บทที่ 4 ตอนที่ 4 พังทลาย!

และแล้ววันนี้ที่เธอรอคอยก็มาถึง นาราตื่นแต่เช้ามืด แม้จะอยู่ช่วยแม่ทำขนมและแพ็คขนมลงกล่องจนดึก แต่เธอก็ยังดึงตัวเองลุกขึ้นจากที่นอนได้สบายๆ ร่างอรชรที่มีเพียงผ้าขนหนูเพียงผืนเดียว เดินร้องเพลงออกมาจากห้องน้ำหลังหายเข้าไปอาบน้ำจนสดชื่น พร้อมต้อนรับวันดีๆ นั้นคือการเข้าไปยืนยันตัวเองกับทางโรงเรียนศรีอักษร หรือโรงเรียนที่เธอได้ผ่านการสอบบรรจุเป็นคุณครูที่นั้นแล้ว

เสื้อเชิทสีเหลืองอ่อนถูกหยิบขึ้นมาสวมใส่ตามด้วยกระโปรงทรงเอสีดำเลยเข่าหนึ่งนิ้ว แม้ไม่รัดติ้วเหมือนคนอื่น แต่ก็ไม่สามารถปกปิดความสวยของส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอได้ นาราดึงที่รัดผมที่ข้อมือบางรัดผมยาวสลวยสีดำขึ้นกลางศีรษะเป็นหางม้า จัดระเบียบทรงผมให้เรียบร้อย แต่งหน้าอ่อนๆไม่ให้หน้าดูจืด เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยกับการแต่งตัวเป็นคุณครูในวันแรก ก่อนจะเดินออกจะห้องไม่ลืมสำรวจตัวเองที่หน้ากระจกอีกครั้ง ฉีกยิ้มหวานที่ใครได้เห็นเป็นต้องหลง ก่อนจะจ้ำเท้าไปหยิบกระเป๋าคู่ใจ เดินออกจากห้อง

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณแม่ แล้วคุณพ่อละคะ” เสียงหวานใสเอ่ยทักทายมารดาที่มักจะตื่นเช้าเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว แต่ทำไมเธอถึงไม่เห็นพ่อเลยนะเนี่ย~ นารามากวาดสายตามองหาบิดาของตัวเอง ก่อนจะได้รับคำตอบจากมารดาที่ทำแซนด์วิชปูอัดให้ลูกสาวก่อนออกจากบ้าน

“ไปส่งคุณยายข้างบ้านไปหาหมอนะลูก ป้าเจี๊ยบแกไม่ว่างนะ พ่อเลยต้องไปส่งแต่เช้า ไม่งั้นจะได้คิดรอตรวจช้าจ๊ะ”

“อ่อ..ค่ะ” นาราพยักหน้าหงึกๆ รับรู้เพราะป้าเจี๊ยบอยู่กับคุณยายทองแค่สองคน และคุณยายทองต้องกับพบหมอเป็นประจำทุกเดือน หากเดือนไหนป้าเจี๊ยบลางานไม่ได้ ก็จะมาขอให้พ่อของเธอพายายทองไปโรงพยาบาลให้เสมอ นี่แหละหมู่บ้านเล็กๆของเธอ ทุกครอบครัวมักจะเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นาราเดินไปหยิบแซนด์วิชปูอัดขึ้นมากัดคำโต กำทัพต้องเดินด้วยท้อง ก่อนจะไปเจอกับเด็กนักเรียนที่น่ารักของเธอ

“วันนี้คุณครูสวยมากค่ะ”

“สวยเหมือนแม่ไงค่ะ” นารารีบเอ่ยชมกลับ เพราะมารดาของเธอนั้นสวยจริงๆ ตอนสาวๆท่านได้เป็นถึงนางนพมาศเชียวนะ! เธอเลยสวยได้แม่มาเต็มๆ และตอนเรียนอยู่เธอก็ได้ตำแหน่งดาวคณะด้วย เห็นไหมละ? มีตำแหน่งการันตี! ไม่ได้คุยโม้ค่ะ

“ปากหวานจริงๆเจ้าลูกคนนี้”

“ก็ปากหวานเหมือนพ่อ เวลาพูดกับแม่ค่ะ อิๆ” ไม่ลืมขยิบตาหยอกล้อคุณแม่คนสวยทิ้งท้าย

“เดี๋ยวเถอะๆ. “ นางปรามลูกสาวอย่างไม่จริงจังนัก เพราะเขินที่ลูกสาวพูด เพราะเธอและสามีมักจะพูดจาหวานหูให้กันอย่างเสมอต้นเสมอปลาย จนลูกสาวคนนี้มักจะหยิบยกขึ้นมาหยอกล้อ

“งื้ออ~~นาแค่หยอกเองง~ ไม่แกล้งแล้วค่ะ งั้นนาไปโรงเรียนแล้วนะคะ”

“ค่ะคุณครู. ขอให้วันนี้เป็นวันดีของการเริ่มสอนวันแรกนะลูก”

“ขอบคุณค่ะ คุณแม่สุดสวย” เสียงใสหยอกเล่นกับมารดา จนเหลือบตามองนาฬิกาที่แขวนบนฝาผนังบ้านก็เบิกตาโต กุลีกุจอหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มหลังจากยัดแซนด์วิชเข้าปากจนหมด

“ช้าหน่อยสิลูก”

“ช้าไม่ได้แล้วค่ะ นาไปก่อนนะคะแม่” ว่าแล้วก็คว้ากระเป๋าพร้อมแฟ้มเอกสารสำคัญของตัวเองที่เตรียมไว้ตามลายละเอียดของการรายงานตัวกับทางโรงเรียน ร่างบางเร่งฝีเท้าออกจากบ้าน โดยไม่ลืมยิ้มทักทายให้ลุงป้าน้าขา ระแวกบ้านใกล้เรือนเคียง ยาวไปจนถึงปากซอยหมู่บ้าน

ตึกๆๆ~~

เวลาเช้าเป็นเวลาเร่งรีบของคนทำงานหาเช้ากินค่ำ และหมู่บ้านเล็กๆของเธอส่วนใหญ่ก็เป็นพนักงาน พ่อค้าแม่ค้าที่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อออกมาหารายได้เข้าครอบครัว นารายืนรอรถตรงป้ายรถสาธารณะ พรูลมหายใจออกยาว เพราะคนที่มายืนรอรถในเวลาเดียวกันกับเธอนั้นมากเสียจนเธอเริ่มเป็นกังวล

ครืดดด~~

ไม่นานรถสาธารณะก็เคลื่อนตัวเข้าจอดป้ายดังกล่าว และก็เป็นเหมือนที่เธอกังวล เพราะรถสาธารณะไม่สามารถรับคนจากป้ายเธอขึ้นได้ทั้งหมด นารามองนาฬิกาข้อมือราคาถูก บ่งบอกว่าเธอเสียเวลากับการรอรถสาธารณะไปเปล่าประโยชน์ ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบๆก่อนจะเห็นวินมอเตอร์ไซค์ขับมาส่งลูกค้าที่ตลาดติดป้ายรถประจำทาง เธอไม่รีรอ รีบสับขาตรงไปทางวินมอเตอร์ไซค์คนนั้นทันที

“พี่คะ.ไปโรงเรียนศรีอักษรค่ะ” พี่วินหันขวับไปตามเสียงเรียก ไม่นานก็พยักหน้า ก่อนจะส่งหมวกกันน็อคมาให้เธอ

“ขึ้นเลยน้อง” นารารีบพยักหน้า รับหมวกกันน็อคจากพี่วินมาสวมศีรษะไว้เพื่อความปลอดภัย ก่อนจะกระโดดขึ้นนั่งด้านหลังอย่างมืออาชีพ

“รถติดหน่อยนะน้อง สี่แยกข้างหน้ามีอุบัติเหตุ” พี่วินตะโกนบอก เมื่อรถบนถนนติดกันยาว แม้จะใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ ก็ยังไม่วายเสียเวลาอีก นาราเริ่มคิดหนัก เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะต้องไปรายงานตัว แต่ทำไมอุปสรรคมันถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้กัน

“อีกนานไหมคะพี่” นาราตะโกนถามขนาดที่พี่วินยังคงพยายามขับรถเบียดขึ้นไปข้างหน้า แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ทุกคนก็รีบเร่งเช่นกัน

“ไม่รู้เหมือนกันน้อง..แล้วน้องรีบไหมละ?”

“..ก็รีบอยู่ค่ะ.” เธอตะโกนตอบตามความจริง เหลือบตามมองนาฬิกาข้อมือราคาถูกอีกครั้ง พบว่าอีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลารายงานตัวของคุณครูคนใหม่แล้ว

“น้องคงต้องวิ่งไปแล้วละ..พี่มาส่งน้องได้แค่นี้นะน้อง!” พี่วินตะโกนบอกแข่งกับเสียงเครื่องยนต์บนท้องถนน

“คะ?” นาราอุทานมองท้ายทอยพี่วินอย่างไม่เข้าใจ

“ก็ไปโรงเรียนศรีอักษรไม่ใช่หรอ” พี่วินเอ่ยขึ้น นาราพยักหน้ารับคำ

“พี่คิดว่าคงใช้เวลาที่นี่อีกนาน โรงเรียนไม่ถึงโล น้องวิ่งไปเถอะ!!” พี่วินชี้นิ้วไปยังโรงเรียนศรีอักษรปลายทางที่เธอบอก นารามองตาม ก่อนจะจำใจพยักหน้าแล้วกระโดดลงจะมอเตอร์ไซค์

“ได้ค่ะพี่..เออ..เท่าไหร่คะ”

“ร้อยเดียวแล้วกัน..” นาราตาโตกับราคาที่พี่วินบอก

“มันไม่แพงไปหรอคะพี่?”

“นี่แหละถูกแล้ว..เต็มร้อยห้าสิบ! แต่พี่ใจดีลดให้ห้าสิบบาทครับน้อง!..ให้ไวสิน้อง รีบไม่ใช่หรอ?” แม้จะได้พอใจขนาดไหน แต่ในเวลานี้นาราจำต้องหยิบเงินหนึ่งร้อยสีแดงยื่นให้พี่วินหน้าโหด ก่อนจะใส่เกียร์หมาวิ่งขึ้นฟุตบาท ตรงไปยังโรงเรียนศรีอักษร สลับกับมองนาฬิกาข้อมือ ที่ยังคงเดินไปเรื่อยๆอีกไม่กี่นาทีเธอก็จะสายในสายตาทุกคนแล้ว วันแรกแท้ๆ ทำไมสรรค์ ต้องกลั่นแกล้งเธออย่างนี้ด้วย!!

พรึบบบ!!!

“ว้ายยยตาย! “

“ขะ..ขอโทษค่ะ…ดิฉัน!!..มะมา..รายงานตัวคุณครูคนใหม่..ค่ะ เฮือกกกก!!” นารารีบโกยอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ หลังจากใช้เวลาเกือบสิบนาที พร้อมกับวางแฟ้มเอกสารของตัวเองลงโต๊ะ เจ้าหน้าที่สาวที่สะดุ้งตกใจเธอเช่นกัน

“รายงานตัว ครูใหม่หรือคะ?”

“ชะ..ใช่ค่ะ..” นารารีบยืนตัวตรง แม้จะเหนื่อยมากเพียงใดที่ต้องวิ่งกลายเป็นผีปอบมาเช่นนี้ เหงื่อผุดขึ้นเต็มขมับ แอบปาดทิ้งตอนเจ้าหน้าที่ก้มลงไปเซ็คอะไรบางอย่างในคอมพิวเตอร์

“เออ..ครูทั้งห้า..มาครบหมดแล้วนะคะ.ตอนนี้ทั้งห้าก็อยู่ในห้องประชุมของโรงเรียนหมดแล้วค่ะคุณ” เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเงยหน้าขึ้นบอกกับหญิงสาวตรงหน้า

“วะ..ว่าไงนะคะ?..มีอะไรผิดพลาดรึป่าวคะ ดิฉันชื่อ นาราริน เกตุสรินทร์ ค่ะ” นาราหน้าซีดเผือก หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัว เธอบอกให้เจ้าหน้าที่ตรงหน้าให้ตรวจเช็คอีกครั้งทันที

“ไม่นะคะ ไม่มีครูคนใหม่ที่ชื่อ นาราริน เกตุสรินทร์.. คุณลองเข้าไปเช็คดูอีกรอบเถอะค่ะ คุณอาจจำผิดโรงเรียนก็ได้” เจ้าหน้าที่สาวคนดังกล่าวระบายยิ้ม ตามหน้าที่ของสาวรักงานบริการ

“แต่ที่ดิฉันเช็คมามันมีชื่อของดิฉันจริงๆนะคะ ฉันไม่ได้ดูผิดแน่ๆ!”นารายังคงไม่เชื่อ เพราะเธอมั่นใจว่าชื่อตัวเองติดอยู่บนประกาศของทางโรงเรียนแน่นอน แต่ทำไมทุกอย่างถึงได้กลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือไปแบบนี้

“งั้นคุณมาดูเองสิคะ!” เจ้าหน้าที่สาวถอนหายใจด้วยความรำคาญ บอกหญิงสาวตรงหน้าให้มาดูประกาศของทางโรงเรียนในเพจเอง นาราไม่รอช้ามองข้ามสายตารำคาญของคนตรงหน้าไป วิ่งอ้อมไปดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าประกาศรายชื่อของคุณครูที่ได้รับการบรรจุในโรงเรียนแห่งนี้อยู่

“0.0มะ..ไม่จริง…” เสียงเธอขาดห้วง เบิกตาโตมองรายชื่อทั้งห้าซ้ำไปซ้ำมา แต่ทุกอย่างก็ยังเป็นแบบเดิม คือ..ไม่มีรายชื่อของเธออีกแล้ว ลำดับที่ห้านั้นเคยมีชื่อของเธอติดอยู่ แต่มาวันนี้กลับเป็นชื่ออีกคนไปแล้ว!!

ฟิววว~~~

นาราเดินออกจากโรงเรียนด้วยจิตใจที่ล่องลอย น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ ไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก ทุกอย่างพังทลาย เธอจะทำยังไงดี? ความดีใจก่อนหน้านั้น บัดนี้ได้หายไปแล้ว ราวกับเธอแค่ฝันไป ตื่นมาพบกับความเป็นจริง !!ความจริงที่..เธอ..ยังไม่ได้เป็นคุณครู.ในโรงเรียนแห่งนี้

“ฮือๆ~~~ ฮือๆ~~”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป