บทที่ 10 ตอนที่ 10 ฉันไม่ใช่คนหื่นแบบนั้นนะ

ตอนที่ 10 ฉันไม่ใช่คนหื่นแบบนั้นนะ

“ครับบอส”

ดนัยหันไปมองหน้าของคุณหมอภูวินทร์ เขายังคงโกรธ แม้ว่าจะสั่งการมาแล้ว ครั้งนี้แก้มใสเห็นทีคงหมดอนาคตจริง ๆ เมื่อเธอกล้าท้าทายคนอย่างภูวินทร์

สามวันต่อมา / มหาวิทยาลัย / คณะบริหาร

“โอ้โห รู้ว่าหมั้นแล้ว แต่นี่ถึงกับไม่ยอมถอดแหวนหมั้นเลยเหรอคุณนายศินีนารถ น่าอิจฉาชะมัดเลย”

“แต่ฉันยังจำภาพที่แกกล้าตบหน้า คุณหมอสุดหล่อหน้าโหดนั่นได้อยู่เลยนะ ฉันนี่ยังกลัวแทนแกเลย ว่าเขาจะลุกขึ้นมาโวยวาย ที่ไหนได้เขากลับไม่โกรธ แล้วยังยอมหมั้นแต่โดยดี แบบนี้สิดี ทำให้กลัวก่อนจะได้ไม่กล้าหือ”

“ถูกต้องเลย เห็นด้วยกับแพร จริงสิว่าแต่แกเถอะ จะย้ายเข้าไปที่คอนโดเมื่อไหร่ละ แล้วพ่อแม่แกบินไปญี่ปุ่นแล้วเหรอ”

“อืม ไปแล้ว เมื่อเช้าพึ่งไปส่งก่อนจะมามหาวิทยาลัย ส่วนเรื่องย้ายเข้า คงเป็นวันเสาร์นี้แหละ”

“ว้าว… ได้อยู่กับคู่หมั้นสุดหล่อ ทั้งหล่อดุ เซ็กซี่หุ่นดีเว่อร์แบบนั้น นี่ไอ้เฟรย์ แกคงไม่ถึงกับทนไม่ไหว ปล้ำเขาซะเองล่ะ”

“ไอ้บ้าอุ้ม แกคิดอะไรแบบนั้น ฉันไม่ใช่คนหื่นแบบนั้นสักหน่อย”

“แต่เขาดูเชื่อฟังแกดีมากเลยนะ โดนไปตบเดียวถึงกับอยู่ในโอวาทแบบนี้เลยเหรอ”

“ไม่ใช่หรอก พวกแกคงคิดไปเองแล้ว”

“ไม่หรอก ฉันจำได้นะ สีหน้าแล้วก็แววตาของเขาตอนที่เดินมารับแก กับตอนที่โดนแกตบดับมั่นไปนั่นน่ะ เปลี่ยนไปอย่างกับคนละคนเลย”

“งั้นเหรอ ก็คง… งั้นละมั้ง”

“ตายแล้วทำไมเอาแต่ยิ้มแบบนี้ล่ะ อย่าบอกนะว่าเป็นคนคลั่งรักไปแล้วน่ะ ว้าย…”

“พอได้แล้วน่า ไปเรียนกันเถอะ”

เฟรย์ยิ้มอย่างอาย ๆ และรีบเดินขึ้นตึกเพื่อไปเรียน จะได้หนีพ้นเพื่อน ๆ ที่เอาแต่แซวเธอไม่หยุด เพราะเห็นเธอมองแต่แหวนหมั้นของตัวเอง ซึ่งหมอภูมิเอามาเปลี่ยนให้เมื่อเช้า ตอนที่ไปส่งพ่อแม่เธอบินไปญี่ปุ่น

สนามบิน / ก่อนหน้านี้

“น้าฝากดูแลน้องด้วยนะคะหมอภูมิ ถ้ามีอะไรก็ตักเตือนน้องได้เลย”

“คุณน้าทับทิมไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลเฟรย์ให้เอง เดินทางปลอดภัยนะครับ”

“อาก็ฝากน้องด้วยนะ ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็ติดต่ออาได้เลย”

“ครับคุณอาพิรัตน์ ไม่ต้องห่วงนะครับ คุณแม่ผมกำชับมาอย่างดีแล้วว่า ให้ดูแลเฟรย์ให้ดี เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ”

เมื่อพ่อแม่ของเธอขึ้นเครื่องไปแล้ว ภูวินทร์จึงเดินเข้ามาหาเธอ

“เป็นอะไรไป คิดถึงพ่อแม่แล้วเหรอ ปกติเห็นบอกว่า คุณเองก็อยู่ที่กรุงเทพ ไม่ค่อยได้กลับไปที่เชียงใหม่ไม่ใช่เหรอ”

“ค่ะ แต่ครั้งนี้ไปต่างประเทศเลยนะคะ ฉันอยู่ที่นี่คนเดียว ก็เลยรู้สึกเหงานิดหน่อยน่ะค่ะ”

สายตาของเธอเหมือนจะเหงาจริง ๆ เหมือนกับลูกแมวถูกทิ้ง ทำให้ภูวินทร์ถึงกับรู้สึกหวิว ๆ ที่หัวใจ แต่เขาก็ยังพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ กับเธอ

“ไปกันเถอะ ยังมีเรียนอีกไม่ใช่เหรอ”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาส่ง ลืมไปเลยว่าคุณหมอต้องรีบไปทำงาน”

“รีบไปเถอะเดี๋ยวจะไปเรียนสาย”

เธอเดินตามเขามาที่รถ เมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จแล้ว ก่อนจะขับรถออกจากสนามบิน ภูวินทร์ก็หันมาคุยกับเธอ

“ยื่นมือมาสิ”

“คะ? ยื่นมือทำไมคะ”

เธอถามเขาเพราะแปลกใจ ที่ภูวินทร์พูดแบบนั้น

“ผมเอาแหวนหมั้นของจริงมาเปลี่ยนให้คุณ แหวนวงนั้นเป็นแค่ของที่คุณแม่หามาแก้ขัด ไม่ใช่แหวนหมั้นจริง ๆ”

“แหวนเหรอคะ แต่ว่าวันนี้…”

เขาเห็นเธอไม่ได้สวมแหวน แต่แหวนที่เธอสวมให้ ยังอยู่ที่นิ้วของเขาอย่างดี เฟรย์อดดีใจไม่ได้ เมื่อภูวินทร์สวมแหวนให้เธออีกครั้ง

“นี่เป็นแหวนเพชรที่ผมกับแม่ไปเลือกด้วยกัน แต่ถ้าไม่ชอบจริง ๆ วันหลังผมจะพาไปเลือกใหม่”

“ชอบค่ะ ขอบคุณนะคะ”

เขารู้สึกใจเต้นเล็กน้อย เมื่อเธอบอกว่า ชอบ แม้ว่าจะพูดถึงแหวนหมั้น แต่ไม่ใช่เขาก็ตาม แต่รอยยิ้มที่ดีใจของเธอ แทนสีหน้าเหงาก่อนหน้านี้ ก็ทำให้เขาสบายใจขึ้น และวันนี้เขาก็ขับรถมาส่งเธอที่มหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง

“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”

“รีบไปเรียนเถอะ มีอะไรก็โทรมานะ”

เธอยิ้มและลงจากรถเขาไปแล้ว แต่ภูวินทร์ก็ยังไม่ออกรถ เมื่อมือถือเขามีสายเรียกเข้าจากดนัย เขาจึงจอดรถและมองดูเฟรย์ เดินเข้าไปที่ตึกคณะบริหาร ก่อนจะกดรับสาย

“ว่าไงดนัย”

“ผมส่งคนไปทำตามที่บอสบอกแล้วนะครับ”

“อืม... งั้นฉันจะรออยู่โรงพยาบาล คิดว่าเดี๋ยวเธอคงจะโทรมา นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่ฉันจะคุยกับเธอ”

“ครับบอส”

ภูวินทร์ตัดสายไปทันที และรีบขับรถกลับไปที่โรงพยาบาล ดนัยที่วางสายไปถึงกับถอนหายใจยาว ๆ ออกมา และหันสั่งการลูกน้องที่เหลือ ให้ไปจัดการตามที่สั่ง

“จัดการได้เลย ทำให้เงียบที่สุดล่ะ”

“ครับ”

“เฮ้อ…ครั้งนี้ทำตัวเองแท้ ๆ เลยคุณแก้มใส จากที่จะได้ใช้ชีวิตดี ๆ อยู่เมืองนอกกับเงินก้อนใหญ่ กลับไปหาเรื่องตัดอนาคตตัวเองแบบนี้ น่าเสียดายแทนจริง ๆ คุณเล่นผิดคนซะแล้ว"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป