บทที่ 11 คำสารภาพของคนเห็นแก่ตัว

ความเงียบงันอันหนักอึ้งโรยตัวปกคลุมห้องพักแคบ ๆ อีกครั้ง

คำพูดของพลอยไพลินที่บอกว่าเธอรู้สึกสบายใจกับห้องพักเก่า ๆ แห่งนี้ มากกว่าคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่ เปรียบเสมือนฝ่ามือที่มองไม่เห็นฟาดลงบนใบหน้าของติณณ์อย่างแรง

นักธุรกิจผู้ไม่เคยพ่ายแพ้แก่สิ่งใด กำลังยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความจริงที่ว่า เงินทอง อำนาจ และทุกสิ่งที่เขาสร้างมาตลอดชีวิต ไม่อาจซื้อหัวใจของผู้หญิงตรงหน้าได้อีกแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น...

ความดื้อรั้นที่ฝังรากลึกก็ยังไม่ยอมให้เขาถอย

ติณณ์ก้าวเข้าหาเธออย่างรวดเร็ว

มือหนาเอื้อมไปจับหัวไหล่บางทั้งสองข้างไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเพียงปล่อยมือออก เธอจะหายไปจากชีวิตตลอดกาล

ดวงตาคมจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ

ราวกับกำลังค้นหาคำตอบที่เขาไม่เคยได้รับ

แต่ครั้งนี้...

พลอยไพลินไม่คิดจะหลบสายตาอีกแล้ว

เธอยืดแผ่นหลังตรง มองตอบเขาอย่างมั่นคง

ดวงตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความอ่อนโยน บัดนี้นิ่งสงบราวกับผืนน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเอ่ยขึ้นช้า ๆ

“คุณคิดว่าบ้านหลังนั้นมันสมบูรณ์แบบงั้นเหรอคะติณณ์”

“ใช่ค่ะ... มันมีทุกอย่าง”

“มีแม่บ้าน มีคนขับรถ มีอาหารดี ๆ มีเสื้อผ้าราคาแพงเต็มตู้”

เธอหัวเราะในลำคอเบา ๆ

แต่รอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยความขมขื่น

“แต่มันไม่มี ‘คุณ’ อยู่ในนั้นเลย”

ประโยคสั้น ๆ ทำให้มือของติณณ์ชะงัก

พลอยพูดต่อ โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาแทรก

“ห้าปีที่ผ่านมา ฉันนั่งรอคุณกินข้าวเย็นแทบทุกวัน”

“อาหารจากร้อน ๆ กลายเป็นเย็นชืด”

“บางคืนฉันเผลอหลับอยู่บนโซฟา เพราะคิดว่าคุณคงกลับมาในอีกไม่กี่นาที”

“แต่สุดท้าย... ก็กลายเป็นตีหนึ่ง ตีสอง หรือบางครั้งก็เกือบเช้า”

เธอเม้มริมฝีปากแน่น

“ฉันอยู่ในบ้านหลังใหญ่ก็จริง”

“แต่กลับรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวมาตลอด”

ดวงตาของพลอยเริ่มร้อนผ่าว

หยาดน้ำตาเอ่อคลออยู่ที่ขอบตา

แต่เธอไม่ยอมให้มันไหลลงมา

เธอร้องไห้เพราะผู้ชายคนนี้มามากพอแล้ว

“การอยู่กับคุณในบ้านหลังนั้น...”

“มันโดดเดี่ยวกว่าการอยู่คนเดียวในห้องเล็ก ๆ แห่งนี้เสียอีก”

“อย่างน้อยที่นี่ ฉันไม่ต้องตื่นมาพร้อมความหวังว่าจะได้ใช้เวลากับสามี แล้วผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“ฉันไม่ต้องนั่งรอใครกลับบ้าน”

“ไม่ต้องคอยเดาว่าวันนี้คุณจะเห็นฉันหรือเปล่า”

“ไม่ต้องรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในคฤหาสน์ของคุณ”

ทุกถ้อยคำค่อย ๆ แทงลึกลงไปในหัวใจของติณณ์

ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อ

แรงที่บีบหัวไหล่ของเธอค่อย ๆ คลายลงอย่างช้า ๆ

ราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกดูดหายไปพร้อมคำสารภาพเหล่านั้น

ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชา

บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสน

ความเสียใจ

และความหวาดกลัว

เป็นความหวาดกลัวที่พลอยไม่เคยเห็นจากเขามาก่อนเลย

ติณณ์ปล่อยมือออกจากเธอ

เขาถอยหลังหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

ก่อนก้มหน้าลงช้า ๆ

ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างยากลำบาก

ราวกับแม้แต่การหายใจ ก็กลายเป็นเรื่องยาก

“ผม...”

เขาเอ่ยเสียงแผ่ว

“ผมไม่เคยรู้เลย”

น้ำเสียงที่เคยหนักแน่น บัดนี้สั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัด

“ผมคิดมาตลอดว่า...”

“การทำงานหนัก”

“การหาเงิน”

“การสร้างบ้านที่ดีที่สุด”

“การให้ทุกอย่างที่ดีที่สุดกับคุณ”

“มันคือการแสดงความรัก”

เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธออีกครั้ง

ดวงตาแดงก่ำคู่นั้นสั่นไหว

“ผมไม่เคยรู้เลย... ว่าคุณต้องการแค่ผม”

คำพูดนั้นทำให้พลอยนิ่งไปชั่วครู่

หัวใจของเธอกระตุกเบา ๆ

แต่ก็เพียงเท่านั้น

เธอผ่านคืนที่ร้องไห้เพียงลำพังมานับครั้งไม่ถ้วน

คำพูดในวันนี้...

ไม่อาจย้อนเวลากลับไปลบความทรงจำเหล่านั้นได้

ติณณ์สูดลมหายใจเข้าลึก

ก่อนเอ่ยประโยคที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะพูด

“ถ้าผมเซ็นใบหย่า...”

เขาหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ

เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่น

“ผมจะไม่เหลือใครแล้วนะพลอย”

“คนรอบตัวผมเข้าหาผมเพราะเงิน เพราะอำนาจ เพราะตำแหน่ง”

“มีแค่คุณคนเดียว...”

“ที่อยู่กับผมตั้งแต่วันที่ผมยังไม่มีอะไร”

“ถ้าคุณเดินจากไป...”

“ชีวิตของผมจะเหลือแต่บ้านหลังใหญ่ที่ว่างเปล่า”

เขาหลุบตาลง

“ผมขาดคุณไม่ได้จริง ๆ พลอย”

คำสารภาพนั้นจริงใจ

แต่มันมาช้าเกินไป

พลอยมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนจะยิ้มบาง ๆ

รอยยิ้มที่ไม่มีความสุขหลงเหลืออยู่เลย

“มันสายไปแล้วค่ะ”

เธอพูดอย่างอ่อนโยน

แต่หนักแน่น

“คุณเพิ่งรู้ว่ารักฉัน...”

“ในวันที่ฉันหมดแรงจะรักคุณแล้ว”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง

ติณณ์ยืนนิ่งอยู่นาน

ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ

ราวกับเพิ่งยอมรับความจริงที่ไม่อยากยอมรับ

เขาหมุนตัวเดินไปที่ประตู

มือแตะลูกบิดอยู่ครู่หนึ่ง

แต่กลับไม่กล้าหันกลับมามองเธออีก

สุดท้าย...

ชายหนุ่มเปิดประตูออกและเดินจากไปอย่างเงียบงัน

โดยยังไม่ได้เซ็นใบหย่า

เขายังคงยื้อเวลาเอาไว้

ไม่ใช่เพราะไม่เข้าใจเธอ

แต่เพราะหัวใจของเขา...

ยังไม่เข้มแข็งพอที่จะปล่อยผู้หญิงที่เขารักที่สุดในชีวิตไปจริง ๆ

เสียงประตูปิดลงเบา ๆ

ภายในห้องเล็ก ๆ เหลือเพียงความเงียบ

พลอยไพลินยืนมองประตูบานนั้นอยู่นาน

ก่อนจะหลับตาลงช้า ๆ

เธอรู้ดีว่า...

จากวันนี้เป็นต้นไป เส้นทางของคนสองคนที่เคยรักกันสุดหัวใจ จะไม่มีวันเดินเคียงข้างกันได้เหมือนเดิมอีกแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป