บทที่ 5 รอยแดง
พรรณษาได้แต่ทำตาขวางมองเขา น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยของเขาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นสักนิด หน้าตาเขาไม่ได้เหมือนคนสำนึกผิดอย่างที่เอ่ยขอโทษ ดวงตาคมดุเป็นประกายนั่นมองยังไงก็รู้สึกแปลกๆ เธอรีบหันหน้าหนี ธีรินท์รั้งเอวบางเข้ามาใกล้ๆ แล้วตัวเขาเองก็สอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเธอ แผ่นหลังของเธอแนบชิดอกกว้างที่เธอเห็นเมื่อสักครู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตคุ้นตาที่เธอเห็นเขาชอบใส่ไม่คิดว่ามันจะอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามแผงอกล่ำสันตลอดจนหน้าท้องเป็นลอน พรรณษาเผลอคิดไปไกลจนทำให้หน้าเห่อร้อนขึ้นมา เขารั้งเอวเธอให้แนบชิดไปอีกเมื่อเห็นเธอพยายามขืนตัวออกห่าง จนสะโพกกลมของเธอสัมผัสได้ถึงความแข็งขืนของกล้ามเนื้อแท่งยาวใหญ่นั่น เมื่อตอนกิจกรรมเมื่อสักครู่เธอไม่ทันได้สังเกตเห็นแต่เมื่อเจ้ามังกรแท่งยักษ์ของเขามันจดจ่ออยู่ที่ก้นงอนงามของเธอทำให้เธอรู้ถึงขนาดของมันได้ทันที
"ถ้ารู้ก่อนก็จะไม่ทำแรงแบบนั้น"
"หมายความว่าไงคะ รู้ก่อน แต่ก็ยังทำ"
"ก็เธอไม่ห้าม" ฟังคำแก้ตัวของเขา พรรณษาก็รีบหันไปเผชิญหน้ากับเขาทันที แววตากร้าวดุจเอาเรื่อง
"หนูห้ามคุณจนคอจะแตก"
"อ้าว เห็นแต่เธอครางเรียกฉัน ใครจะไปรู้"
"คุณมันหน้าไม่อาย"
"เห็นปากดี นึกว่าจะใช้มุกนี้ยั่วฉัน เป็นไงล่ะ แต่วันหลังถ้าจะหาเรื่องฉันมุกนี้ก็ยังใช้ได้นะ ฉันไม่ว่า"
"ใครอยากยั่วคุณ ไอ้คนหื่นกาม คิดแต่เรื่องพวกนี้" เสียงด่าของเธอทำให้ธีรินท์หัวเราะเบาๆ แล้วก็รั้งเอวของเธอให้เข้ามาแนบชิดในท่าที่หันหน้าหากันแบบนี้ พรรณษาหน้าแดงขึ้นทันตาหรือมันจะแดงไปเสียทั้งตัวก็ไม่รู้ เมื่อเธอรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่วิ่งแผ่ซ่านไปทั้งตัว จุดบอบบางสัมผัสเข้ากับแก่นกายแข็งขืนของเขาบางครั้งมันก็กระดุกกระดิกใส่เธอเบาๆ
"อาธี ปล่อยหนู หนูจะกลับหอแล้ว"
ไม่มีคำตอบจากคนตัวใหญ่ แล้วเธอก็ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อเพราะปากที่ถูกเขาครอบครองไปอีกครา ก่อนที่เขาจะเลื่อนลงไปตวัดลิ้นดูดเม้มยอดทับทิมสีแดงสด พรรณษาผวาแอ่นอกเข้าหาเขายังลืมตัว เมื่อเขาถอนปากออกไร้การรุกราน เธอค่อยๆ ปรือตามองชายหนุ่มด้านบน เห็นเขากำลังฉีกซองถุงยางอนามัยแล้วสวมมันเข้ากับเจ้ามังกรตัวเขื่องที่มันออกจะใหญ่โตไม่น้อย เธอเพิ่งจะเห็นมันชัดๆ ก็ตอนนี้ เพราะในครั้งแรกสติที่แตกกระเจิงทำให้เธอไม่ได้ลืมตามองดูแม้แต่ใบหน้าของเขา เมื่อเจ้ามังกรตัวใหญ่ห่อหุ้มเกราะป้องกันเรียบร้อยเขาก็จับมันมาจดจ่ออยู่ที่ปากทางเข้า ปลายนิ้วเรียวลูบคลำไปที่เนินเนื้ออวบอิ่ม แล้วกรีดนิ้วไปตามรอยแยกของกลีบผกาหวานฉ่ำ นิ้วเรียวบดขยี้สะกิดติ่งเกสรสีสดด้านใน ก่อนจะค่อยๆ กดตัวตนของเขาลงไปช้าๆ ขยับเข้าออกในจังหวะเนิบช้าแต่หนักหน่วง ยามสะโพกสอบกดน้ำหนักลงไปเต็มแรงแล้วแช่ตัวตนบดเบียดช่องทางรักไว้แบบนั้นคนใต้ล่างก็ครางกระเส่า
"อาธี...."
"หือ ทำไม"
"มันอึดอัด..."
พรรณษาเอ่ยบอกความรู้สึกตัวเอง พร้อมกับใช้ฝ่ามือดันหน้าท้องเป็นลอนของเขาให้ถอยห่าง
"เขาเรียกมันเสียว"
คนได้คำตอบกระจ่างแก่ใจถึงความรู้สึกมวนท้องน้อยที่สะท้านไปทั่วทั้งกายสาวจนต้องเผลอส่งเสียงออกมาเป็นระยะ ฝ่ามือที่ดันหน้าท้องเขาไว้เผลอจิกเล็บลงไปอย่างแรงยามเมื่อสะโพกของเขากระแทกลงมาหนักหน่วง ในจังหวะที่รัวเร็วขึ้นส่งผลให้ร่างบางเกร็งสะท้านกระตุกถี่ช่องทางรักรัดตัวตนเขาจนแน่นเป็นจังหวะ ทำให้คนตัวใหญ่ต้องคำรามเสียงในลำคอหนักๆ เพื่อระบายความอัดอั้น ก่อนเขาจะรัวสะโพกสอบอีกครั้งเพื่อส่งตัวเองให้ถึงฝั่งฝันเช่นกัน แต่คนใต้ล่างก็สะท้านตามเขาไปอีกรอบ เสียงคำรามบ่งบอกถึงความพอใจยิ่งก่อนเขาจะถอนแท่งเนื้อลำใหญ่ออกในจังหวะเชื่องช้า
พรรณษาเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีเมื่อแสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามาในห้องนอนใหญ่ เธอจำได้แค่เพียงหลังกิจกรรมรักอันหนักหน่วง ทำเอาเธอนอนหอบก่อนจะเผลอหลับไป ตื่นขึ้นมาเพราะคล้ายได้ยินเสียงคนคุยกัน
"อืม เข้าใจแล้ว เฝ้าไว้แล้วกันอย่าให้เตลิดไปไหน"
พรรณษาเห็นเขายืนคุยโทรศัพท์หันหน้าออกหน้าต่างบานใหญ่ เธอเผลอมองไหล่กว้างด้านหลังของเขาเพราะทั้งเนื้อทั้งตัวเขามีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันเอวไว้อย่างหมิ่นเหม่ จู่ๆ เธอก็เกิดอาการหน้าแดงขึ้นเมื่อนึกถึงกิจกรรมรักเมื่อคืนที่ผ่านมา
"ตื่นแล้วหรือ" ธีรินท์หันมาทันเห็นสีหน้าแดงระเรื่อของเธอพอดี เขาชันเข่าขึ้นมาบนเตียงยื่นมือมาอังหน้าผาก
"ตัวร้อนๆ เดี๋ยวกินข้าวแล้วกินยาซะ"
"หนูจะกลับหอพักแล้ว"
"ไปอาบน้ำแล้วมากินข้าว ถ้าพูดไม่รู้เรื่องเดี๋ยวฉันจะจับอาบให้เอง"
คำขู่ของเขาได้ผล เมื่อคนตัวเล็กส่งสายตาไม่พอใจใส่ ก่อนจะหันหน้าหันหลังมองหาผ้าสักผื่นที่พอจะคลุมกายได้ เพราะเพิ่งตระหนักได้ว่าเนื้อตัวเธอเปลือยเปล่าอยู่ แล้วเหมือนเขาจะรู้ เมื่อธีรินท์ส่งชุดคลุมอาบน้ำให้เธอ แค่เพียงขยับตัวช่วงล่างเธอก็เจ็บร้าวไปหมด ยิ่งตอนที่ปลายเท้าของเธอหย่อนถึงพื้นแล้วลงน้ำหนักตัวเข่าเธอแทบจะทรุดลงตรงนั้น ไหนบอกเดี๋ยวก็ไม่เจ็บ
"แปรงสีฟัน ผ้าขนหนูผืนใหม่อยู่ในตู้ด้านข้าง" เขาเอ่ยบอกเพราะเห็นคนตัวเล็กทำท่าจะเดินออกจากห้อง คงคิดจะไปอาบน้ำที่ห้องยายออย
"หนูจะไปห้องยายออย" เดาไม่ผิด แต่สายตาที่เขามองเธอนิ่งๆ ส่งให้คนตัวเล็กมองค้อนให้เขาหนึ่งทีก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างว่าง่าย
พรรณษาเดินไปเปิดตู้เพื่อหยิบแปรงสีฟันอันใหม่ กับผ้าขนหนูตามที่เขาบอก เมื่อได้มาแล้วเธอก็วางไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์กระจกบานใหญ่ ข้างอ่างล้างหน้า พลางยืนมองดูสภาพตัวเองในกระจกใส ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าที่ถูกแต่งไว้อย่างเข้มจัดบัดนี้เหลือเพียงรอยจางๆ เธอเห็นสีแดงที่ลำคอจึงเอามือลูบแต่เมื่อมันไม่ออกจึงได้ก้มเข้าไปที่กระจกเพื่อดูมันใกล้ๆ ให้ตาย รอยคิสมาร์ก แล้วเหมือนเธอจะนึกอะไรออก จึงคลายผ้าผูกเอวเปิดมันออกจนคอเสื้อด้านหลังห้อยมาอยู่ที่เอว เธอมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง นี่เขาเล่นดูดเธอไปทั้งตัวเลยหรือ รอยแดงหลายจุดเหนือเนินอก แม้แต่ขอบบิกินีก็ยังมีเครื่องหมายที่เขาฝากไว้ พรรณษาหน้าแดงรู้สึกอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี แต่ก็เหมือนจะหนีไม่พ้น
เมื่ออยู่ๆ ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก เธอเผลอหันไปมองทางประตูทั้งที่เสื้อคลุมอาบน้ำแทบจะหลุดจากตัว เธอลืมล็อกประตู แถมเขาก็ไม่เคาะประตูซะด้วย มือบางรีบคว้าเสื้อขึ้นมาคลุม แต่เธอก็หยิบผิดหยิบถูกกว่าจะคลุมร่างได้มิดชิดอีกครั้ง เขาเดินเข้ามาใกล้ แถมยังจับขอบเสื้อที่ทบกันเปิดออกอย่างหน้าตาเฉย
"โห แดงขนาดนี้เลยหรือ" พรรณษารีบแย่งเสื้อคืนจากมือเขาแล้วก็ปิดทบไว้ตามเดิม
"เข้ามาทำไมไม่เคาะประตูคะ"
"อ้าว ก็ห้องฉัน มันก็ต้องลืมตัวกันบ้าง ไหนมาดูซิ ทำไมมันแดงขนาดนั้น" เขารู้ว่ามันแดงแต่ไม่คิดว่าจะแดงขนาดนี้ เมื่อคืนที่เห็น กับช่วงเช้ามืดที่เขาห่มผ้าให้เพราะเธอถีบผ้าออก มันยังไม่ชัดขนาดนี้ แขนแกร่งจับเอวบางยกขึ้นไปนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ มือบางไม่ยอมปล่อยสาบเสื้อที่ทบกันอยู่ เขาจึงได้แต่ส่งสายตาดุๆ ใส่ เธอจึงยอมปล่อยมือ
"ผิวเธอขาวจัด มันเลยแดง คราวหน้าต้องจูบเบาๆ" ธีรินท์ตกใจกับเสียงพึมพำของตัวเอง นี่เขาคิดบ้าอะไรเนี่ย คราวหน้า นี่เขายังต้องการยายเด็กก้าวร้าวนี่อีกใช่ไหม ยอมรับในตอนแรกเขาแอบมองหุ่นนาฬิกาทรายได้รูปของเธอ แต่ก็ไม่นึกพิศวาสเด็ก จูบสั่งสอนในตอนแรกเพราะทนปากเหลือร้ายของเธอไม่ไหว คิดว่าเจ้าหล่อนจะเล่นมุกยั่วให้เขาโกรธเพื่อดึงดูด แต่ยิ่งรสจูบไม่ประสายิ่งทำให้เขาอยากรู้เจ้าหล่อนจะทำอย่างไร แกล้งเป็นเดียงสาแบบนั้นหรือ แต่ที่ไหนได้ รอยแดงบนผ้าปูสีขาวสะอาดตาหลังจากที่เธอลุกออกมาเป็นคำตอบชัดเจน และที่เขาเข้ามาก็เพื่อจะมาหยิบผ้าขนหนูอีกผืนไปเช็ดผม เพราะผืนที่เขาใช้เมื่อครู่มันชื้น แล้วเขาก็ไม่ชอบที่มันชื้นๆ ด้วยนึกว่าเธอจะเดินเข้าไปที่โซนอาบน้ำด้านในแล้วเสียอีก
กลายเป็นตอนนี้เขาต้องมาสำรวจรอยแดงที่เกิดจากฝีมือตัวเองบนผิวขาวผุดผ่อง เธอคงไม่ได้สังเกตความผิดปกติของคำพูดเขา เพราะมัวแต่หลับหูหลับตาเอียงหน้าหลบเขาเพราะความอาย
"รีบอาบน้ำ เดี๋ยวออกไปทายา" เขาต้องพยายามตัดใจ ถึงแม้ความตื่นตัวใต้ร่มผ้าด้านล่างจะเริ่มผงาดออกมา แต่เพราะคนตัวแดงผิวกายออกจะรุมๆ ไข้ เขาก็อดสงสารครั้งแรกของเธอไม่ได้
เมื่อคนตัวสูงออกจากห้องน้ำไปแล้ว พรรณษารีบเดินไปกดล็อกประตู
แล้วก็รีบอาบน้ำให้เสร็จตามที่เขาบอก
