บทที่ 12 ตอนที่ 12 นี่มันกลิ่นอะไรกัน!
ตอนที่ 12 นี่มันกลิ่นอะไรกัน!
เสียงตบตียังดังเกือบครึ่งชั่วโมง จนพวกเธอหมดแรง จึงทยอยเดินกลับออกมาทีละคน ซึ่งแต่ละคนมีรถไปส่งที่รออยู่ข้างล่าง
“พวกคุณรู้ข้อตกลงของบอสดี”
“ฉันรู้แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ใช่อีบ้าในห้องนั้นสักหน่อย รู้ดีว่าเล่นกับใครอยู่ ขอบใจที่ให้มาแก้แค้นนะ ไปก่อนล่ะ”
บอร์ดี้การ์ดส่งคนที่เหลือกลับไป พวกเธอตกลงไปแล้วว่าจากนี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับภูวินทร์อีก เพราะแต่ละคนได้บทเรียนราคาแสนแพง บางคนถึงกับอยู่เมืองไทยไม่ได้ และบางคนก็หมดหนทางทำอาชีพ เพราะถูกขึ้นแบล็กลิสต์จากบริษัทใหญ่ จึงไม่มีใครกล้าก่อเรื่องอีก เมื่อส่งทุกคนออกไปหมดแล้ว พวกเขาก็เดินกลับขึ้นไปบนห้องของแก้มใส สภาพของเธอถูกตีจนแทบจะจำใบหน้าเดิมไม่ได้
“เอาตัวเธอไปไว้ข้างใน แล้วขนของทั้งหมดออกมา”
“ครับ”
สองวันต่อมา / โรงพยาบาล
หมอภูมิออกมาจากห้องผ่าตัดช่วงบ่าย หลังจากที่เขาต้องอยู่ในนั้นเกือบ 8 ชั่วโมง เมื่อเขาก็เดินกลับเข้ามาในห้องพักส่วนตัว และเดินเข้ามาในห้อง ก็เริ่มได้กลิ่นแปลก ๆ ในห้อง จึงรีบหันไปมองรอบ ๆ
“นี่มันกลิ่นอะไรกัน!”
“เอ่อ...กลิ่นนี้มัน...”
หมอวัตรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที เมื่อรู้ว่าในห้องนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอาหาร เพราะทุกคนรู้ดีว่า ภูวินทร์เกลียดห้องทำงานที่มีกลิ่นอาหารมากที่สุด เมื่อทั้งสองกำลังเดินหาที่มา ตัวต้นเหตุของกลิ่นก็เดินมาพอดี
“คุณหมอกลับมาแล้วเหรอคะ วันนี้เฟรย์เลิกเรียนเร็ว ก็เลยแวะเอาข้าวกล่องมาส่ง เห็นคุณป้าจิตราบอกว่า คุณหมอทานข้าวไม่ค่อยเป็นเวลาค่ะ”
หมอภูมิถึงกับตกใจ เมื่อเห็นเฟรย์เดินมาพร้อมกับกล่องอาหาร ที่เธอพึ่งเอาออกมาจากไมโครเวฟ ซึ่งทำเอาเพื่อนหมออย่างชุติวัตถึงกับอึ้ง ที่เฟรย์กล้าเอาอาหารมาอุ่น ในห้องทำงานส่วนตัวของหมอภูวินทร์
ปึง!
เสียงแฟ้มที่อยู่ในมือ ฟาดลงบนโต๊ะทำงานของเขาทันที แต่เฟรย์ที่ไม่ทันได้สังเกต เพราะมัวแต่เตรียมอาหารอยู่ จึงไม่ทันเห็นสีหน้าโกรธจัดของหมอภูมิ แต่หมอวัตถึงกับแอบกลืนน้ำลาย และรีบเดินเข้าไปกระซิบเบา ๆ
“นายใจเย็น ๆ ก่อนนะหมอภูมิ เธอพึ่งจะเคยมาที่นี่แป็นครั้งแรก อาจจะยังไม่รู้ก็ได้ เรื่องที่นาย เอ่อ...”
“นายออกไปก่อน เรื่องนี้ฉันจัดการเอง”
“ก็ได้”
เฟรย์หันมายิ้มให้กับหมอวัตเพื่อทักทาย โดยที่ยังไม่รู้ถึงชะตากรรมของตัวเอง เขารีบเดินออกไปจากห้องทันที เฟรย์หันมายิ้มและถามหมอภูมิทันที
“เห็นว่าคุณหมออยู่ในห้องผ่าตัดตั้งแต่เช้า หิวหรือยังคะ เฟรย์พึ่งจะอุ่นอาหารมาใหม่ ๆ จะกินก่อนมั้ยคะ”
“ใครให้เธอเข้ามาในห้องนี้ ใครอนุญาต”
เมื่อถูกถามด้วยน้ำเสียงดุดัน เฟรย์ก็เริ่มตกใจ รอยยิ้มบนใบหน้าก็เริ่มเจื่อนลงทันที
“คุณป้าจิตราบอกว่า คุณหมออยู่ในห้องผ่าตัดทั้งวัน เฟรย์ก็เลย…"
“ใครใช้ให้เธอวุ่นวายกับชีวิตคนอื่นแบบนี้ ไม่รู้เหรอว่าที่นี่ที่ไหน นี่ไม่ใช่บ้านของเธอนะ!”
เขาโมโหจนควบคุมสติไม่ไหว เฟรย์ตกใจจนทำตัวไม่ถูก แต่เมื่อกำลังจะตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น และตามมาด้วยคุณหมอผู้หญิง ที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเอกสาร
“หมอภูมินายลืมเอกสารไว้ในห้องผ่าตัด เอ๊ะ! …นี่มันกลิ่นอาหารนี่นา ไหนว่านายไม่อนุญาตให้เอาอาหารมากินในนี้ไม่ใช่เหรอ ทำไมวันนี้ห้องถึงได้มีกลิ่นแบบนี้ล่ะ แล้วนี่เธอคือ….”
เฟรย์ตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่า หมอภูมิไม่อนุญาตให้ใครเอาอาหารเข้ามาในห้องนี้ เธอไม่เคยรู้มาก่อน และไม่ได้ถามจิตราเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ขอโทษนะคะพี่ภูมิ เฟรย์ไม่รู้ว่าพี่จะสั่งห้ามเอาไว้”
“ตายจริงห้องมีกลิ่นแบบนี้ คงทำงานไม่ไหวหรอกมั้ง นี่คงจะเป็นคู่หมั้นนายสินะ”
“เธอออกไปก่อนหมอชาร์ม”
“ก็ได้ ๆ แค่แวะเอาเอกสารมาให้น่ะ ไปก่อนละนะ”
"หมอชาร์ม" หมอในแผนกเดียวกับหมอภูมิ เดินออกไปจากห้องทันที ปล่อยให้เฟรย์ยืนตัวสั่น และมองไปที่อาหารของเธอ ที่พึ่งวางอยู่บนโต๊ะ
“ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ฉันไม่รู้ว่า…”
“รู้แล้วก็รีบเก็บออกไปสิ แล้วต่อไปก็ไม่ต้องเอาอะไรเข้ามาอีก ตัวเธอก็กลับไปด้วย”
เขาพยายามเต็มที่ ที่จะไม่โมโหเธอ จนสาดอาหารของเธอทิ้งต่อหน้า คนตัวเล็กยืนห่อไหล่สำนึกผิดตรงหน้าเขา ตัวสั่นเหมือนลูกแมวถูกตะคอก เธอก้มหน้า รีบเก็บกล่องอาหารกลับไปใส่กล่องอย่างรวดเร็ว และรีบก้มหน้าขอโทษเขาอีกครั้ง
“ขอโทษนะคะ เฟรย์ไม่ทราบจริง ๆ ว่าห้ามเอาอาหารมาในห้องนี้ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”
เธอรีบเดินออกไปทันที แม้ว่าตัวเธอจะออกไปแล้ว แต่กลิ่นอาหารของเธอยังอบอวลอยู่ในห้อง นั่นทำให้ความโมโหของภูวินทร์ยิ่งเดือดดาลมากขึ้นไปอีก
“โธ่เว้ย! จุ้นจ้านชะมัด!”
เฟรย์รีบเดินออกมา และทิ้งกล่องอาหารที่เธอทำเองทิ้งที่ถังขยะ ทั้งกลัวและเสียใจ ที่ถูกเขาตะคอกออกมา ไม่คิดเลยว่าความใส่ใจของเธอ จะกลายเป็นสิ่งต้องห้ามของเขา ที่จริงเธอไม่รู้เรื่องอะไรของเขาเลย
“ฉันจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว ฮึก!”
เฟรย์รีบกลับไปทันที โดยมีสายตาของใครคนหนึ่งมองจนเธอเดินไปที่ลิฟต์ เมื่อเธอเข้าไปแล้วก็ยิ้มออกมา
“แค่เรื่องที่เขาเกลียดกลิ่นอาหารในห้องทำงานก็ยังไม่รู้ ยังมีหน้ามาเป็นคู่หมั้นของเขาอีก ยัยเด็กเมื่อวานซืน คอยดูเถอะ… เธอเป็นคู่หมั้นของเขาได้อีกไม่นานนักหรอก”
“หมอชาร์ม! คุณมาทำอะไรที่นี่ อีกสิบนาทีมีประชุมนะ ยังไม่ไปอีกเหรอ”
