บทที่ 2 ตอนที่ 2 อย่าคิดว่าจะจบง่าย ๆ

ตอนที่ 2 อย่าคิดว่าจะจบง่าย ๆ

“แต่ว่าคุณหมอคะ แก้มขาดคุณไม่ได้ คุณไม่ทิ้งแก้มได้มั้ย แก้มสัญญาว่าจะไม่ไปยุ่งกับคนของคุณ จะอยู่ในที่ของตัวเอง นะคะคุณหมอภูวินทร์ คุณบอกว่าแก้มรู้ใจคุณที่สุด ไม่ใช่เหรอคะ”

แก้มใสยังพยายามยั่วยวนเขา เพื่อรั้งคุณหมอหนุ่มอนาคตไกลอย่างภูวินทร์ ต่อให้เธอต้องใช้มารยารูปแบบไหน แก้มใสก็ยอมแลกทั้งนั้น เพราะสิ่งที่เธอหวัง ไม่ใช่แค่เด็กเลี้ยงแก้เหงาของเขา แต่เป็นตำแหน่งคุณนายมหาเศรษฐี เจ้าของโรงพยาบาล ที่ร่ำรวยติดอันดับต้น ๆ ของประเทศต่างหากล่ะ

“หมอภูมิคะ จะไม่ลองทบทวนดูอีกทีเหรอคะ”

เธอพูดพลางลูบไล้เข้าไปยังหน้าอกด้านในเสื้อตัวในของเขาอย่างคุ้นเคย หมอภูมิหลับตาเคลิ้มและจับมือของเธอเอาไว้

หมับ!

“โอ๊ย! หมอคะแก้มเจ็บนะคะ”

พรึบ!

เขาดันเธอกลับไปที่เตียงอย่างแรง 

“รีบแต่งตัวแล้วออกไปซะ ทุกอย่างเราคุยกันไปหมดแล้ว สองปีมานี้ผมว่าตอบแทนคุณมามากพอแล้วนะแก้มใส เราตกลงกันแล้ว ผมเลี้ยงดูคุณจนเรียนจบ จากนี้ไปเงินสามล้านกับสิ่งที่ผมให้คุณ น่าจะพอที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตต่อไปได้แล้ว ลาก่อน”

“หมอคะ!”

ภูวินทร์เดินออกมาจากห้อง และไม่หันไปมองเธออีก เขาไม่ได้ใจอ่อน เพราะเขากับเธอมีแค่ข้อตกลงร่วมกัน และเซ็กซ์ที่เอาไว้ระบายความใคร่ นอกเหนือจากนั้น มีแค่แก้มใสที่คิดเอาเองว่าภูวินทร์จะติดใจเธอ แต่ในใจของหมอหนุ่มคนนี้ เย็นชากว่าที่ใคร ๆ คิด เขาไม่เคยรักผู้หญิงคนไหน ถ้าใครตามใจ ก็จะได้สิ่งที่ต้องการ แต่ถ้าขัดใจเพียงนิดเดียว ก็อย่าได้หวังจะได้เข้าใกล้เขาอีกเป็นครั้งที่สอง

“อย่าคิดว่าฉันจะยอมจบง่าย ๆ ต่อให้ไม่ถึงมือฉัน งานหมั้นนี้ก็ไม่มีทางผ่านไปได้ด้วยดีหรอก คอยดูก็แล้วกัน!”

แก้มใสสบถออกมาอย่างเหลืออด พร้อมกับรอยยิ้มเย็นบนใบหน้าสวยเซ็กซี่ เธอเดินไปยกไวน์แดงที่เหลือมาดื่มจนหมด ส่วนว่าที่เจ้าบ่าว ที่พึ่งเดินออกมาจากห้อง ก็หันไปสั่งคนที่เฝ้าหน้าประตู

“จัดการเธอด้วย อย่าให้ลงไปก่อเรื่องวุ่นวายข้างล่างได้”

""ครับบอส""

นอกจากจะเป็นศัลยแพทย์หนุ่มฝีมือดี ว่าที่รองศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ทางศัลยแพทย์สมองและระบบประสาท เขายังถือเป็นมาเฟีย หนุ่มที่มีอิทธิพลสูงในโลกธุรกิจ เพราะภูวินทร์เชี่ยวชาญทั้งการแพทย์ การบริหารและเป็นนักลงทุนมือทอง ถือเป็นนักธุรกิจอัจฉริยะ ที่ประสบความสำเร็จตอนอายุยังน้อย

งานหมั้น

แขกเริ่มทยอยเข้ามาในงานกันแล้ว สื่อมวลชนเริ่มหันไปถามกันเอง เพราะตั้งแต่เดินเข้ามาในงาน พวกเขายังไม่เห็นเงาของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเลย จนกระทั่งว่าที่เจ้าบ่าวอย่าง “ภูวินทร์” เดินเข้ามาในงานเลี้ยง พร้อมกับบอร์ดี้การ์ดนับสิบคน ท่ามกลางเสียงกดรัวชัตเตอร์ของสื่อมวลชน และความโล่งใจของญาติผู้ใหญ่ .

“โน่นไงล่ะ ลูกชายตัวดีของคุณมาโน่นแล้ว”

“เฮ้อ…ให้ลุ้นซะตั้งนาน รีบไปบอกให้หนู เฟรย์ เตรียมตัวกันเถอะค่ะคุณทับทิม”

“ค่ะ”

ตอนนี้ขบวนเจ้าบ่าว เริ่มตั้งเป็นขบวนขันหมาก ตามประเพณี และเริ่มแห่เพื่อเข้าไปรับเจ้าสาวที่ห้อง เจ้าบ่าวที่ถือช่อดอกไม้ เดินไปด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มที่ยินดี ซึ่งผิดกับเจ้าบ่าวทั่วไป จนกระทั่งเพื่อนหมอด้วยกันอย่างหมอ ชุติวัต ต้องกระทุ้งสีข้างให้รู้ตัว

“หมอภูมิ วันนี้นายเป็นเจ้าบ่าวนะ ช่วยยิ้มสักหน่อยสิ นี่ต่อหน้าสื่อมวลชนเลยนะ”

“ยิ้มทำไม ฉันเป็นศัลยแพทย์ไม่ใช่คนบ้า ก็แค่งานหมั้น มีอะไรน่าตื่นเต้นกันล่ะ”

“เฮ้อ…ก็เป็นซะอย่างนี้”

ในงานหมั้น แทบจะไม่มีลูกเล่นอะไรที่น่าตื่นเต้นเลย พิธีกั้นประตู ไม่มีการท้าทาย หรือให้เจ้าบ่าวทำอะไรแปลก ๆ เพราะแต่ละประตูก็ไม่กล้าจะเล่นด้วย เมื่อเห็นสีหน้าขึงขัง และดุเข้มของเจ้าบ่าว

“ให้ตายสิไอ้แพร เขาโคตรหล่อเลย ถ้าจะยิ้มอีกนิดจะดีมากเลย นี่แกว่าถ้าเขามาถึงด่านเรา จะให้เขาทำอะไรดีล่ะ”

“แกกล้าให้เขาทำเหรอ แกดูสองประตูก่อนหน้านั้นสิ รับซองและเดินก้มหน้าเปิดประตูเลย มีใครกล้าที่ไหน”

“ไม่เล่นสักหน่อยเหรอ ก็ได้ ๆ เอาไว้ให้รู้จักกันมากกว่านี้ก่อนละกัน”

“ถึงรู้จัก ฉันก็ไม่กล้า”

ทั้งสองคนเป็นประตูด่านสุดท้าย ก่อนจะเข้าไปรับตัวเจ้าสาว เมื่อเจ้าบ่าวเดินมาถึง คนที่บอกว่าอยากจะท้าทายเจ้าบ่าว กลับเป็นคนที่พูดไม่ออกคนแรก เพียงแค่เห็นสายตาดุดันของเจ้าบ่าว ก็รีบเม้มปาก รับแต่ซองพอเป็นพิธี และปล่อยสร้อยทองที่ถือเอาไว้ทันที

“เชิญค่ะ”

“ขอบคุณ”

ภูวินทร์เดินเข้าไปในห้อง วันนี้เป็นวันแรกที่เขาจะได้เห็นหน้าเจ้าสาวของเขา เธอสวมชุดไทยสีเข้ากับสูทสีงาช้างของเขา และเมื่อเดินเข้าไป ก็ต้องนิ่งไปทันที เพราะใบหน้าหมดจด ดวงตากลมโต คิ้วคมเข้มริมฝีปากรูปกระจับ สีหน้าดื้อดึงนั่น สะกดเขาทันทีที่เห็นตั้งแต่ครั้งแรก

“อุ๊ยตายแล้ว! นี่ หมอภูมิ มัวรออะไรอยู่ ไปรับน้องสิลูก”

“ครับแม่”

กลายเป็นเจ้าบ่าว ที่รู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจเต้นแรง เขาไม่เคยเห็นหน้าของคู่หมั้นมาก่อน เพราะเอาแต่เลี่ยงมาโดยตลอด แม้แต่รูปที่จะถ่ายพรีเวดดิ้งก็ไม่ยอมถ่าย อ้างว่างานยุ่ง สุดท้ายในงานหมั้นก็ไม่มีรูปบ่าวสาว ซึ่งคุณจิตตราให้คำตอบว่า เพื่อเป็นการเปิดตัวทายาทของสองตระกูล จึงไม่อยากให้มีรูปนั่นเอง

“ผมมารับแล้ว เชิญครับ”

เขายื่นช่อดอกไม้ไปให้เจ้าสาว เมื่อเธอกำลังจะรับ เสียงตะโกนก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

“แย่แล้วครับ มีคนจะกระโดดชั้นดาดฟ้าโรงแรม บอกว่าถ้าวันนี้คุณหมอจะหมั้นกับคนอื่น เธอจะกระโดดตึกฆ่าตัวตายครับ!”

“อะไรนะ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป