บทที่ 6 ตอนที่ 6 งานแรก

ตอนที่ 6 งานแรก

#เย็นวันต่อมา

#ณ ไซต์งานโครงการบ้านจัดสรรคชาการโยธา

“ลงมาจากรถได้แล้วพีชญา หรือต้องให้ฉันอุ้มลงมา?”

เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคชาดังขึ้นข้างบานประตูรถคันหรูที่จอดนิ่งอยู่หน้าตึกสำนักงานชั่วคราวกลางไซต์งาน ชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีเทาพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ยืนกอดอกมองเด็กสาวในชุดนักศึกษาที่นั่งทำหน้าเลิ่กลั่กอยู่บนเบาะหลัง

“ไม่ต้องค่ะ! หนูลงเองได้” พีชญารีบก้าวขาลงมาจากรถ พร้อมก้มหัวขอบคุณคนขับรถของคชาเบาๆ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเจ้านายหนุ่มสุดหล่อที่ยืนตึงหน้าอยู่อีกฝั่ง

“เอ่อ... อาจารย์คะ ไซต์งานใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอคะ?” พีชญาเบิกตากว้าง มองไปรอบๆ บริเวณที่มีทั้งรถเครน เครื่องจักรกลหนัก และสถาปนิกวิศวกรนับสิบชีวิตที่กำลังเดินกันขวักไขว่

“บอกแล้วไงว่าบริษัทฉันไม่ใช่ร้านขายของเล่น” คชาปรายสายตามอง พลางหยิบหมวกนิรภัยสีขาวสำหรับผู้บริหารออกมาสองใบ “และเวลานู่นเวลานี้ อยู่ข้างนอกมหาวิทยาลัย... เรียกฉันว่า คุณคชา ไม่ต้องเรียกอาจารย์”

“ค่ะ... คุณคชา” พีชญารับคำเสียงแผ่วเบา

คชาก้าวเข้ามาประชิดตัวเด็กสาว สองมือหนายกหมวกนิรภัยสีขาวอีกใบขึ้นสวมลงบนศีรษะเล็กของเธออย่างเบามือ นิ้วเรียวยาวสอดประสานสวมสายรัดคางให้เธออย่างใส่ใจ ระยะห่างที่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นตัวหอมๆ ทำเอาพีชญาใจเต้นแรงจนต้องก้มหน้าหลบสายตาคมเข้มของชายหนุ่มทันที

“ใส่ไว้ ห้ามถอดเด็ดขาดถ้ายังอยู่ในเขตไซต์งาน ชัดเจนไหม?” คชาถาม เสียงเข้มอยู่ชิดใบหู

“ชะ... ชัดเจนค่ะ” พีชญาตอบน้ำเสียงสั่น พยายามดึงสติกลับมา “แล้วงานแรกของหนูวันนี้คืออะไรคะ?”

คชากระตุกยิ้มมุมปาก พลางยื่นแฟ้มแบบแปลนโครงสร้างแผ่นใหญ่สองแฟ้มหนาตึ้บใส่อ้อมแขนของเธอทันที

“ถือแฟ้มนี้ตามผมมา งานแรกของเธอคือการเป็น เงาของฉัน”

“เงา? หมายความว่าไงคะ”

“ฉันก้าวไปไหน เธอต้องก้าวตามไปนั่น คอยจดบันทึกทุกคำสั่งที่ฉันพูดกับวิศวกร และคอยยื่นแบบแปลนให้ฉันเวลาฉันขอดู... เข้าใจไหม?” คชาเอ่ยสั่งน้ำเสียงเรียบ ก่อนจะหมุนตัวเดินนำหน้าไปทันที

“เข้าใจค่ะ! เผด็จการชะมัด...” พีชญาเอ่ยบ่นอุบอิบในลำคอ แต่ก็รีบอุ้มแฟ้มหนาตึ้บวิ่งตามหลังร่างสูงใหญ่ไปติดๆ

ตลอดสองชั่วโมงเต็มในไซต์งาน พีชญาได้เห็น ‘คุณคชา’ ในบริบทที่แตกต่างจากในห้องเรียนอย่างสิ้นเชิง เขาคือประธานบริหารผู้เด็ดขาดและทรงอิทธิพล คำพูดทุกคำที่ออกจากปากเขาสั้น กระชับ วิศวกรคุมงานและหัวหน้าช่างทุกคนต่างพากันก้มหน้ารับฟังด้วยความเคารพเกรงกลัว

“แบบเสาโครงสร้างตรงนี้ มิลลิเมตรมันคลาดเคลื่อนไปสองมิลลิเมตร ใครเป็นคนตรวจรับงาน?” เสียงคชาดังขึ้นกลางแคมป์คุมงาน

“เอ่อ... คือ ช่างชุดเดิมเขาลาหยุดครับ”

“ผมสั่งงานกับระบบ ไม่ได้สั่งกับตัวบุคคล ถ้าระบบคุมงานห่วยแบบนี้สั่งรื้อทำใหม่ทั้งหมด! ค่าเสียหายหักจากงบส่วนกลางของทีมคุณ” คชาพูดเสียงเด็ดขาด ไม่มีโอนอ่อนผ่อนตามแม้แต่น้อย

พีชญาที่ยืนจดบันทึกอยู่ข้างๆ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“พีชญายื่นแบบแปลนโซนซีมาให้ฉัน” คชาหันมาสั่งเสียงเข้มโดยไม่หันมามอง

“นี่ค่ะ!” พีชญารีบเปิดแฟ้มแล้วยื่นแบบแผ่นใหญ่ส่งให้เขาอย่างรวดเร็ว

คชารับแบบไปกางดู สายตาคมเข้มไล่ตรวจเช็กรายละเอียดอย่างจริงจัง ก่อนจะปรายตามองเด็กสาวที่ยืนเหงื่อซึมหน้าผาก อุ้มแฟ้มหนักเกร็งจนมือสั่น รอยยิ้มจางผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่มีใครสังเกตเห็น

“เหนื่อยหรือยัง?” คชาถามขึ้นลอยๆ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย

“ไม่เหนื่อยค่ะ หนูทนได้” พีชญาเอ่ยตอบทันควัน ถึงขาจะเริ่มตึงและแขนจะเริ่มชา แต่ศักดิ์ศรีมันยอมไม่ได้จริงๆ

“ดื้อ” คชาพึมพำ ก่อนจะหันไปสั่งงานวิศวกรต่อ “วันนี้พอแค่นี้ก่อน เลิกงานได้ ส่วนคุณ... ตามฉันกลับไปที่ห้องทำงาน”

#ห้องทำงานประธานบริหาร

ประตูห้องทำงานสไตล์โมเดิร์นหรูหราถูกปิดลง พีชญารีบเดินนำแฟ้มงานไปวางลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างลืมตัว

“ถือแฟ้มสองชั่วโมง แขนแทบหลุด”

“ใครใช้ให้เธอถือเกร็งขนาดนั้นล่ะ ยัยเด็กแสบ”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคชาที่ก้าวเข้ามา ชายหนุ่มถอดหมวกนิรภัยออก แล้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกสองเม็ดเพื่อคลายความอึดอัด เผยให้เห็นแผงอกแกร่ง พีชญารีบเบือนหน้าหนีด้วยความขัดเขินทันที

“ก็กลัวว่าคุณคชาจะหักเงินเดือนหนูนี่คะ ถ้าหนูทำแฟ้มตก” พีชญาบ่นอุบอิบ พร้อมยกมือขึ้นบีบนวดต้นแขนตัวเองเบาๆ

คชานิ่งมองท่าทางอ่อนล้าของเด็กสาว สายตาคมเข้มที่เคยดุดันเปลี่ยนเป็นสายตาเอ็นดูและห่วงใย ชายหนุ่มเดินไปหยิบขวดน้ำดื่มเย็นๆ จากตู้เย็นเล็ก แล้วเดินกลับมายื่นส่งให้กับเธอ

“ดื่มซะ จะได้หายเหนื่อย”

“ขอบคุณค่ะ” พีชญารับขวดน้ำมาเปิดดื่มอึกใหญ่ด้วยความหิวน้ำ

“นั่งลงตรงนี้สิ” คชาส่งสายตาไปทางโซฟานุ่มตัวยาวกลางห้อง

“เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะ หนูยืนได้” พีชญามองโซฟาอย่างลังเล

“ฉันสั่งให้นั่ง” คชาใช้เสียงเรียบแต่ทรงอำนาจดักทาง พีชญาจึงจำใจเดินไปนั่งลงบนขอบโซฟาอย่างเกร็งๆ

ทว่า สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อคชาเดินตามมาแล้วทรุดตัวนั่งลงข้างๆ เธอ ระยะห่างที่ใกล้กันทำเอาพีชญาตัวแข็งทันที ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธอเบาๆ

“คุณคชา! จะ... จะทำอะไรคะ” พีชญาร้องเสียงหลง พยายามจะขยับตัวหนี

“อยู่นิ่งๆ” คชาสั่งเสียงนุ่ม มือหนาเริ่มออกแรงนวดเบาๆ ที่กล้ามเนื้อต้นแขนและไหล่เนียนของเธออย่างเบามือ “เกร็งกล้ามเนื้อทั้งวัน เดี๋ยวคืนนี้ก็อักเสบระบมจนนอนไม่ได้หรอก”

สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาและความนุ่มนวลในการนวด ทำเอาความปวดล้าของพีชญาค่อยๆ ผ่อนคลายลง ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหูขาวเนียน

“หนู... หนูนวดเองได้ค่ะ คุณคชาเป็นเจ้านาย ไม่ต้องมารับใช้หนูหรอกค่ะ” พีชญาเอ่ย

“ฉันไม่ได้รับใช้” คชาตอบ พลางไล่มือนวดลงมาที่ข้อแขนเล็ก “ฉันแค่ดูแล คนของฉัน”

คำว่า ‘คนของผม’ ทำเอาพีชญาเหมือนโดนกระแทกเข้าที่หน้าอกอย่างจัง ร่างกายบอบบางร้อนวูบวาบไปหมด

“หนู... หนูไม่ใช่คนของคุณคชาสักหน่อย หนูเป็นแค่ลูกศิษย์... เป็นแค่ลูกจ้างพาร์ทไทม์” พีชญาเถียงพึมพำ ไม่กล้าสบตาคมคู่นั้นตรงๆ

คชากระตุกยิ้มมุมปาก ชายหนุ่มหยุดมือนวด แล้วเอื้อมไปใช้นิ้วเรียวเชยคางมนของเธอขึ้นมาเบาๆ บังคับให้เธอสบตากับเขา

“ลูกจ้างพาร์ทไทม์คนไหนได้เงินเดือนสองหมื่น? ลูกจ้างคนไหนได้เงินสวัสดิการล่วงหน้าห้าพัน แล้วลูกจ้างคนไหน... ที่ทำให้ประธานบริหารอย่างฉัน ต้องยอมลงมือนวดแขนให้แบบนี้” คชาเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำ และเต็มไปด้วยความหยอกเย้า

“ก็... ก็คุณคชาอยากช่วยหนูเองนี่คะ” พีชญาหลุดปากอุทาน รีบเอามืออุดปากตัวเองหน้าตาตื่น

คชาหลุดหัวเราะทุ้มต่ำในลำคออย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าคมจนโลกทั้งใบดูสว่างไสว รอยยิ้มที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้เห็น

“ฉลาดพูดขึ้นเยอะแฮะ ยัยเด็กแสบ”

“หนูไม่ได้แสบสักหน่อย...” พีชญาเอ่ยพึมพำ

“เอากระเป๋าตังค์มา”

“คะ? เอาไปทำไมคะ” พีชญาทำหน้าสงสัย แต่ก็ยอมเปิดกระเป๋าสะพายหยิบกระเป๋าเงินใบเล็กส่งให้เขา

คชารับกระเป๋าเงินมา เปิดออกดูแล้วหยิบบัตรพนักงานและบัตรคีย์การ์ดสแกนเข้าอาคารพิเศษใบหนึ่งใส่ลงไปในช่องใส่บัตรของเธอ จากนั้นก็ส่งกระเป๋าคืนให้

“บัตรอะไรคะ?” พีชญาถาม พลางหยิบบัตรพลาสติกสีดำหรูหราขึ้นมาดู

“บัตรผ่านเข้าออกคอนโด” คชาบอก หน้าตาเฉย

“คอนโดคุณคชา เอามาให้หนูทำไมคะ! หนูไม่ได้จะไปนอนคอนโดคุณสักหน่อย” พีชญาตาโต เบิกตากว้างทันที

“ฉันไม่ได้ให้เธอไปนอน” คชาหัวเราะเบาๆ “แต่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เธอต้องไปช่วยฉันจัดเก็บเอกสารแบบแปลนและตรวจงานสเก็ตช์ที่คอนโดฉัน... เพราะไซต์งานปิดเสาร์อาทิตย์”

“แต่... แต่ไปทำที่คอนโดมันดูไม่เหมาะสมนะคะ เราเป็นอาจารย์กับลูกศิษย์นะ” พีชญาโวยวาย ใบหน้าร้อนผ่าว

“ฉันบอกแล้วไง ว่าอยู่นอกมหาวิทยาลัย... ฉันคือเจ้านาย และเธอคือลูกจ้าง” คชาโน้มตัวลงมาหาจนปลายจมูกแทบชนกัน “หรือเธอคิดอะไรลึกซึ้งไปไกลกว่างาน... พีชญา?”

“ปะ... เปล่าซะหน่อย หนูไม่ได้คิดอะไรเลย” พีชญารีบปฏิเสธเสียงสูงปรี๊ด ดันแผ่นอกแกร่งของเขาออกสุดแรง “ทำก็ทำสิคะ หนูไม่ได้กลัวคุณคชาสักหน่อย”

“ดี... งั้นสัปดาห์นี้ เริ่มวันเสาร์สิบโมงเช้า ห้ามสาย” คชายิ้มอย่างผู้ชนะ “แล้วก็... คืนนี้ฉันจะพาเธอไปกินข้าวข้างนอก ร้านโปรดฉัน”

“หนูกลับไปกินกับบิวที่หอก็ได้ค่ะ”

“คำสั่งเจ้านายถือเป็นสิทธิ์ขาด ลืมแล้วหรือไง?” คชาขู่แกมบังคับ พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยื่นมือหนามาตรงหน้าเธอ “ไปกันได้แล้ว ยัยเด็กแสบ”

พีชญามองมือหนาของเขาด้วยความอึดอัดแกมขัดเขิน ทว่าในหัวใจดวงน้อยกลับแอบรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เธอยอมยื่นมือเล็กไปวางบนฝ่ามืออุ่นของเขาอีกครั้ง

“รู้แล้วค่ะ” พีชญาบ่นอุบอิบ แต่รอยยิ้มหวานกลับผุดขึ้นที่ริมฝีปากบางโดยไม่รู้ตัว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป