนทร์ก็เดินตามออกมา แต่ศิริกัญญาก็ได้ขับรถออกไปเสียแล้ว แม้พรรณษาจะวิ่งมาตามก่อนแล้วก็ยังไม่ทัน เธอคว้าประตูรถได้แล้วแต่ศิริกัญญาก็ออกรถไปก่อนเสียแล้ว ไม่ยอมให้พรรณษาไปด้วย พี่เชนทร์รีบขับรถตามไปตามคำสั่งของเจ้านาย

พรรณษาจึงเดินเข้ามาที่บ้านก็เห็นผู้หญิงคนนั้นหายไปทางไหนแล้วก็ไม่รู้ เหลือเพียงชายหนุ่มเจ้าของบ้านยืนอยู่คล้ายรอเธอ

"เธอควรจะเลิกคบกับยายออยได้แล้ว พากันเสียผู้เสียคน อายุเธอก็เยอะกว่าหลานสาวฉัน แทนที่จะช่วยห้ามปรามตักเตือน กลับยิ่งสนับสนุน เธอมันก็อย่างยายออยว่าผู้หญิงดีๆ ที่ไหนเขาวิ่งมาหาผู้ชายแบบนี้ อย่างนั้นเขายังได้เงิน เธอนี่อะไรจะให้ฉันฟรีหรือ"

พรรณษาขี้เกียจเถียงกับเขาเธอจึงเดินเลี่ยงจะขึ้นบันไดไปที่ห้องของศิริกัญญาเพื่อหยิบกระเป๋าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเธอก็จะกลับหอพักของเธอ แต่มือใหญ่ของเขารั้งแขนเธอเอาไว้บีบจนแน่น ผิวขาวจัดของเธอขึ้นสีจางๆ ตรงรอยที่เขาบีบทันตา

"โอ๊ย เจ็บนะคะ อาธี" พรรณษาโวยวาย พยายามหนีการเกาะกุมจากเขาแต่เขาก็บีบไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

"ฉันพูดไม่ได้ยินหรือ"

"ได้ยินค่ะ"

"ไม่ตอบ"

"จะให้ตอบอะไรล่ะคะ อาธีอยากฟังคำตอบแบบไหน อ๋อใช่ค่ะ หนูอยากได้อาธีจนตัวสั่น ฟรีๆ ก็ได้นะคะ แบบนี้หรือ" พรรณษาลอยหน้าลอยตาเถียง

ธีรินท์กระชากแขนอย่างแรงจนพรรณษาถลาเข้าไปเกือบชนเขา ถ้าเธอไม่ยกแขนขึ้นดันเขาไว้คงกระแทกอกเขาอย่างจัง

"ปากเธอนี่นะ ถึงทำยายออยเสียคน"

"โอ๊ย ไม่ดูตัวเองเลยค่ะ คุณอาขา ใครกันแน่ที่ทำยายออยเสียคน ตัวอย่างดีๆ ทั้งนั้น แล้วจะบอกอะไรคุณอาขาให้ฟังนะคะ ที่หนูทำก็เพราะยายออยขอร้อง ถ้าลำพังตัวหนูเองหรือ ผู้ชายปาก..แซ่บๆ แบบนี้ทานไม่ลงหรอกค่ะ รู้ไว้นะ ว่าหนูไม่ได้ชอบคุณ อย่าหลงตัวเองนัก" พรรณษายั้งคำว่า ปากหมา ไว้ได้ทัน

"ฉันไม่ได้แซ่บแค่ปาก อย่างอื่นแซ่บกว่านี้อีก จะลองไหมล่ะ"

พรรณษายังไม่ทันได้ปฏิเสธก็ถูกธีรินท์จับเหวี่ยงมาชิดกับราวบันไดเขาถอยหลังลงบันไดไปหนึ่งขั้นก่อนจะฝังปากของตัวเองลงไปที่ปากสีแดงจางๆ จากรอยลิปสติกสีสด จูบอันแสนหนักหน่วงปากบางถูกบดขยี้แทบจะถูกกลืนหายไป ลิ้นอุ่นชุ่มฉ่ำถูกแทรกเข้าไป คนตัวเล็กดิ้นขลุกขลักยกมือขึ้นทุบเขา แต่ก็ถูกมือใหญ่รวบแขนของเธอไปไขว้หลังเอาไว้ เมื่อเห็นคนตัวเล็กเริ่มหยุดดิ้น ธีรินท์ค่อยๆ คลายริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง มองดูปฏิกิริยา พรรณษารีบหายใจเข้าเต็มปอดราวกับคนขาดอากาศ ธีรินท์ได้แต่ยกยิ้มมุมปากเบาๆ

พรรณษาเมื่อตั้งสติได้เธอก็ยกมือขึ้นจะตบเขา แต่ก็ถูกเขารับไว้ได้ แขนข้างที่ยกขึ้นจะตบจึงถูกรวบไปไขว้หลังไว้อีกครั้ง ก่อนที่เขาจะฝังจูบลงมาอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้รุนแรงเหมือนครั้งแรก ครั้งนี้พรรณษาตั้งสติได้เธอก็เม้มปากตัวเองเอาไว้แน่นแทบจะไม่ยอมให้เขาล่วงล้ำเข้าไปได้อีก ธีรินท์กัดริมฝีปากล่างเธอเบาๆ แต่ก็ส่งให้คนตัวเล็กส่งเสียงร้องพลางเผยอปากขึ้นอย่างลืมตัว ลิ้นอุ่นของเธอถูกเขาพันเกี่ยวอีกครั้ง มือที่เขารั้งไว้ถูกปล่อยตอนไหนพรรณษาก็ไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีเมื่อมืออีกข้างของเธอกำเสื้อที่หน้าอกเขาเอาไว้แน่น แขนข้างหนึ่งของเขาจับท้ายทอยเธอไว้ อีกข้างรั้งเอวเธอให้เข้ามาชิด พรรณษาส่งเสียงประท้วงในลำคออื้ออึงเมื่อได้สติ ก่อนจะผลักเขาให้ออกห่าง แต่กลับยิ่งแนบสนิทขึ้น ธีรินท์ค่อยๆ ถอนจูบ

"แซ่บพอไหม"

คำถามของเขาทำพรรณษาได้สติ เธอยกหัวเข่าขึ้นหมายจะกระทุ้งใส่เขา แต่ธีรินท์ไวกว่าเขาเอาหน้าแข้งกั้นเรียวขาของหญิงสาวเอาไว้ ทำให้เธอฟาดหน้าแข้งแข็งแรงเข้าเต็มเปา

"โอ๊ย...ไอ้บ้าเอ๊ย" ร้องเพราะความเจ็บ แต่ก็ยังไม่หยุดเมื่อเธอจะเตะเขาซ้ำอีกรอบ คราวนี้ธีริ

นท์รวบขาเธออุ้มขึ้นพาดไหล่

"ว้าย..."

บทก่อนหน้า
บทถัดไป