บทที่ 8 ตอนที่ 8 เหนื่อยกว่าผ่าตัดสมองซะอีก
ตอนที่ 8 เหนื่อยกว่าผ่าตัดสมองซะอีก
ทั้งโต๊ะหันมามองหน้าเขาทันที จนพิรัตน์ พ่อของเฟรย์ถามขึ้นมา
“มีอะไรเหรอหมอภูมิ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณพิรัตน์ ตาภูมิก็แค่ตกใจน่ะค่ะที่ฉันบอกว่า จะให้หนูเฟรย์ไปฝึกงานที่แผนกของเขา”
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นอาก็ฝากน้องด้วยนะ มีอะไรจะแนะนำก็บอกเฟรย์ได้เลย”
“ครับคุณอา จริงสิครับแม่ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ”
หมอภูมิก็ขอตัวลุกขึ้นมาจากโต๊ะ และเดินไปหาดนัยทันที
“คุณหมอครับ”
“ไปตรวจในสัญญาดูหน่อยสิว่า ฉันจะต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่คอนโดกับเธอด้วยจริงเหรอ”
“ดูเหมือนว่าจะมีข้อนี้อยู่จริง ๆ แต่อยู่ท้าย ๆ สัญญาคุณหมอไม่ได้อ่านเหรอครับ”
“อะไรนะ ท้าย ๆ งั้นเหรอ! คุณแม่รู้ว่าฉันไม่อยากอ่านจนหมด ก็เลยจงใจเขียนเอาไว้แบบนั้นสินะ มิน่าล่ะ”
“ตอนนี้หุ้นที่ถูกเทขายไป เริ่มทยอยซื้อคืนกลับมาแล้วครับ และยังมีกลุ่มนักลงทุนใหม่ เข้ามาซื้อเพิ่ม ตอนนี้ราคาหุ้นของบริษัท มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบ 15% เลยครับ”
“ดีมาก คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้”
“น่าจะเป็นตอนที่เราประโคมข่าวเรื่องงานหมั้นออกไป ทำให้นักลงทุนต่างสนใจที่จะเข้ามาซื้อหุ้น ตอนนี้ถือว่าหุ้นของเรา เป็นที่น่าจับตามองและน่าลงทุนติดอันดับต้น ๆ เลยครับ”
“อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่เสียแรงเปล่า จริงสิ แล้วเรื่องที่ให้ไปสืบล่ะ”
ดนัยหันมากระซิบบอกเขา ทุกอย่างอยู่ในสายตาของเฟรย์ แต่เธอไม่พูดออกมาเท่านั้นเอง เมื่อเธอตรวจสอบดูตารางหุ้นก็เห็นว่า หุ้นของสองบริษัท ถูกกว้านซื้อกลับมา และมีมูลค่าสูงมากกว่าเดิมหลายเท่า
“นี่มัน… แค่เรื่องการหมั้นจริง ๆ เหรอเนี่ย เขารู้ได้ยังไงว่าจะมีนักลงทุนรอคอยข่าวนี้ เก่งเกินไปแล้ว”
“มีอะไรเหรอเฟรย์ อีกสองวันแม่กับพ่อจะบินไปญี่ปุ่นแล้ว แม่ยังห่วงว่าหนูอยู่คนเดียวแบบนี้…”
“ไม่เป็นไรค่ะแม่ พี่เฟิร์นเลือกจะคลอดที่ญี่ปุ่น ก็ไม่ไกลเมืองไทยมาก แม่ดูแลพี่เฟิร์นกับหลานให้ดี ๆ เอาไว้แข็งแรงแล้วค่อยกลับมาก็ได้ค่ะ”
“จ้ะ พ่อจะกลับมาก่อนเพื่อมาดูแลงาน แค่ไปส่งแม่เท่านั้น ถ้ามีอะไรก็บอกพ่อนะ”
“ค่ะแม่”
หลังจากงานหมั้นที่วุ่นวายจบลง ภูวินทร์ได้แต่ถอนหายใจยาว ๆ หลังจากจบงานหมั้นในวันนี้ เขาให้ดนัยเป็นคนขับรถ พาเขากลับไปที่คอนโด
“เฮ้อ... กว่าจะจบลงได้ เหนื่อยกว่าเข้าห้องผ่าตัดซะอีก”
เมื่อนั่งอยู่ในรถ ก็เริ่มคิดถึงเรื่องก่อนที่จะมาถึงวันนี้ เขาไม่ได้อยากจะหมั้น แต่เมื่อนึกถึงหน้าของศินีนารถในวันนี้ เขากลับยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ก็ถือว่าเป็นคนสวยและมีเสน่ห์ คุ้มค่ากับสัญญาที่เซ็นไป”
ก่อนหน้านี้ / โรงพยาบาลเอกชน / ห้องท่านประธาน
“พ่อว่ายังไงนะครับ ตอนแรกบอกว่าจะให้แต่งกับคนพี่ ตอนนี้เธอท้องและหนีไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่นแล้ว ทำไมผมยังต้องไปแต่งกับคนน้องอีกล่ะ แล้วเธอก็ยัง… เด็กกว่าผมตั้งแปดปี”
“เด็กกว่าแล้วยังไงล่ะ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่า แกทำอะไรถึงทำให้งานแต่งครั้งก่อนต้องล้มไม่เป็นท่า”
“ภูวินทร์” ศัลยแพทย์หนุ่มหน้าตาดี ลูกชายคนเดียวของท่านประธานบอร์ดบริหารโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ กัดกรามแน่นด้วยความไม่พอใจ เขาอุตส่าห์จัดการเสี้ยนหนามชีวิตอย่าง “ศิรินทิพย์” ไปแล้วแท้ ๆ คิดว่าจะรอด จากวิบากกรรมการคลุมถุงชนแบบโบราณนี้ไปได้ แต่ทว่า…
“เอาน่าหนูเฟรย์ ถึงจะเด็กกว่า แต่หน้าตาและนิสัยใจคอก็พอใช้ได้ น่าจะเรียนเก่งกว่าพี่สาวด้วยมั้ง เห็นว่าเรียนอยู่คณะบริหารธุรกิจระหว่างประเทศเชียวนะ"
“แล้วไงครับแม่ ยังไงเธอก็เด็กกว่าผมเกือบสิบปีเลยนะ”
“ใครใช้ให้แกไม่แต่งกับคนพี่ตั้งแต่แรกล่ะ ทั้งที่คนพี่อายุไล่เลี่ยกัน ถ้าแกไม่มัวแต่บ้างาน จนผู้หญิงทนรอไม่ไหว หนีไปกับผู้ชายคนอื่น มีเหรอที่แกจะต้องเปลี่ยนเจ้าสาว สมน้ำหน้าแกแล้ว”
“พ่อครับ!”
“ไม่ต้องมาเถียงฉัน!”
“คุณคะ พอได้แล้ว”
“บดินทร์” ท่านประธานใหญ่ของโรงพยาบาล หันมาขู่ลูกชาย
“ผมยังไม่อยากแต่งงาน จนกว่าจะได้ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ให้แน่นอนซะก่อน”
“ตำแหน่งนั่นแกได้อยู่แล้ว รอแค่เวลาเท่านั้นเอง”
“ผมยังอยากทำงานอยู่ ช่วงนี้งานที่โรงพยาบาลยุ่งมาก”
“ไอ้ภูมิ! ฉันขอบอกแกเป็นครั้งสุดท้าย ยังไงแกก็ต้องแต่งกับหนู “ศินีนารถ” ไม่อย่างนั้น… เรื่องงานวิจัยที่แกของบมา ก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก”
“พ่อครับ!”
“เอาน่า ๆ ภูมิ แม่ว่าลูกก็ตกลงไปเถอะ ใช่ว่าจะแต่งกับใครไม่รู้ซะหน่อย คุณอา พิรัตน์ กับคุณน้า ทับทิม ลูกก็คุ้นเคยดีนี่นา ส่วนเด็กสองคนนั่น…”
“หน้าตาเธอเป็นยังไง ผมก็ยังจำไม่ได้ อย่ามาเรียกว่าคุ้นเคยกันสิครับ ไม่ว่าจะคนพี่หรือคนน้อง ยังไงก็ไม่ต่างกัน”
“จิตรา” ได้แต่นั่งถอนหายใจ เมื่อลูกชายและสามีของเธอ ดื้อพอ ๆ กัน ที่จริงเธอรู้ดีว่าลูกชายเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ เขารักงานของตัวเองมาก และอยากบริหารโรงพยาบาล แต่ก็ติดที่เจ้าชู้ และมีผู้หญิงมาติดพันมากมาย เป็นผู้ชายไม้เลื้อย คุณจิตรา ไม่อยากได้สะใภ้ที่เข้ามาหวังผลประโยชน์จากลูกชาย จึงได้หาสะใภ้จากลูกสาวเพื่อนสนิท ซึ่งรู้จักและคุ้นเคยกันดี มาแต่งกับเขา
“คุณคะ”
จิตราหันไปมองผู้เป็นสามี บดินทร์จึงโยนเอกสารบางอย่างให้ลูกชาย ที่จริงพวกเขาไม่อยากคุยทุกอย่าง ผ่านเอกสารกับคนในครอบครัวเลย แต่ในเมื่อภูวินทร์ไม่ยอมแต่งท่าเดียว เขาจึงจำเป็นต้องใช้วิธีลัด
“ถ้าแกยอมตกลงเรื่องแต่งงาน หุ้นอีก 10% และตำแหน่งรองผู้อำนวยการ จะเป็นของแกทันที”
