บทที่ 8 ทำงานวันแรก

พรรณษาถือกางเกงไซซ์เอสอยู่ในมือ พลางเอ่ยถามหาห้องน้ำ

"เปลี่ยนในนี้แหละ ทำอย่างกับไม่เคยเห็นไปได้" แต่คำตอบที่ได้ทำเอาเธอต้องเริ่มนับหนึ่งถึงสิบอีกครั้ง

"จะเปลี่ยนได้ยังไงคะ เผื่อคนข้างล่างมองขึ้นมาเห็นจะทำยังไงล่ะ" เธอตอบเขาพลางมองไปที่กระจกใสบานใหญ่ตรงหน้า ที่มองเห็นด้านล่างชั้นหนึ่งเกือบตลอดทั้งร้าน

"โง่หรือฉลาดน้อย ตอนขึ้นมาไม่เห็นหรือไง ว่ามันมองเข้ามาไม่เห็น" พรรณษาได้แต่กัดฟันกรอดถูกเขาหลอกด่าไปอีกหนึ่งกรุบ

เธอจึงสวมกางเกงผ้าขายาวทับกระโปรงขึ้นมาแล้วค่อยๆ ดึงชายกระโปรงออก ไม่ลืมที่จะหันหลังให้เขาด้วย กางเกงขนาดผู้ชายแม้เอวจะพอดี แต่กางเกงทรงกระบอกแบบนี้ทำให้ออกจะรั้งสะโพกเธออยู่ไม่น้อย แต่ถ้าต้องปีนป่ายก็ยังดีกว่าใส่กระโปรงอย่างเขาว่านั่นแหละ ส่วนขากางเกงที่ยาวเกินเธอก็ต้องพับมันขึ้นมาอีกสองทบ

"อ้อ แล้วเธอเที่ยวคุยไปทั่วเลยหรือไงที่นอนกับฉัน"

"ว่าอะไรนะคะ" พรรณษาหันหน้าไปถามแบบเอาเรื่องทันที

"ยายออย มันมาเคี่ยวเข็ญถามฉันเรื่องนอนกับเธอ"

"นอนกับคุณมันน่าภูมิใจถึงขนาดต้องไปคุยอวดใครด้วยหรือไงคะ" ธีรินท์เหลือบตามองคนพูดไม่เข้าหู

"เธอไม่เห็นหรือมีแต่คนอยากนอนกับฉัน"

"หลงตัวเอง"

"หึ แล้วใครล่ะที่ครางเรียกฉันทั้งคืน"

"คุณ.." พรรณษาเผลอขึ้นเสียงใส่เขาอย่างเหลืออด

"หนูไม่ได้บอกยายออย มีแต่ยายออยมาถาม" เสียงสะบัดเอ่ยบอกเพราะกลัวเขาจะเข้าใจผิดไปอีก

"อ้อ งั้นคงพวกลูกสมุนยายออย แล้วเธอตอบว่าอะไร"

"คุณให้ค่าตัวมา หนูไปเช็กสต๊อกแล้วนะคะ" เสียงเรียบเอ่ยตอบ แล้วก็เดินออกจากห้อง

เกือบสามชั่วโมงที่พรรณษาหายไป เธอกลับมาอีกครั้งพร้อมเหงื่อที่ชุ่มใบหน้า ตามเสื้อยังมีรอยเปียกบางๆ เป็นบางจุดให้เห็น เขาเงยหน้ามองเธอเห็นเธอใช้กระดาษที่เขาพรินต์ให้ไปเช็กสต๊อกพัดหน้าตัวเองเพื่อคลายร้อน

"เข้าไปที่ไฟล์เมื่อกี้ แล้วก็กรอกตัวเลขลงไป เสร็จแล้วเรียกฉัน"

เขาเห็นเธอก้มหน้างุดที่หน้าคอมอยู่พักใหญ่ เมื่อเสร็จแล้วจึงจะหันไปเรียกเจ้าของร้าน แต่เมื่อเธอหันหน้าไปก็ทันได้เห็นสายตาของเขาที่มองมาพอดีหรือว่ามองอยู่ก่อนพรรณษาก็ไม่แน่ใจ

"เอ่อ..เสร็จแล้วค่ะ"

เขาลุกจากเก้าอี้เดินมาที่โต๊ะทำงานตัวเล็กอีกครั้ง มองข้อมูลที่หน้าจอเสร็จแล้วเขาก็ก้มลงมาจับเมาส์ พรรณษาเตรียมตัวหลบเขาไว้แต่ทีแรก เธอดันเก้าอี้ออกไปข้างๆ เล็กน้อยพอให้เขาแทรกตัวเข้ามาได้ เพราะกลัวความใกล้ชิดอย่างเมื่อครู่ กลิ่นน้ำหอมของเขายังติดจมูกเธออยู่เลย แถมใบหน้าหล่อเหลาที่ก้มลงมาใกล้ๆ ดูไม่ค่อยจะเป็นผลดีต่อเธอเท่าไรนัก

"จะเขยิบไปไหน เอามาเท้าแขนหน่อย"

พรรณษาไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกเขาลากเก้าอี้กลับเข้ามาอยู่ในตำแหน่งเดิม มือข้างซ้ายของเขาพาดอยู่ที่พนักพิงด้านหลัง พรรณษาจึงรีบเขยิบก้นออกมานั่งอย่างหมิ่นเหม่เพื่อไม่ให้หลังตัวเองโดนมือเขา มือข้างขวาเขาเอื้อมมาจับเมาส์ ทำให้ตัวเขาต้องโน้มลงมาอย่างช่วยไม่ได้

"ดูที่จอจะมองอะไรฉัน คืนนั้นมองไม่พอหรือไง"

พรรณษาหน้าแดงขึ้นทันตาเมื่อเขาเอ่ยถึงเรื่องคืนนั้นอีก แล้วเธอก็ไม่ได้มองเขา แค่เอี้ยวมามองว่าเขายืนถนัดไหมแล้วมันใกล้เธอมากเกินไปหรือเปล่าก็เท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะมองเขาเสียหน่อย

"หนูไม่ได้จะมองคุณ แค่หันไปมอง" พรรณษาคิดว่าเธออธิบายเขาได้กระจ่างแล้วเสียอีก

"อยากมองอะไรตรงเป้ากางเกงฉัน"

"บ้าหรือไงอาธี ใครจะไปมองเป้ากางเกงของคุณ" พรรณษาหันขวับไปหมายจะเอาเรื่อง แต่เมื่อหันไปใบหน้าของเธอก็แทบจะชนกับเขา เธอรีบเอนตัวออกห่างจากเขาทันที

"ก็ฉันยืนก้มๆ เงยๆ อยู่ตรงนี้ ไม่มองเป้า งั้นจะมองหน้าฉันหรือไง ก็บอกอยู่ให้มองที่จอ แล้วจำได้ไหมว่าเข้าไปตรงไหน"

"จำได้ค่ะ" พรรณษาเลือกตอบเขาแค่คำถามเดียว ไม่ต่อความยาวกับเขาอีก

"เสร็จแล้วสั่งพรินต์หน้ารายงานนี้ออกมา ทำใบสั่งซื้อ ขั้นตอนการทำดูตามเอกสารตรงหน้าโต๊ะเธอน่ะ หรือจะให้ฉันสอน"

"ไม่เป็นไรค่ะ หนูทำตามคู่มือเอง"

เขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองแล้ว เธอจึงได้เริ่มอ่านคู่มือคร่าวๆ ก่อนจะลองเปิดโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปพร้อมขั้นตอนการสอนที่ไม่ยุ่งยาก เพียงครู่เดียวพรรณษาก็สั่งพิมพ์เอกสารออกมาส่งให้เขาที่โต๊ะ เธอเห็นเขาอ่านเอกสารอยู่ครู่ก่อนจะจรดปากกาลงที่ช่องอนุมัติ แล้วเขาก็วางเอกสารใส่กล่องบนโต๊ะเขา เธอมองไปที่กล่องเห็นเขียนว่าเอกสารออก นั่นหมายความว่างานของเธอเสร็จแล้วใช่ไหม

เธอเดินไปหยิบกระโปรงทำงานตัวเล็กที่วางไว้บนเก้าอี้เมื่อสักครู่มาถือไว้

"หนูไปทำงานข้างล่างต่อแล้วนะคะ"

"อื้ม"

พรรณษาจึงค่อยหายใจหายคอได้สะดวกหน่อยเมื่อได้ออกมาจากห้องทำงานของเขา เธอไปหาผู้จัดการถามเรื่องงานที่ต้องทำ คำตอบที่ได้คือเธอได้อยู่โซนวีไอพีชั้นสอง นับว่ายังเป็นโชคของเธอที่วันนี้เป็นวันจันทร์แล้วแขกที่มาร้านออกจะน้อยกว่าปกติสักหน่อย ไม่เยอะเหมือนที่เธอมาในฐานะลูกค้าเมื่อครั้งนั้น เธอเดินขึ้นเดินลงจนนับรอบไม่ถ้วน กว่าจะหมดเวลาทำงานก็เล่นเอาเมื่อยขาไปหมด เธอตอกบัตรลงเวลาเลิกงานเสร็จก็มานั่งพักอยู่ที่หลังร้านเพียงครู่ ใช้สองมือทุบลงที่หน้าขาเพื่อคลายความเมื่อยล้า ก่อนที่จะเดินไปเอารถนังแดงของเธอ

"เป็นไงบ้าง ไหวไหม" เสียงทักทายของพี่เชนทร์ทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมอง

"ไหวค่ะ เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน" เสียงตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน

"แล้วกลับไงครับ"

"ขี่มอไซค์กลับค่ะ"

"ห๊ะ กลางคืนแบบนี้ไม่อันตรายหรือ"

"เดี๋ยวรอรวยก่อน จะไปออกซูเปอร์คาร์ที่โชว์รูมเจ้านายพี่สักคันนะ"

เสียงพูดเล่นกลั้วหัวเราะทำให้คนถามพลอยได้หัวเราะไปด้วย และนั่นก็เป็นธุรกิจของเขาที่เธอรู้จากปากยายออย ยังไม่รวมพวกหุ้นส่วนใหญ่ๆ อีกหลายบริษัท แต่เรื่องธุรกิจกลางคืนของเขา เธอไม่เคยได้ยินยายออยเอ่ยถึงสักครั้ง หรือคิดอีกทีเธอไม่ได้สนใจที่ยายออยพูดหรือเปล่า แต่เมื่อมาถึงตรงนี้เห็นจะทำอะไรไม่ได้ คงได้แต่ทำใจทนทำงานให้ครบกำหนดที่จะได้เงินประกันคืน และอีกแค่ไม่กี่เดือนเธอก็จะเรียนจบแล้ว คงหางานอื่นทำแทนได้ไม่ยาก

00:15

ธีรินท์ลงมาที่หลังร้าน เห็นเชนทร์คนสนิทของเขานั่งอยู่ที่เก้าอี้ยาวสำหรับพักผ่อนของพนักงาน เมื่อเห็นคนเป็นนายเดินลงมาเขาก็รีบยืนขึ้นเตรียมพร้อมทันที

"เดี๋ยวกลับเลย แล้วให้เตอร์มาดูให้หน่อย ไอ้ภูมิมันไม่เข้าร้าน" เขาเอ่ยบอกคนสนิท เชนทร์ก็รีบโทรศัพท์บอกเพื่อนร่วมงานให้มาอยู่ร้านแทนเจ้านายทันที แต่เมื่อเชนทร์เห็นเจ้านายตัวเองคล้ายมองหาใครหรืออะไรสักอย่าง จึงได้เอ่ย

"คุณษากลับไปเมื่อกี้แล้วครับ" คำบอกของลูกน้องคนสนิท ทำให้เจ้านายหนุ่มยกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นดู

"ขี่มอเตอร์ไซค์กลับครับ" เชนทร์เอ่ยบอกเสร็จก็เดินห่างออกไปเพื่อที่จะไปเอารถมารับเจ้านาย

"เสือกรู้ดี ใครถาม" เชนทร์ได้ยินเสียงเจ้านายด่าตามหลังมาไวๆ แต่น้ำเสียงก็ไม่ได้จริงจังนัก ทำให้ลูกน้องยกยิ้มมุมปากอย่างขันๆ

ปกติตลอดทางกลับบ้านถ้าไม่หลับพักสายตาเขาก็มักจะไถโทรศัพท์มือถือดู แต่วันนี้แม้มือจะถือสมาร์ตโฟนเครื่องหรูไว้ แต่สายตากลับไม่ได้มองที่หน้าจอสักน้อย เมื่อรถตู้สีดำกระจกทึบแล่นผ่านรถจักรยานยนต์เขามักจะเผลอมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่บ่อยๆ เมื่อรู้ตัวว่าวันนี้ออกจะแปลกๆ เขารีบดึงสติกลับมาที่หน้าจอทันที จนเมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้านให้เขาลง แล้วเชนทร์ถึงจะเอารถไปเก็บที่โรงรถ ธีรินท์เห็นหลานสาวยังนั่งดูซีรีส์อยู่ที่ห้องรับแขก จึงเดินเข้าไปหา

"ไปหยิบเบียร์ให้ป๋องซิ" เสียงสั่งหลานสาว เธอกดหยุดซีรีส์เอาไว้ พลางส่งสายตาเคืองๆ ให้คนเป็นอา แต่ก็เดินไปหยิบมาให้แต่โดยดี

"เพื่อนเธอไปทำงานที่ผับฉัน"

"ใครคะ แล้วอาธีมีผับด้วยหรือคะ" ธีรินท์ได้แต่ขมวดคิ้วมองหลานสาว

"ก็ยายษานั่นน่ะแหละ"

"อ้าว จริงหรือคะ ได้ยินแค่ว่าจะไปทำงาน แต่ไม่รู้ที่ไหน แล้วผับอาธีอยู่ที่ไหนล่ะคะ"

"ก็ร้านที่แกไปอาละวาดกันนั่นแหละ"

"จริงดิ งั้นอาธีก็ดูแลเจ๊แกหน่อยนะ ยิ่งสวยๆ หุ่นสะบึมแบบนั้นด้วย มีหวังโดนขี้เมาลวนลามแน่"

"เขาไปทำเด็กเสิร์ฟ ไม่ได้นั่งดริ๊งก์สักหน่อยใครมันจะลวนลาม ผับฉันไม่ได้กิ๊กก๊อกนะ"

"เจ๊แกก็ทำแต่เสิร์ฟนั่นแหละ เคยถามแกไม่ทำดริ๊งก์ล่ะ แกบอกกลัวด่าลูกค้า" เสียงเล่าเจือหัวเราะ เพราะเห็นจะนึกสีหน้าเวลาเจ๊ออกลวดลายได้

"ที่สำคัญเจ๊แกซิงด้วยนะ ใช่ป่ะอา"

"แก่แดดใหญ่แล้วเรา ขืนสั่งสอนยากนักจะส่งกลับไปให้แม่แก" เสียงเข้มเอ่ยดุแต่คนฟังไม่ได้กลัวสักนิด

"ไม่ปฏิเสธซะด้วย" ศิริกัญญาพึมพำเบาๆ แต่ก็พอให้คนที่นั่งข้างๆ ได้ยิน

"ห่วงก็แต่เจ๊แกขี่อีแดงกลับบ้านนั่นแหละ ตั้งไกลกว่าจะถึง แกเลิกงานตอนไหนคะ อาธี"

"เที่ยงคืน" คนตอบ ตอบเหมือนไม่เต็มใจจะตอบสักเท่าไหร่ แต่ก็อดมองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ฝาผนังไม่ได้

"โห ป่านนี้ถึงหรือยังเนี่ย คราวหลังอาธีก็รับเจ๊ษากลับมาด้วยสิคะ"

"ถ้าไม่ขี้เกียจ" ธีรินท์ตอบเสร็จก็ลุกออกมาเตรียมจะเดินขึ้นชั้นสองกลับห้องตัวเอง

"จะใจร้ายกะเมียตัวเองหรือไง" เสียงแว่วๆ ตามหลังมา ทำให้เขาหันกลับไปชี้หน้ายายหลานตัวแสบ

"งั้

นเมียฉันคงมีเป็นร้อย" ศิริกัญญาได้แต่ย่นปากใส่ธีรินท์อย่างหมั่นไส้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป