บทที่ 1 ตอนที่ 1 กลิ่นฝน
ตอนที่ 1 กลิ่นฝน
ซ่า~~ ซ่า~~
“โอ๊ย!!! ทำไมต้องมาตกตอนนี้ด้วยเนี่ย ฟ้ากลั่นแกล้งกันชัดๆ เลย”
เสียงหวานใสของ ‘พีช พีชญา’ เด็กสาวปีหนึ่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ อุทานออกมาด้วยความหงุดหงิดใจ ดวงตากลมโตคู่สวยมองฝ่าม่านฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ละอองน้ำสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณใต้ถุนอาคารเรียน บวกกับลมพัดแรงจนกิ่งไม้ลู่ไปตามลม
มือเรียวทั้งสองข้างโอบอุ้มกล่องพลาสติกใสขนาดใหญ่เอาไว้แนบกับอกอย่างทะนุถนอม ข้างในนั้นคือโมเดลบ้านชั้นเดียวที่เธออดหลับอดนอนตัดกระดาษชานอ้อยและลงกาวอยู่สามวันสามคืนเต็มๆ
“ลูกแม่~ แกต้องไม่เปียกนะ ห้ามเปียกเด็ดขาดเลย ไม่งั้นส่งอาจารย์บ่ายนี้ฉันตายแน่ๆ พ่อแม่ได้ลากกลับไปแต่งงานที่เชียงใหม่แน่”
พีชญาก้มมองนาฬิกาข้อมือ อีกสิบห้านาทีจะบ่ายโมงตรง ซึ่งเป็นเวลาเดดไลน์ในการส่งงานชิ้นแรกของเทอมนี้ และตึกคณะของเธอก็อยู่ห่างออกไปราวๆ สองร้อยเมตร
“เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน วิ่งแค่นี้เอง” พีชญาสูดหายใจเข้าลึกๆ ตัดสินใจกระชับกล่องโมเดลในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น เธอเบี่ยงตัวหลบมุมยกกระโปรงพลีทขึ้นเล็กน้อยเพื่อความคล่องตัว จากนั้นก็ก้าวขาวิ่งฝ่าฝนที่สาดซัดเข้ามาทันที
“ตกแรงอะไรขนาดนี้เนี่ย”
ละอองฝนสาดกระทบใบหน้าหวานจนต้องหรี่ตาลง เท้าเล็กๆ พยายามก้าวสับอย่างรวดเร็วเพื่อแข่งกับเวลา เม็ดฝนหนาเม็ดเริ่มทำให้เสื้อนักศึกษาตัวบางเปียกชุ่มแนบเนื้อจนเผยให้เห็นทรวดทรงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าสีขาวอย่างชัดเจน แต่ในตอนนี้เธอไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนั้น ดวงตากลมโตจับจ้องไปที่ประตูทางเข้าตึกคณะสถาปัตย์ที่อยู่ตรงหน้าอีกไม่กี่ก้าวเท่านั้น
“อีกนิดเดียวพีช แกจะรอดแล้ว”
ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะเลี้ยวโค้งเข้าสู่ทางเดินใต้ถุนอาคาร พื้นคอนกรีตที่เปียกแฉะและลื่นขังไปด้วยตะไคร่น้ำบางๆ ก็ทำพิษ เท้าเล็กๆ ลื่นไถลไปข้างหน้าอย่างเสียการควบคุม
“กรี๊ดดด!!”
ร่างเล็กเสียหลักถลาไปข้างหน้าอย่างแรง พีชญาหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ สิ่งเดียวที่เธอทำคือการกอดกล่องโมเดลเอาไว้แน่นที่สุด ยอมเจ็บตัวดีกว่ายอมให้งานพัง
พรึ่บ!
แทนที่จะกระแทกพื้นคอนกรีตแข็งๆ ร่างของเธอกลับพุ่งเข้าชนกับอะไรบางอย่างที่แข็งราวกับกำแพงหิน ทว่ามันกลับมีความอุ่นร้อนและกลิ่นอายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเด็กสาวกระตุกวูบ
“อุ้ย!” พีชญาร้องเสียงหลง
แผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดีสีเทาเข้ม สามารถรองรับแรงกระแทกจากเธอไว้ได้ทั้งหมด มือหนาและแข็งแรงคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ได้ทันที ช่วยพยุงไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น กล่องโมเดลบ้านในมือถูกเบียดอยู่ตรงกลางระหว่างอกของเธอและอกของเขาพอดิบพอดี
“วิ่งอะไรของเธอ ไม่ดูทางเลยหรือไง”
น้ำเสียงทุ้มต่ำปนดุๆ ดังขึ้นเหนือศีรษะ จนคนฟังถึงกับสะดุ้ง หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้น
สิ่งแรกที่สัมผัสได้และเด่นชัดที่สุดในโสตประสาท คือกลิ่นกายของผู้ชายคนนี้ มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมที่ฉุนจัด แต่เป็นกลิ่นสะอาดๆ ของผู้ชาย เมื่อมันผสมรวมกับกลิ่นอายดินและกลิ่นฝนที่โชยมาตามลม กลับสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดที่ชวนให้ใจสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย
“เอ่อ... คือ...” พีชญากระตุกตะกัก ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้เมื่อพบว่าตัวเองยังคงตกอยู่ในอ้อมกอดของคนแปลกหน้าสุดหล่อคนนี้
“ปล่อยได้หรือยัง?” ชายหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงเรียบ
สายตาคมไล่มองใบหน้าหวานที่เปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำฝน ผมยาวสลวยของเธอเปียกแนบแก้มเนียน ทว่าดวงตากลมโตกลับทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย ยิ่งเมื่อสายตาของเขาเลื่อนลงต่ำ...
สภาพเสื้อนักศึกษาที่เปียกชุ่มจนแนบเนื้อ เผยให้เห็นทรวดทรงอกอิ่มเต่งตึงที่เบียดชิดอยู่ตรงหน้า มันช่างเย้ายวนและตัดกับท่าทางเดียงสาของเด็กสาวอย่างรุนแรง หัวใจที่เคยนิ่งสงบและด้านมาหลายปีของ ‘คชา ภานุ’ กลับกระตุกวูบอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายปีมานี้
คชารีบปล่อยมือออกจากต้นแขนของเธอทันที พร้อมกับเบือนสายตาไปทางอื่นเพื่อดับอารมณ์บางอย่างที่จุดประกายขึ้นมาในส่วนลึก
“ขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ พอดีฝนมันตกหนักแล้วหนูกลัวส่งงานไม่ทัน” พีชญารีบถอยหลังออกมาสองก้าว มือจับกล่องโมเดลไว้แน่น พลางก้มหัวขอโทษขอโพยคนตรงหน้า
“งาน? โมเดลในมือนั่นน่ะเหรอ” คชาก้มมองกล่องพลาสติกใสในอ้อมแขนเด็กสาว
“ใช่ค่ะ งานชิ้นแรกของหนูเลย ถ้าเปียกหรือพัง หนูตายแน่ๆ” พีชญาเอ่ยบอก เสียงหวานยังคงสั่นเครือจากความตื่นเต้น
ชายหนุ่มปรายตามองดูโมเดลข้างในกล่อง สายตาของสถาปนิกและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศมองปราดเดียวก็รู้ว่างานชิ้นนี้มีจุดเด่นตรงไหน การตัดกระดาษอาจจะยังไม่เนี๊ยบตามประสาเด็กปีหนึ่ง แต่ไอเดียการจัดวางพื้นที่และช่องแสงกลับทำได้ดีอย่างน่าทึ่ง
“งานสถาปัตย์ปีหนึ่งล่ะสิ?” คชาเอ่ยถาม เสียงของเขายังคงเรียบนิ่งเช่นเดิม
“คุณรู้ได้ยังไงคะ” พีชญาเงยหน้าถามด้วยความแปลกใจ ว่าเขารู้ได้ยังไง
“ดูจากฝีมือ การตัดประกอบแบบนี้ มีแต่พวกเด็กใหม่เพิ่งหัดทำเท่านั้นแหละ เลอะเทอะกาวไปหมด” คชาเอ่ยพูดกวนๆ พลางยกมือขึ้นกอดอก
พีชญาหน้ามุ่ยลงทันที ความประทับใจในความหล่อเหลาเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศ
“ถึงจะฝีมือเด็กใหม่ แต่หนูก็อดนอนทำมาสามวันสามคืนนะคะ ไม่เห็นต้องมาซ้ำเติมกันเลย”
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากบางๆ เด็กนี่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาด้วย ทั้งที่คนในไซต์งานหรือในบอร์ดบริหารแค่เห็นเขาหน้านิ่งก็กลัวตัวสั่นกันหมดแล้ว
“ฉันไม่ได้ซ้ำเติม ฉันพูดตามเนื้อผ้า” คชาเอ่ย ก่อนจะก้มลงมองข้อมือตัวเองเพื่อดูนาฬิกาเรือนหรู “และถ้าเธอยังยืนเถียงฉันอยู่ตรงนี้อีกสองสามนาที เธอได้ส่งงานสายแน่นอน”
“จริงด้วย อีกเจ็ดนาทีบ่ายโมง!” พีชญาเอ่ยเสียงหลง เธอรีบหันหลังเตรียมจะวิ่งต่อทันที
“เดี๋ยว!” เสียงเข้มของคชาเบรกเธอไว้
“คะ? มีอะไรอีกคะคุณลุง หนูรีบ เดี๋ยวโดนอาจารย์ประเสริฐหักคะแนน” พีชญาหันมาถามรัวๆ
คำว่า ‘คุณลุง’ ทำเอาคชาคิ้วกระตุกทันที หน้าเขาแก่ขนาดนั้นเลยหรือไง อายุสามสิบสามนี่เรียกว่าลุงแล้วเหรอเด็กบ้า!
“เสื้อเธอ...” คชาพูดพลาเลื่อนสายตามองเสื้อนักศึกษาของเธออีกครั้ง
พีชญาก้มลงมองตามสายตาเข้ม แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างทันที ใบหน้าหวานร้อนผ่าว เสื้อนักศึกษาขาวบางเปียกจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน แถมหน้าอกหน้าใจซ่อนรูปของเธอก็เด่นชัดอีกต่างหาก
“กรี๊ด!” พีชญากรีดร้องเสียงดัง รีบยกกล่องโมเดลขึ้นมาบังหน้าอกตัวเองเอาไว้ ใบหน้าแดงจัดไปถึงใบหู “คนบ้า! ไอ้คนลามก”
“ฉันไม่ได้อยากมอง เธอยืนแอ่นให้ดูเองต่างหาก” คชาเอ่ยตอบ เขาตีหน้านิ่ง แถสีข้างถลอก แต่อกข้างซ้ายกลับเต้นรัวขึ้นมาดื้อๆ เขาเอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อสูทลำลองสีดำที่สวมทับอยู่ออก จากนั้นก็ถอดมันออกมาถือไว้
“เอาไปคลุมซะ ถ้าไม่อยากให้พวกผู้ชายทั้งตึกมองเธอตาเป็นมัน” คชายื่นเสื้อสูทตัวหนาที่มีกลิ่นเฉพาะตัวของเขาโชยหอมฟุ้งส่งให้เด็กสาว
พีชญามองเสื้อสูทสลับกับใบหน้าหล่อเหลาขรึมๆ ของเขาด้วยความลังเล “แต่ว่า... มันจะดีเหรอคะ? เสื้อคุณจะเปียกนะ”
“ไม่มีแต่ ถ้ารีบก็รับไป ไม่งั้นฉันจะเดินไปส่งเธอเองในสภาพนี้แหละ เลือกเอา” น้ำเสียงแกมบังคับของเขาทำให้พีชญาไม่มีทางเลือก อีกอย่างเธอก็ไม่ได้อยากโชว์ของให้ใครเห็นด้วย
“ขอบคุณค่ะ” พีชญายอมรับเสื้อสูทมาคลุมไหล่ตัวเองไว้ ตัวเสื้อสูทตัวใหญ่มากจนคลุมลงมาถึงต้นขาของเธอ กลิ่นอายความอบอุ่นและกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเสื้อสูทโอบล้อมรอบตัวเธอ ทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
“เสื้อนี่... หนูจะคืนให้ยังไงคะ?” พีชญาเอ่ยถาม พลางกระชับเสื้อสูทแน่นขึ้น
“เดี๋ยวก็เจอกันเองนั่นแหละ รีบไปได้แล้ว” คชาตัดบทเสียงเรียบ
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณลุง” พีชญาเอ่ยขอบคุณเขาอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัววิ่งเข้าไปในตึกคณะสถาปัตยกรรมทันที
