บทที่ 13 ตอนที่ 13 ข้อห้ามของภูวินทร์
ตอนที่ 13 ข้อห้ามของภูวินทร์
หมอชาร์มหันมา เมื่อได้ยินเสียงเรียกตามหลัง
“หมอวัต! ฉันก็แค่เดินไปเข้าห้องน้ำมา ในห้องประชุมนั่นเย็นจะตาย ไม่รู้ว่าวันนี้จะประชุมนานแค่ไหน เดี๋ยวปวดฉี่ก็ไม่กล้าขอลุกออกมาอีก ยิ่งอารมณ์หัวหน้าแผนกเหวี่ยง ๆ แบบนั้นด้วย ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า ไปกันเถอะ”
“เธอนี่จริง ๆ เลยนะ กลัวอะไรขนาดนั้น ว่าแต่ว่าหมอภูมิละ ยังไม่ออกมาอีกเหรอ”
“ไม่รู้สิ เคลียร์เรื่องกลิ่นในห้องอยู่มั้ง อ้าวพยาบาลขวัญ คุณมายืนทำอะไรที่นี่เหรอคะ”
หมอชาร์มหันมาถาม เมื่อเห็นว่าพยาบาลขวัญ ยืนมองที่หน้าแผนกโดยไม่พูดอะไร ระหว่างที่เธอกับหมอวัต กำลังเดินไปที่ห้องประชุม
“คือฉันมาเอาเอกสารน่ะค่ะ กำลังจะเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์”
“อ้อ งั้นเราก็ไปกันเถอะหมอวัต จริงสิฉันลืมซื้อกาแฟ นายไปซื้อเป็นเพื่อนหน่อยสิ"
“อะไรอีกล่ะเนี่ย ไหนบอกว่ากลัวปวดฉี่ไง ยังจะดื่มกาแฟอีก”
“ไม่งั้นฉันง่วงแน่ ไปเถอะน่าเร็ว ๆ เข้า ฉันเลี้ยงก็ได้”
“ก็ได้ ๆ แค่กาแฟหมอภูมิไม่ว่าหรอก เฮ้อ… หวังว่าคงจะไม่ด่าจนคู่หมั้นของเขา กลัวจนหนีเตลิดไปหรอกนะ น้องเฟรย์นี่โชคร้ายจริง ๆ ไม่มีใครบอกเลยเหรอว่า หมอภูมิเกลียดที่สุดคือกลิ่นอาหารในห้องทำงานของเขาน่ะ”
หมอชาร์มแค่ยักไหล่ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร เธอกับหมอวัตเดินไปที่ลิฟต์เพื่อไปซื้อกาแฟ ก่อนจะเข้าประชุมหวอดของแผนก ส่วนภูวินทร์นั้น กำลังใช้สเปรย์ดับกลิ่นและฆ่าเชื้อโรคฉีดทั่วห้อง และเรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดให้อย่างเร่งด่วนที่สุด
“เปิดช่องลมระบายอากาศออกไป ทำยังไงก็ได้ ให้กลิ่นพวกนี้ออกไปให้เร็วที่สุด ผมไปประชุมก่อนล่ะ”
“ค่ะคุณหมอ”
เมื่อหมอภูมิเดินออกมาจากห้อง เพื่อที่จะไปห้องประชุมเล็กในแผนก เมื่อเขาเดินผ่านหน้าเคาน์เตอร์ไป ด้วยสีหน้าที่ดูหงุดหงิดสุด ๆ จนไม่มีใครกล้าทักทายและมองหน้า
“ให้ตายเถอะ เมื่อกี้ฉันเกือบจะหยุดหายใจแน่ะ ใครกันนะที่ปล่อยให้คุณคู่หมั้นของคุณหมอเอาของกินไปอุ่นในห้องทำงานอขงเขา เธอคงไม่รู้ว่า ห้ามเอาของกินเข้าไปในห้องคุณหมอภูวินทร์”
“ไม่รู้สิ ตอนนั้นฉันก็ไม่ได้อยู่ที่เคาน์เตอร์ ไปเอาของที่ห้องยาให้คนไข้เตียงเก้าน่ะ นี่เธอเห็นหรือเปล่าขวัญ ตอนที่คู่หมั้นคุณหมอเอาอาหารเข้าไปในห้องนั้นน่ะ”
เพื่อนพยาบาล หันมาถามพยาบาลขวัญ ที่กำลังจัดเรียงเอกสารที่เคาน์เตอร์อยู่ เธอแค่หันมาตอบ ด้วยสีหน้าที่เบื่อเล็กน้อย
“ฉันพึ่งจะมาเข้าเวร จะไปรู้ได้ยังไง ทำเรื่องเอง โดนด่าเองจะไปดทษใครได้ล่ะ ฉันไปประชุมก่อนล่ะนะ”
“ขวัญ” ตอบคำถามเพื่อนพยาบาลเสร็จ ก็รีบเดินตามคุณหมอภูมิไปทันที ทำให้เพื่อนพยาบาลด้วยกันถึงกับรู้สึกหมั่นไส้ จนอดพูดลับหลังไม่ได้
“นี่อย่าบอกนะว่า แม่นั่นยังหวังว่าคุณหมอจะหันมามองเธออีกน่ะ”
“เห็นว่าตัวเองเป็นลูกสาวของเพื่อนท่านประธาน แล้วใช้เส้นเพื่อจะมาอยู่แผนกนี้ ก็เพราะคุณหมอภูวินทร์ แต่พอรู้ว่าเขาจะหมั้นกับคนอื่น แม่นี่ก็พักงานไปครึ่งเดือน ตอนแรกฉันก็นึกว่าเธอจะลาออกซะแล้ว ไม่คิดว่าจะกลับมาอีก คู่หมั้นคุณหมอมาตอนที่เธอเฝ้าเคาน์เตอร์อยู่ จะมาบอกว่าไม่รู้เรื่องได้เหรอ แปลกคนจริง ๆ”
“ช่างเถอะอย่าไปยุ่งกับเธอเลย ในเมื่อเธอบอกไม่รู้ก็คือไม่รู้นั่นแหละ ไปทำงานต่อเถอะ”
พยาบาลขวัญ หรือ ธิวาพร เดินตามภูวินทร์มาที่ห้องประชุม เธอเป็นคนที่ยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ตอนที่เฟรย์มาถึงก่อนหน้านั้น
หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านั้น
เธอมองเห็นแล้วว่าเฟรย์เดินมาที่แผนก แต่ก็แสร้งทำเป็นไม่เห็น ตอนนี้ทั้งเคาน์เตอร์ เหลือแค่ขวัญคนเดียว เฟรย์จึงเดินเข้ามา
“ขอโทษนะคะ คือว่าฉันมาฝากของให้คุณหมอภูวินทร์ค่ะ”
เมื่อเธอเห็นว่าเฟรย์เดินมาพร้อมกล่องอาหาร ขวัญก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย และบอกเธอไป
“ห้องของคุณหมออยู่ด้านในริมสุดซ้ายมือค่ะ คุณเอาไปไว้ในห้องได้เลยค่ะ เดี๋ยวคุณหมอก็กลับมาแล้ว”
“เอ่อ… แต่ว่านี่เป็นกล่องข้าว ค่อนข้างมีกลิ่น ฉันกลัวว่ากลิ่นจะรบกวน คิดว่าเอาฝากไว้ที่นี่ก่อนดีกว่า จะรบกวนมากเกินไปมั้ยคะ ถ้าจะฝากให้คุณหมอที่นี่ แล้วเดี๋ยวฉันจะโทรบอกให้เขามารับเอง"
ขวัญหันมามองหน้าเธอ และเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจใส่เธอ แต่ก็พยายามใช้น้ำเสียงปกติตอบกลับไป
“ที่นี่เป็นเคาน์เตอร์พยาบาลนะคะ ทุกคนมีงานต้องทำ ไม่ใช่ที่รับฝากของค่ะ ต้องขอทาด้วยนะคะคุณผู้หญิง”
เฟรย์ยิ้มหน้าเจื่อนลงไปทันที เมื่อถูกขวัญปฏิเสธ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจ
“ขอโทษด้วยค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันจะเอาไปไว้ที่ห้องของเขาเอง”
“เชิญค่ะ อีกครึ่งชั่วโมงคุณหมอก็ออกมาจากห้องผ่าตัดแล้ว”
“ขอบคุณค่ะ”
เฟรย์ยิ้มให้เธอ และเดินไปที่ห้องพักส่วนตัวของหมอภูมิ เธอนั่งอยู่ในนั้นสักพัก และเมื่อได้ยินว่าเขาจะออกมาจากห้อง จึงหวังดีอุ่นอาหารให้เขา ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ ขวัญคาดการณ์เอาไว้หมดแล้ว
“ในเมื่อโง่เองก็ช่วยไม่ได้ ฉันบอกแค่ให้ไปรอในห้อง ไม่ได้บอกให้เธออุ่นอาหารในนั้นสักหน่อย”
