บทที่ 4 ตอนที่ 4 สอนนอกเวลา
ตอนที่ 4 สอนนอกเวลา
เขาขยับก้าวตามมาประชิดทันที จนตอนนี้ร่างกายของทั้งคู่แทบจะชิดกันอีกครั้งเหมือนวันฝนตก ชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอก สายตาคมไล่มองใบหน้าหวานอย่างพิจารณา
“ฉันไม่ได้เล่น ฉันกำลังสอนนอกเวลาเรียน” คชาเอ่ยบอก พลางโน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกห่างกันแค่คืบ “รู้ไหม... ที่ฉันดุก็เพราะฉันคาดหวังในตัวเธอสูงกว่าคนอื่น งานของเธอมีไอเดียที่ดีที่สุด ถ้าเธอเพิ่มความประณีตความรอบคอบเข้าไปอีกนิด งานของเธอจะสมบูรณ์แบบที่สุด”
“จริงเหรอคะ?” พีชญาถาม ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น ความสลดใจเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้รับคำชมจากปากชายหนุ่ม
“อืม จริง” คชายกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย “เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งร้องไห้ขี้มูกโป่งไปซะก่อนล่ะ ยัยเด็กแสบ”
“หนูไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย” พีชญาเถียงทันควัน พลางยกมือขยี้ตาตัวเองเบาๆ “แล้วหนูก็ไม่ใช่เด็กแสบด้วย”
“หรอกเหรอ? เมื่อวานใครกันที่ด่าฉันว่าเป็นคนลามก แถมยังเรียกฉันว่าคุณลุงอีกต่างหาก” คชาเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงกวนประสาท
พีชญาอ้าปากค้าง หน้าแดงขึ้นมาอีกรอบอย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่ เธอรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าความผิดของตัวเองยังติดตัวอยู่
“เอ่อ...คือ เรื่องเมื่อวาน หนู...หนูขอโทษค่ะอาจารย์ หนูกลัวและตกใจก็เลยหลุดปากพูดไป”
“มองหน้าฉันสิ”
พีชญาค่อยๆ ลดมือลงแล้วเงยหน้าสบสายตาของเขา
“เรื่องเมื่อวาน ฉันไม่ถือสา” เขาเอ่ยพูด พลางใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางมนของเธอขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้สบสายตากันตรงๆ “แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันอยากบอกเธอ...”
“อะ...อะไรคะ?” พีชญาถามเสียงแผ่วเบา
“กลิ่นน้ำยาซักแห้งจากเสื้อสูทตัวนั้น...” คชาปรายตากลับไปมองถุงกระดาษบนโต๊ะ ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมามองเธอด้วยแววตาที่เจ้าเล่ห์ “หอมดีนะ แต่ผมว่า...กลิ่นแป้งผสมกลิ่นฝนจากตัวเธอเมื่อวาน หอมกว่าเยอะ”
“...”
คำพูดกึ่งหยอกเย้าของผู้ใหญ่เจ้าเล่ห์ทำเอาพีชญาหัวใจแทบหยุดเต้น ร่างกายเล็กร้อนวูบวาบราวกับมีกระแสไฟแล่นผ่าน ใบหน้าหวานแดงก่ำจนแทบจะระเบิด เธอรีบใช้มือทั้งสองข้างดันแผ่นอกแกร่งของเขาออกสุดแรงทันที
“อาจารย์พูดอะไรของอาจารย์เนี่ย” พีชญาเอ่ยพูดเสียงหลง รีบมุดตัวหลบใต้ท่อนแขนของเขาแล้ววิ่งไปที่ประตูห้องทันที
คชาไม่ได้รั้งเธอไว้ ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ตำแหน่งเดิม พลางล้วงกระเป๋ากางเกง เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี สายตาคมทอดมองตามร่างเล็กที่เปิดประตูวิ่งหนีหน้าตั้งออกไปจากห้องทำงานของเขา ราวกับกระต่ายตื่นตูม
“ห้ามใจตัวเองยากกว่าที่คิดแฮะ” คชาเอ่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ผุดขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู
#ด้านพีชญา
หลังจากที่เธอวิ่งหน้าตั้งออกมาจากห้องพักครูจนมาถึงสวนหย่อมข้างตึกคณะ เธอก็ทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งหินอ่อน พลางยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเองเอาไว้ หัวใจยังคงเต้นโครมครามไม่ยอมหยุด
“คนบ้า! พูดจาลามกหน้าตาเฉยเลย” พีชญาบ่นอุบอิบกับตัวเอง ใบหน้าหวานยังคงแดงระเรื่อไม่หาย
ภาพสายตาของเขาที่จ้องมองลงมา แววตาที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนและเอ็นดูคู่นั้น รวมถึงสัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วของเขา มันยังคงชัดเจนในความทรงจำจนทำให้เธอเริ่มหวั่นไหว
“ชะนี มานั่งทำอะไรตรงนี้เนี่ย หน้าแดงเชียว เป็นไข้ป่ะเนี่ย?” เสียงบิวเอ่ยทักขึ้นมาจากทางด้านหลัง พลางเดินเข้ามาหาเพื่อนสนิท พร้อมชานมไข่มุกสองแก้วในมือ
“ปะ... เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร” พีชญารีบเอ่ยปฏิเสธน้ำเสียงติดๆ ขัดๆ พร้อมกับเอามือพัดหน้าตัวเองรัวๆ “อากาศมันร้อนน่ะ อากาศอบอ้าวจะตาย”
“อบอ้าวเหรอ? ฉันว่าลมพัดเย็นสบายออกนะยะ” บิวทำหน้าสงสัย พลางยื่นแก้วชานมให้เพื่อน “กินซะ จะได้หายร้อน แล้วนี่จะบอกได้ยังว่าเจ้าของเสื้อสูทเป็นใคร”
พีชญารับแก้วชานมมาดูดอึกใหญ่เพื่อดับความร้อนในร่างกาย ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงแผ่วเบา
“อาจารย์คชา”
“ห๊ะ!!!” บิวส่งเสียงร้องตกใจเสียงดัง จนคนรอบๆ หันมาจับจ้องที่เธอทั้งสองคน
“บิวเบาหน่อย”
“โทษที อาจารย์คือคุณลุงที่ว่าเหรอ?”
“อืม”
“พรหมลิขิต” บิวเอ่ยน้ำเสียงหวาน พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
“พรหมลิขิตบ้าบออะไรล่ะบิว” พีชญาแยกเขี้ยวใส่เพื่อน “ดุอย่างกับเสือ”
“แหม๋~~ ดุแต่ก็ให้ยืมสูทไหมล่ะยะ” บิวเบรกเอี๊ยด พลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ “แล้วไปคืนสูทมา เป็นไงบ้าง? เล่ามาให้หมดเปลือกเลยนะชะนี ไม่งั้นฉันจะฟ้องอาจารย์ธีร์ว่าแกแอบด่าเพื่อนเขา”
“ก็...ไม่มีอะไร ก็แค่เอาถุงไปวางบนโต๊ะ” พีชญาตอบ พร้อมกับหลบสายตาจับผิดของเพื่อนสาวสอง
“แค่นั้นจริงเหรอ แล้วทำไมหน้าแดงเป็นมะเขือเทศขนาดนี้ฮะ” บิวหรี่ตาอย่างจับผิด “สบตาแล้วสปาร์ก หรือว่าโดนแด๊ดดี้ดักตีหัวลากเข้าห้อง?”
“พูดไปเรื่อย อาจารย์เขาแค่...บอกว่างานชิ้นต่อไปให้ทำออกมาดีกว่านี้ แค่นั้นแหละ!”
“แน่ใจนะชะนี ถ้าฉันรู้เรื่องที่หลัง ฉันล้อยันลูกบวชนะยะ”
“แล้วถ้าลูกฉันเป็นผู้หญิงอ่ะ”
“บวชชีสิชะนี”
“ฮ่าๆ”
ทั้งสองสาวหัวเราะร่าทันที บิวยังคงเอ่ยถามเรื่องอาจารย์คชาอยู่เรื่อยๆ ส่วนพีชญาก็ตอบบ้าง ไม่ตอบบ้าง ทว่าก็คงเลี่ยงได้ไม่นานหรอก เพราะยัยบิวมันสายสืบตัวแม่ของคณะแล้ว
ไม่นานก็ถึงเวลาเรียนคลาสต่อไป ทั้งสองสาวก็พากันเดินข้างกันขึ้นตึกคณะไป ช่วงบ่ายนี้สบายหน่อย ไม่ได้เจอกับอาจารย์คชา เพราะเขาสั่งงานไว้ แล้วก็รีบออกไปทันที ส่วนจะออกไปไหน พีชญาไม่ได้สนใจสักนิด
ดีซะอีกที่เขาไม่อยู่ เธอจะได้สบายตาที่ไม่ต้องเห็นหน้าเขา
