บทที่ 3 ตอนที่ 3 บทเรียนนอกตาราง

ตอนที่ 3 บทเรียนนอกตาราง

#เช้าวันต่อมา

#ห้องเรียนรวมสถาปัตยกรรมศาสตร์

“พีช! แกลงกาวตรงนี้หนาไปแล้ว เดี๋ยวอาจารย์คชาแด๊ดดี้สุดโหดก็สับแหลกหรอกแก”

เสียงบิวร้องทักขึ้นมาเสียงดังลั่น พลางคว้าคัตเตอร์ในมือไปช่วยขูดคราบกาวตราช้างที่เยิ้มออกมาจากโมเดลชิ้นใหม่ที่กำลังเร่งทำในคาบเรียนปราบเซียน

“จริงด้วยบิว ขอบใจมากนะ ฉันใจลอยไปหน่อย” พีชญาอุทานหน้าตาตื่น พลางหยิบทิชชูมาซับหน้าผากที่มีเหงื่อซึมเล็กน้อย

“ใจลอย? หรือว่าใจลอยไปหาเจ้าของเสื้อสูทตัวหรูในถุงกระดาษนั่นยะ” บิวเหล่ตาไปมองถุงกระดาษจากร้านซักแห้งที่วางอยู่ข้างกระเป๋าของพีชญา “แหม ซักแห้งอย่างดี หอมฟุ้งเชียว เตรียมเอาไปคืนเขาเย็นนี้ล่ะสิ”

“อืม” พีชญาเอ่ยตอบสั้นๆ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อนึกถึงสายตาแพรวพราวของอาจารย์หนุ่มเมื่อวานนี้

เสียงประตูห้องเรียนเลื่อนเปิดออก พร้อมกับชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนกำยำและนาฬิกาเรือนหรู บุคลิกนิ่งขรึมและทรงอำนาจของ ‘อาจารย์คชา’ ทำเอาห้องเรียนที่เคยเสียงดังตลาดแตก เงียบกริบลงในสามวินาที

เธอเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าที่ลำคอขาวของเขา มีรอยสักอยู่ด้วย

คนตัวโตวางเอกสารลงบนโต๊ะหน้าชั้นเรียน สายตาคมกวาดมองนักศึกษาทุกคน ก่อนจะไปหยุดนิ่งที่ร่างเล็กของพีชญาเพียงครู่เดียว...

แววตาของเขาเข้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าวันนี้เธอสวมเสื้อนักศึกษาตัวใหม่ที่หนาและเรียบร้อยดี ไม่ได้เปียกปอนเหมือนเมื่อวานแล้ว

“เอาล่ะ ทุกคนเอาโมเดลที่สั่งให้ไปปรับปรุงจากเมื่อวานมาตั้งบนโต๊ะ” เขาเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ผมบอกแล้วนะว่าผมไม่ชอบคนทำงานชุ่ย ถ้างานใครไม่พัฒนาขึ้นจากเมื่อวาน เตรียมตัวโดนหักคะแนนดิบได้เลย”

นักศึกษาพากันซี้ดปากด้วยความเสียวสันหลัง พีชญาสูดหายใจเข้าลึกๆ ยกโมเดลบ้านชานอ้อยที่เธอรีบกลับไปแก้ไขรอยเบี้ยวครึ่งมิลลิเมตรตามที่เขาติเมื่อวาน เดินตามเพื่อนๆ ไปตั้งเรียงหน้าชั้นเรียน

คชาเดินตรวจงานทีละคน ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึง ไร้ความปรานี คำวิจารณ์ของเขาเจ็บแสบจนเพื่อนผู้หญิงบางคนถึงกับหน้าเสีย

“ผนังตรงนี้ยังเบี้ยวอยู่” คชาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะของพีชญา สายตาคมกริบจ้องมองโมเดลตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบสายตาหวานของเด็กสาวที่ยืนตัวตรง

“หนูแก้แล้วนะคะอาจารย์ รอยเบี้ยวครึ่งมิลลิเมตรเมื่อวาน หนูตัดใหม่หมดเลยค่ะ!” พีชญารีบแย้งเสียงแข็ง ดวงตากลมโตฉายแววไม่ยอมแพ้อีกเช่นเคย

“แก้แล้ว? แต่รอยกาวตรงนี้มันคืออะไร พีชญา” คชาใช้ปลายปากกาเคาะลงบนมุมเสาบ้าน

“เธอส่งงานสะเพร่า ขูดกาวออกไม่หมด ผนังสะอาดขึ้นก็จริงแต่คราบกาวทำให้งานดูสกปรก ในฐานะสถาปนิก งานชิ้นนี้ถือว่าขาดความประณีต”

น้ำเสียงดุดันและจริงจังของเขาต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้น ทำเอาพีชญาหน้าเสีย ความน้อยใจแล่นขึ้นมาจุกที่อก

“แต่หนูตั้งใจทำมากเลยนะคะ พยายามลบชิ้นงานเก่าออกแล้ว...”

“ในโลกของการทำงานจริง ลูกค้าไม่สนใจหรอกนะว่าเธอจะตั้งใจหรืออดนอนมา กี่วันกี่คืน” คชาเอ่ยขัดขึ้นเสียงเรียบ สายตาดูดุจนคนรอบข้างพากันกลืนน้ำลาย

“เขาดูที่ผลงานสำเร็จตรงหน้า ถ้าสวยงามและไร้ที่ติ นั่นคือผ่าน แต่ถ้ายังมีตำหนิชัดเจนแบบนี้ มันคือผู้รับเหมาที่ทำงานชุ่ย”

“อาจารย์...” พีชญาเม้มปากแน่น ดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอเบาๆ

“งานนี้ผมหักคะแนนความสะอาดสองคะแนน เอาไปแก้มาใหม่ คราวหน้าถ้ายังเห็นรอยกาวเลอะเทอะแบบนี้อีก ผมจะให้รื้อทำใหม่ทั้งหมด” คชาพูดจบก็ก้มลงเซ็นชื่อตัดคะแนนในสมุดทันที ท่าทางของเขาดูไร้หัวใจที่สุดๆ

พีชญากำหมัดแน่น รีบยกโมเดลของตัวเองกลับมาที่โต๊ะทันที บิวรีบขยับเข้ามาปลอบด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

“แก~ แด๊ดดี้ดุฉิบหายเลยว่ะ ดุจนฉันเยี่ยวจะราดแทนแกแล้วเนี่ย อย่าร้องนะแก” บิวยื่นทิชชูให้

“ฉันไม่ได้ร้องสักหน่อย แค่โมโห...คนใจร้าย ปากร้ายที่สุดในโลกเลย” พีชญาเอ่ยกระซิบเสียงสั่นเครือ พลางก้มหน้ามองโมเดลด้วยความช้ำใจ

ตลอดทั้งคาบเรียน พีชญานั่งก้มหน้าก้มตาทำงานไม่ยอมเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าชั้นเรียนอีกเลย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงสิบเอ็ดโมงครึ่ง เสียงออดหมดเวลาก็ดังขึ้น

“เลิกคาบได้ อย่าลืมงานที่สั่ง สัปดาห์หน้าส่งสเก็ตช์ดีไซน์โปรเจกต์ใหญ่นะครับ” คชาสั่งเสียงเรียบ ก่อนจะเก็บเอกสารเข้ากระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องไป

นักศึกษาคนอื่นๆ พากันทยอยเดินออกจากห้องเรียนเพื่อไปกินข้าวเที่ยง บิวหันมามองพีชญาที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าอย่างเชื่องช้า

“พีช แกไปกินข้าวกับฉันป่ะ?”

“บิวไปก่อนเลย พอดี ฉันต้องเอาเสื้อสูทไปคืนคุณลุงบ้าคนนั้นน่ะ” พีชญาเอ่ยบอก พลางมองถุงกระดาษร้านซักแห้ง

“อ๋อ โอเคๆ” บิวเอ่ยตอบ ก่อนจะเดินแยกตัวออกไปทันที

พีชญาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ถือถุงกระดาษเดินออกจากห้องเรียนมุ่งหน้าไปยังตึกพักครูชั้นสาม หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งประหม่า

#ตึกพักครู ชั้นสาม

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เธอเคาะประตูห้องพักครูส่วนตัวของคชาเบาๆ แล้วสูดลมเข้าปอดลึกๆ

“เข้ามา” เสียงเรียบดังออกมาจากด้านใน

พีชญาเปิดประตูเข้าไปช้าๆ มีแค่คชาที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่เพียงลำพัง แสงแดดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามา กระทบใบหน้าคมเข้ม

“หนูเอาเสื้อสูทมาคืนค่ะ อาจารย์” พีชญาวางถุงกระดาษลงบนมุมโต๊ะทำงานของเขาอย่างเบามือที่สุด ท่าทางแง่งอนอย่างชัดเจน

คชาละสายตาจากไอแพดในมือ เงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวตรงหน้า ใบหน้าเคร่งขรึมเมื่อครู่ในห้องเรียนหายไปหมด เปลี่ยนเป็นสายตาคมเข้มที่มองเธอด้วยความนิ่งเฉย ทว่าหากสังเกตดีๆ มีประกายความเอ็นดูจางๆ ซ่อนอยู่ลึกๆ

“วางไว้ตรงนั้นแหละ” คชาเอ่ยบอกน้ำเสียงเรียบ

“ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวนะคะ” พีชญาทำท่าจะหันหลังกลับทันที ไม่อยากอยู่ใกล้คนใจร้ายนานกว่านี้ อีกอย่างเธอกลัวว่าจะเผลอหลุดปากด่าเขาออกไป

“เดี๋ยว!” เสียงเข้มของคชาเบรกเธอไว้เหมือนเมื่อวานเด๊ะ

พีชญาชะงักฝีเท้าทันที แล้วหันกลับมามองหน้าเขา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกโบได้

“มีอะไรอีกคะอาจารย์ จะด่างานหนูตรงไหนอีกเหรอคะ หรือจะหักคะแนนค่าเสื้อสูท”

คำประชดประชันของเด็กสาวทำเอาคชาหลุดหัวเราะในลำคออย่างเอ็นดู ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง เขาก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

ระยะห่างที่ใกล้กันทำเอาพีชญาต้องแหงนหน้าขึ้นมอง และกลิ่นหอมสะอาดจากตัวเขาก็โชยเข้าจมูกเธออีกครั้ง กลิ่นที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกโดยไม่มีเหตุผล

“โกรธฉันเหรอ? เรื่องในห้องเรียนเมื่อกี้” คชาเอ่ยถาม น้ำเสียงไม่ได้ดุดันเหมือนตอนสอน แต่เปลี่ยนเป็นโทนเสียงที่ฟังดูนุ่มนวลขึ้น

“หนูไม่มีสิทธิ์โกรธอาจารย์หรอกค่ะ หนูมันแค่นักศึกษาที่ทำงานชุ่ย ขาดความรอบคอบ” พีชญายังคงเอ่ยประชดประชันเขา พลางสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น

คชามองท่าทางแง่งอนแก้มป่องเหมือนปลาปักเป้าของเด็กสาวแล้ว ความรู้สึกเอ็นดูก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นอีกเท่าตัว เขาจงใจก้มหน้าลงมาใกล้ใบหน้าหวานจนพีชญาได้ยินเสียงลมหายใจของเขา

“ดื้อจริงๆ” คชาเอ่ยพูดพึมพำ สายตาเอ็นดูจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ “ที่ฉันพูดในห้องเรียน ฉันพูดในฐานะอาจารย์ที่ต้องเคี่ยวเข็ญลูกศิษย์ งานเธอมีจุดบกพร่องจริงๆ ซึ่งถ้าผมปล่อยผ่านไป เธอจะเคยตัวและไม่พัฒนา”

“แต่หนูตั้งใจทำแล้วนี่คะ” พีชญาบอก เสียงเริ่มอ่อนลงเมื่อเจอสายตาและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของเขา

“ฉันรู้... ฉันรู้ว่าเธอตั้งใจ อดนอนทำจนตาโบ๋เป็นหมีแพนด้าขนาดนี้” คชาใช้นิ้วชี้แตะเบาๆ ที่ใต้ตาของเธออย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นร้อนทำเอาพีชญาตัวแข็งทื่อ ในใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาเอาให้ได้

“อาจารย์... เล่นอะไรคะ” พีชญารีบเอ่ยประท้วงขึ้นทันที ใบหน้าหวานแดงระเรื่อพยายามจะถอยหลัง แต่หลังของเธอกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะจนหนีไปไหนไม่ได้แล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป